มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าประเทศไทย ภายใต้การบริหารของรัฐบาลที่สืบทอดอำนาจจากรัฐประหาร คสช.มีสิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้นหลายอย่าง เช่น “อุโมงค์ 7 ชั่วโคตร” ในกรุงเทพมหานคร แต่ผู้อำนวยการสำนักงานโยธา กทม. ชี้แจงว่าไม่ใช่แค่ “7 ชั่วโคตร” คือต้องใช้เวลาก่อสร้างถึง 7 ปี จึงแล้วเสร็จแต่อุโมงค์ลอดสะพานบางแห่ง ต้องใช้เวลาก่อสร้างถึง 13 ปี กลายเป็น 13 ชั่วโคตร เป็นเรื่องมหัศจรรย์ และยังมีสิ่งมหัศจรรย์แบบเดียวกันอีกหลายแห่ง อีกเรื่องหนึ่งคือโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง จาก กทม.ถึงโคราช ระยะทาง 253 กม. ที่มีเสียงแซวกันว่า “3 ปี สร้างได้ 3 กิโล” เป็นที่น่ามหัศจรรย์เรื่องนี้ มีคำชี้แจงจากอธิบดีกรมราง ว่าโครงการนี้มีระยะเวลา 7 ปี มูลค่า 170,000 ล้านบาท ตั้งแต่ปี 2558 ถึง 2565 แต่ผ่านมา 7 ปีแล้ว ก่อสร้างเสร็จไป 1 สัญญา จากทั้งหมด 14 สัญญา ก่อสร้างได้ 3.5 กม. หรือ 12% จากสถานีกลางดงถึงปางอโศก คาดว่าจะเสร็จและเปิดใช้บริการในปี 2570ช้ากว่ากำหนดเวลาเดิมถึง 5 ปี เปรียบเทียบกับการก่อสร้างโครงการแบบเดียวกัน จากลาวถึงจีน 1,035 กม. เฉพาะที่ก่อสร้างในลาว 414 กม. เริ่มตั้งแต่ปี 2559 ทีหลังไทย 1 ปี แต่เสร็จเรียบร้อยและเปิดบริการตั้งแต่ปี 2564 ทั้งที่เป็นเส้นทางวิบากกว่าไทยหลายเท่า เพราะต้องขุดอุโมงค์ 75 แห่ง และสร้างสะพาน 167 แห่งสิ่งมหัศจรรย์อีกเรื่องหนึ่ง ในด้านการคมนาคมของไทย ได้แก่ การก่อสร้างทางด่วนมอเตอร์เวย์ ที่เรียกเต็มยศว่า “โครงการทางหลวงพิเศษบางปะอิน-นครราชสีมา” รัฐบาลอนุมัติให้ก่อสร้างตั้งแต่ปี 2558 ถึง 2565 แต่ผ่านมาแล้ว 7 ปี ยังไม่มีวี่แววว่าจะเสร็จเมื่อไหร่ แถมยังของบเพิ่มอีก 6,000 ล้านบาท เพราะต้องแก้แบบเหตุผลของการต้องแก้แบบก่อสร้าง ถึง 17 ตอน เพราะเพิ่งจะรู้ว่าเส้นทางการก่อสร้างเดิม ที่ระบุว่าผ่านท้องนา กลายเป็นต้องผ่านหุบเขา ที่น่ามหัศจรรย์ก็คือ ก่อนการก่อสร้างมีการสำรวจเส้นทางกันถ้วนถี่ แต่ไม่รู้เลยหรือว่าพื้นที่ใดเป็นท้องนา ที่ใดเป็นหุบเขา ก่อให้เกิดความสงสัยรายการนี้โปร่งใสแค่ไหนแค่นี้อาจยังไม่พอ อาจมีเรื่องราวที่น่ามหัศจรรย์เกิดขึ้นอีก เพราะเมื่อเดือนพฤษภาคม 2565 มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจ ระหว่างรัฐมนตรีคมนาคมของไทยกับมาเลเซีย เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง เชื่อมโยงระหว่างกรุงเทพฯ กับกรุงกัวลาลัมเปอร์ จะนำไปสู่เรื่องมหัศจรรย์อีกหรือไม่.