อันดามันรอด ประเทศไทยรุ่ง นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) บอกถึงความสำเร็จในงานเสวนาหัวข้อดังกล่าวที่ภาคธุรกิจมาครบเกือบทุกสายนับเป็นก้าวแรกประเดิมยกทัพใหญ่มา จ.ภูเก็ต นำโดยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธาน สอท. เพื่อชี้ให้เห็นวิสัยทัศน์พลิกฟื้นพื้นที่ด้ามขวานทองสร้างโอกาสฟื้นเศรษฐกิจภาคใต้และประเทศโดยกอบกู้อันดามันและสร้างอนาคตให้อันดามัน นับเป็นหัวใจด้านการท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ แต่ต้องโยงกับองค์ประกอบไปด้วยกันตามที่ท่านสมคิดได้ชี้ให้เห็นด้วยการรวมจุดเด่นในพื้นที่ให้มีพลัง เปรียบเหมือนการร้อยไข่มุก 3 เม็ด “ภูเก็ต-พังงา-กระบี่” และร้อยเชื่อมโยงไข่มุกอีก 3 เม็ด “ระนอง-ตรัง-สตูล” ให้ได้สายสร้อยไข่มุกที่งามงดเติมเต็มด้วย 3 เสาที่จำเป็นในการพัฒนาพื้นที่อันดามัน ทั้งการเกษตรสมัยใหม่ที่มีมูลค่า ต้องทำให้เป็นอาหารที่มีคุณภาพแห่งอนาคตการท่องเที่ยวด้านสุขภาพ ซึ่งต้องเชื่อมโยงทุกภาคส่วน อาทิ โรงพยาบาล แพทย์ แหล่งท่องเที่ยว และดิจิทัลฮับ ที่เป็นจุดเริ่มต้นของสตาร์ตอัพ แหล่งเงินใหม่ ใช้ศักยภาพของภูเก็ตเป็นจุดศูนย์ปฏิบัติการในการดึงตัวดิจิทัลระดับโลกเข้ามารวมไปถึงการเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ เคยได้พูดและทำไปแล้วในสมัยเป็นรัฐบาล โดยดึงรถไฟฟ้าความเร็วสูง“ภูเก็ตมีศักยภาพมากในเชิงพื้นที่ ทิศทางคล้ายๆเกาะสิงคโปร์ แต่ระบบการจัดการในพื้นที่ของภูเก็ตและอันดามันถูกครอบด้วยระบบราชการที่เป็นข้อจำกัดบนระบบเศรษฐกิจใหญ่มาก แบกรับนักท่องเที่ยวล้านกว่าคน แรงงานที่เข้ามา งบประมาณที่ถูกจัดสรรและการบริหารจัดการไม่สมดุล ทำให้ศักยภาพที่ภูเก็ตมีถูกบั่นทอน ไม่สามารถเพิ่มศักยภาพที่มีโอกาสอยู่แล้วให้เติบโตอย่างรวดเร็วได้หากพื้นที่ภูเก็ตมีโอกาสปรับเปลี่ยนวิธีการปกครองแบบพิเศษ เปลี่ยนการบริหารจัดการและงบประมาณประเทศไทยสามารถสร้างภูเก็ตให้เป็นดิจิทัลฮับในทิศทางเดียวกับสิงคโปร์ได้ เป็นมิติที่ทุกฝ่ายเห็นตรงกัน สอท.สนับสนุนและจะลงมือผลักดันสิ่งนี้ให้เกิดขึ้น”ทั้งหมดต้องการสะท้อนให้เห็นว่าพื้นที่แต่ละจังหวัดมีศักยภาพเป็นของตัวเอง มีความแตกต่างกัน การพัฒนาย่อมแตกต่างกันไปสอท.ถึงชูนโยบาย 77 จังหวัดเอนจินโกรทหรือเครื่องยนต์เศรษฐกิจ แต่ละจังหวัดมีเอนจินโกรทของตัวเอง เป็นที่มาของการเร่งลงพื้นที่ เพื่อหาเอนจินโกรท ผลักดันเป็นนโยบายให้สอดคล้องกับความเป็นจริงเมื่อเราเข้าใจปัญหาจังหวัดต่างๆ ย่อมส่งเสริมการบริหารจัดการให้หน่วยงานของรัฐเข้ามาเสริมตามความต้องการของพื้นที่นั้นๆได้ผลักดันให้เกิดการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและเชื่อมโยงเอนจินโกรทของทุกจังหวัดเข้าด้วยกันเปิดประตูพลิกฟื้นเศรษฐกิจประเทศ“การพลิกฟื้นเศรษฐกิจทำได้หลากหลายวิธี เช่น ติดข้อจำกัดจากนโยบายส่วนกลาง หรือข้อกฎหมาย สิ่งเหล่านี้ สอท.เป็นรัฐบาลก็ดำเนินการได้ทันทีผ่อนคลายตัวล็อกที่เป็นอุปสรรคก็เป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจได้แล้ว ไม่ต้องเอานโยบายใหม่ๆ หรือปล่อยงบประมาณลงไป ทั้งที่มีงบประมาณอยู่ แต่มันไม่เกิดการเพิ่มผลผลิต ไม่เกิดประสิทธิภาพในการใช้งบประมาณ”ภาคใต้ พรรคประชาธิปัตย์มี ส.ส.22 ที่นั่ง พรรคพลังประชารัฐมี 13 ที่นั่ง พรรคภูมิใจไทยมี 8 ที่นั่ง พรรคประชาชาติ 6 ที่นั่ง และพรรครวมพลัง 1 ที่นั่ง แม้การเลือกตั้งครั้งหน้ามี ส.ส.เพิ่มอีก 8 ที่นั่ง รวมเป็น 58 ที่นั่ง ลงพื้นที่อันดามันครั้งนี้มีแนวโน้มปักธงสำเร็จ แค่ไหน นายสนธิรัตน์ บอกว่า ภาคใต้มีความตื่นตัวทางการเมืองสูงเท่าที่ลงพื้นที่ภาคใต้อย่างต่อเนื่องสัมผัสได้ว่า ประชาชนมองหาสิ่งใหม่ๆ โดยเฉพาะต้องการพรรคที่เข้ามาแก้ปัญหา ความเป็นอยู่ของชีวิตให้ดีขึ้น ต้องการพรรคที่เข้ามานำพาพวกเขาฝ่าวิกฤติภาคใต้พร้อมเปลี่ยนแปลงหลายมิติ คนใต้ก็เป็นอีกภาคหนึ่งที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองฉะนั้นทุกพรรคมีโอกาสชนะใจคนใต้ทำไม สอท.เป็นพรรคที่ใช้เศรษฐกิจนำการเมือง เพื่อเป็นความหวังและโอกาสของคนไทยเข้ามาพลิกฟื้นประเทศ นายสนธิรัตน์ บอกว่า เราเสนอตัวเป็นทางเลือกใหม่ของคนไทย เป็นทางออกให้บ้านเมืองนโยบายทางการเมืองเราก็มี เช่น สนับสนุนยกร่างรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยผ่าน ส.ส.ร. เพื่อผ่าทางตันเดินหน้าประเทศ ก้าวข้ามความขัดแย้งพร้อมเข้ามาเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงจัดการประเทศให้พ้นวิกฤติ ในขณะที่ประชาชนอยู่บนความหวังอย่างริบหรี่ มองทางออกของประเทศอย่างยากลำบาก ขอย้ำเรามีจุดยืนแก้วิกฤติประเทศทุกมิติโดยเศรษฐกิจเป็นมิติแรกที่ให้ความสำคัญมาก และได้เตรียมพร้อมทุกนโยบายสำหรับการพัฒนาและกอบกู้ประเทศในมิติต่างๆเวลาที่เหลือก่อนถึงวันเลือกตั้ง จะทำอย่างไรให้สังคมเห็นว่า สอท.มีทีมเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง และนำศักยภาพในทีมผลักดันนโยบายได้สำเร็จจริง นายสนธิรัตน์ ตอบว่า ต้นเดือน ต.ค. ท่านสมคิดนำทัพใหญ่ไปจังหวัดแถวอีสานใต้ จะยกทัพใหญ่ไปทั่วประเทศเป็นคลัสเตอร์ใหญ่ เพื่อสร้างวิถีขับเคลื่อนเศรษฐกิจร่วมกันในสัปดาห์นี้เตรียมปล่อยชุดนโยบายใหม่ พร้อมขยายผล “กองทุนสร้างอนาคตไทย 3 แสนล้านบาท” ที่ให้ประชาชนสัมผัสได้ว่าสามารถไปสู่มิติแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้รวมถึงนโยบายเศรษฐกิจด้านอื่นก็ค่อยๆทยอยปล่อยมาให้ประชาชนได้เข้าใจถึงความหวังและโอกาส สอดรับกับการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีก 5-6 เดือนนโยบายเหล่านี้มีทั้งแก้ปัญหาระยะสั้นและระยะยาว ไม่เน้นใช้นโยบายหาเสียงที่ได้คะแนนเสียง แต่ทิ้งภาระงบประมาณแผ่นดินระยะยาวให้ประเทศฉะนั้นนโยบายระยะสั้นที่ออกมา รับรองไม่เป็นภาระงบประมาณแผ่นดินในอนาคต จุดนี้เป็นที่มาของ “กองทุนสร้างอนาคตไทย 3 แสนล้านบาท”“ในภาวะเศรษฐกิจลำบาก ไม่มีทุน กำลังล้มละลาย โรงแรมหลายแห่งในพื้นที่อันดามันกำลังถูกซื้อขาย คนในพื้นที่บอกว่าขายไปแล้วประมาณ 6-7 หมื่นล้านบาท การแก้ปัญหานี้ต้องใช้นโยบายเยียวยาระยะสั้น ทั้งหนี้ครัวเรือน หนี้นอกระบบ เอสเอ็มอี ทำให้คนอยู่รอดให้ได้ เอาเขากลับมาให้ได้ ให้คนเหล่านี้ลุกกลับมาเดิน ลุกได้ ยืนได้ จะทำให้เขาวิ่งได้อย่างไรก็ออกนโยบายฟื้นฟูตามมาอีกระลอกโดยต้องปรับโครงสร้างอีกหลายเรื่อง เพราะเราเจอทั้งปัญหาเศรษฐกิจจากโควิดและสงครามฉะนั้นสัปดาห์นี้จะเปิดแถลงข่าวเรื่องใหญ่ ในอีกมิติหนึ่งในเชิงการปรับโครงสร้าง...?ทีมการเมือง ถามว่า กระแสตีตื้นพรรคการเมืองใหญ่ได้แค่ไหน หลัง สอท.ยกทัพใหญ่ครั้งแรกลงฝั่งอันดามัน นำโดยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ชูเป็นแคนดิเดตนายกฯ และหัวหน้าทีมเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งที่สุดนายสนธิรัตน์ บอกว่า ยอมรับว่าท่านสมคิดเป็นตัวเลือกผู้นำประเทศที่ดีที่สุด เข้ามากอบกู้บ้านเมืองเพื่อนำพาประเทศออกจากวิกฤติที่สำคัญท่านสมคิดประกาศสนับสนุนจุดยืน สอท.มีอุดมการณ์เป็นพรรคการเมืองที่ดี ท่ามกลางบรรดาพรรคการเมืองถูกคลอนแคลนด้านอุดมการณ์และจุดยืน ตรงนี้ถือเป็นกระแสตอบรับในเชิงบวกมากๆและนับจากการเปิดตัว สอท.ได้ย้ำจุดยืนชัดเจน ไม่เอาการเมืองปฏิปักษ์ ไม่ขยายความขัดแย้งเป็นพรรคสายกลาง รวมพลังกับทุกฝ่ายพลิกฟื้นประเทศโดยยึดบ้านเมืองเป็นตัวตั้ง เอาประเทศออกจากวิกฤติ.ทีมการเมือง