“วาระแห่งชาติ” กลับมาอีกแล้ว วาระแห่งชาติกลายเป็นนโยบายยอดนิยมของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เคยประกาศมาแล้วหลายวาระ ส่วนใหญ่กลายเป็นสัญญาที่สูญเปล่า เริ่มด้วยบทเพลงที่มีเนื้อร้องบางตอนว่า “ขอเวลาอีกไม่นาน แผ่นดินจะดีในไม่ช้า ขอคืนความสุขให้เธอ ประชาชน”ผ่านไปกว่า 8 ปี แต่แผ่นดินก็ยังไม่ดีขึ้น และรัฐบาลก็ยังไม่ได้คืนความสุขให้ประชาชน แต่หลังจากที่เกิดกรณีสังหารหมู่ที่จังหวัดหนองบัวลำภู รวม 37 ราย นายกรัฐมนตรีได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้กำหนดมาตรการเร่งด่วน เป็นระบบ รวดเร็ว มีผลเป็นรูปธรรม ให้การแก้ปัญหายาเสพติดและปืนเป็นวาระแห่งชาติการแก้ปัญหายาเสพติด รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องถอดบทเรียน จากการประกาศสงครามปราบปรามยาเสพติดขั้นเด็ดขาด เมื่อปี 2546 จากการตรวจสอบหลังที่สงครามยุติ พบว่า มีผู้เสียชีวิตกว่า 2,500 คน รัฐบาลอ้างว่าเป็นการ “ฆ่าตัดตอน” ของกลุ่มผู้ค้ายาด้วยกัน เพื่อไม่ให้ซัดทอดถึงตน แต่ไม่จริงทั้งหมดจากการตรวจสอบของคณะกรรมการอิสระระบุว่า ในจำนวนผู้เสียชีวิตกว่า 2,500 ราย ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดถึงกว่าพันราย และไม่ถือว่าสงครามยาเสพติดประสบความสำเร็จ เพราะหลังจากที่รัฐบาลประกาศชัยชนะ ยาบ้าก็กลับมาอีก และที่ฟิลิปปินส์ที่มีการเสียชีวิตมากกว่าไทย ก็ไม่สัมฤทธิผลการปราบปรามยาเสพติด จะไม่มีวันประสบความสำเร็จ ถ้ารัฐบาลไม่ปฏิรูปการเมืองของประเทศให้เป็นประชา ธิปไตย ทั้งผู้นำรัฐบาลและเจ้าหน้าที่รัฐ ต้องยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใส ตรงไปตรงมา ซื่อสัตย์สุจริต ประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 2560 มากว่า 5 ปีแล้ว แต่รัฐบาลก็ไม่ยอมปฏิรูปรัฐธรรมนูญเขียนบังคับไว้ว่า จะต้องปฏิรูปประเทศ ทั้งด้านการเมือง การบริหารราชการแผ่นดิน กระบวนการยุติธรรม เป็นต้น ภายใน 1 ปี นับแต่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2560 และต้องตรากฎหมายการปฏิรูปด้านต่างๆให้เสร็จภายใน 120 วัน นับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ กว่าห้าปีผ่านไปปฏิรูปถึงไหนแม้แต่รัฐบาลซึ่งสืบทอดอำนาจมาจากคณะรัฐประหาร ก็ไม่ได้เข้าสู่อำนาจอย่างโปร่งใส ครบถ้วนตามหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เช่น ในการเลือกนายกรัฐมนตรีเพื่อจัดตั้งรัฐบาลบริหารประเทศ รัฐบาลประกาศวาระแห่งชาติ เพื่อให้เจ้าหน้าที่รัฐยึดหลักธรรมาภิบาลได้หรือไม่?