วันเสาร์สบายๆ วันนี้ไปคุยเรื่อง “วิทยุทรานซิสเตอร์” กันนะครับ หลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศให้ดูแลไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ ในช่วงน้ำท่วม ถ้ามันล่มไปทั้งระบบ การสื่อสารแจ้งข้อมูลจะทำได้ลำบาก อาจจะต้องไปใช้ “วิทยุทรานซิสเตอร์” ในการออกอากาศแจ้งเตือนประชาชน ซึ่งเคยใช้เมื่อปี 2554 (น้ำท่วมใหญ่) เพราะตอนนั้นไฟฟ้าดับหมด เราต้องเตรียมแผนตรงนี้ไว้ด้วยเท่านั้นแหละ วิทยุทรานซิสเตอร์ ก็กลายเป็นกระแสวิจารณ์ไปทั่ว คนรุ่นใหม่ อาจไม่รู้จักวิทยุทรานซิสเตอร์แบบดั้งเดิม รู้จักแต่เครื่องวิทยุสมัยใหม่ที่ใช้ฟังวิทยุเล่นซีดี และทัมบ์ไดรฟ์ได้ ที่น่าสนใจก็คือ เมื่อเป็นข่าวไปแล้วกลับพบว่า วิทยุทรานซิสเตอร์ไม่ได้หายไปกับกาลเวลา แต่ยังมีขายอยู่ทั่วประเทศ ชาวบ้านซื้อไปฟังการออกลอตเตอรี่ เครื่องละไม่กี่ร้อยบาทคนรุ่นผมเมื่อพูดถึงวิทยุทรานซิสเตอร์ก็ต้องนึกถึง “มนต์รักทรานซิสเตอร์” หนังไทยเรื่องดังในอดีตที่ได้รับรางวัลมากมาย และมีเพลงฮิตในเรื่องมากมาย เช่น ลืมไม่ลง น้ำค้างเดือนหก เป็นโสดทำไม นักร้องบ้านนอก ทหารเกณฑ์คนเศร้า พบกันหน้าอำเภอ น้ำตาผัว คิดถึงพี่ไหม เป็นต้น เนื้อเรื่องก็ง่ายๆ เมื่อหนุ่มบ้านนอกที่ชอบร้องเพลงได้แต่งงานกับสาวสวยในหมู่บ้าน ได้มอบ “วิทยุทรานซิสเตอร์” ให้เจ้าสาวเป็นของขวัญวันแต่งงาน เรื่องราวก็ว่าไปตามแบบฉบับของหนังไทยความจริงวิทยุทรานซิสเตอร์ ไม่ได้มีประโยชน์แค่ใช้ฟังการออกลอตเตอรี่ของรัฐบาลเท่านั้น แต่ยังใช้ประโยชน์ในการระดม ส.ส.ในสภา เพื่อให้เข้าห้องประชุมสภาได้อีกด้วยเมื่อเดือนสิงหาคม 2562 ก่อนเกิดโควิดระบาด วิปรัฐบาลนำโดย คุณชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลฯ ได้เปิดแถลงข่าวพร้อมโชว์ เครื่องวิทยุทรานซิสเตอร์ 10 เครื่อง ราคาเครื่องละ 500 จะนำไปตั้งตามจุดต่างๆในอาคารรัฐสภา เช่น โรงอาหาร หน้าห้องสุขา หน้าห้องสูบบุหรี่ เพื่อให้ ส.ส.ที่ไม่เข้าห้องประชุม ได้ติดตามฟังการประชุมในสภาได้ตลอดเวลา เมื่อถึงช่วงลงมติจะได้กลับเข้าห้องประชุมทัน เนื่องจากรัฐบาลแพ้มติฝ่ายค้านไปถึง 2 วาระ ส.ส.รัฐบาลเข้าห้องประชุมไม่ทัน ว่ากันว่า ระบบเสียงในอาคารรัฐสภามูลค่ากว่าหมื่นล้านบาท ไม่สามารถกระจายเสียงให้ได้ยินอย่างทั่วถึง วิปรัฐบาลจึงต้องไปซื้อวิทยุทรานซิสเตอร์ไปตั้งตามจุดต่างๆแทน เพื่อใช้ฟังการประชุมสภาเห็นไหมครับ วิทยุทรานซิสเตอร์สามารถใช้ประโยชน์ในการแจ้งข่าวได้จริงๆ แต่ปัญหาก็คือ ผมยังไม่เคยได้ยินว่ารัฐบาลใช้วิทยุคลื่นไหนแจ้งข่าวอุทกภัยแก่ประชาชน เห็นแต่เอาคลื่นไปประมูลให้เอกชนหารายได้กันหมด น้ำท่วมทุกครั้ง ชาวบ้านโดนท่วมแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว ที่น่าช้ำใจที่สุดก็คือ น้ำที่รัฐบาลปล่อยจากเขื่อนมาท่วม แต่ไม่แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมล่วงหน้า นายกฯไม่รู้เรื่องบ้างหรือกระแสการวิพากษ์วิจารณ์ นโยบายวิทยุทรานซิสเตอร์ ของ พล.อ.ประยุทธ์ ทำให้ คุณอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกสำนักนายกฯ ต้องไปหาข้อมูลมาโต้ ข้อมูลแรกเป็น ผลสำรวจการฟังรายการวิทยุทั่วประเทศปี 2022 ของ กสทช. ร่วมกับ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พบว่า ผู้ฟังส่วนใหญ่ ร้อยละ 85.9 ฟังคลื่นเอฟเอ็ม รองมาเป็น ฟังวิทยุออนไลน์ ร้อยละ 17.5 อันดับ 3 ฟังวิทยุคลื่นเอเอ็ม ร้อยละ 11.2 ข้อมูลนี้จะเห็นว่า การฟังวิทยุคลื่นเอเอ็มมีน้อยที่สุด การใช้วิทยุทรานซิสเตอร์ระบบเอเอ็มจึงไม่มีประโยชน์คุณอนุชา ยังไปนำข้อมูลจากบริษัทวิจัยชื่อดัง เดอะ นีลสัน ซึ่งเพิ่งวิจัย พฤติกรรมการฟังวิทยุกระจายเสียงระบบเอฟเอ็มในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล เดือนสิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา พบว่า กลุ่มอายุ 40–59 ปี ฟังวิทยุมากที่สุดกว่า 3.5 ล้านคน รองมา กลุ่มอายุ 20–29 ปี ฟังวิทยุกว่า 3.3 ล้านคน ส่วน กลุ่มอายุ 60–71 ปี ฟังวิทยุเกือบ 2 ล้านคน และกลุ่มอายุ 12–19 ปี ฟังวิทยุกว่า 8 แสนคน โดย คุณอนุชา สรุปว่า ตัวเลขเหล่านี้สามารถยืนยันได้ดีว่า การสื่อสารผ่านวิทยุยังได้รับความนิยมและเข้าถึงประชาชนทุกวัย ทั้งที่ ข้อมูลของนีลสันวิจัยเฉพาะผู้ฟังใน กทม.และปริมณฑล ไม่ได้วิจัยคนต่างจังหวัดส่วนใหญ่ที่ฟังเอเอ็มอ่านแล้วก็ละเหี่ยใจ รัฐบาลลุงตู่ไม่รู้เรื่องความเดือดร้อนของประชาชนจริงๆ ไปฟังเพลง “น้ำค้างเดือนหก” ของ สุรพล สมบัติเจริญ แก้ละเหี่ยกันดีกว่าครับ.“ลม เปลี่ยนทิศ”