การประชุม สภาผู้แทนราษฎร วันพฤหัสบดีที่ 4 สิงหาคมนี้ จะมีการพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ คุณพิสิฐ ลี้อาธรรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้เสนอก่อนหน้านี้ รัฐบาลขอรับไปพิจารณาก่อนรับหลักการ และส่งคืนให้สภาผู้แทนฯ ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ คุณปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้ทำความเห็นถึง นายกรัฐมนตรี และ ครม. พร้อมความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า “ขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทย พ.ศ.2485 ตามร่าง พ.ร.บ. ธนาคารแห่งประเทศไทย (ฉบับที่...) พ.ศ....ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นายพิสิฐ ลี้อาธรรม กับคณะเป็นผู้เสนอ”ก็ไม่รู้ คุณพิสิฐ มีปัญหาอะไรกับ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก่อนเล่นการเมืองก็เคยทำงานที่ ธปท. ทำไมจึงคิดจะใช้กฎหมายดึง ธปท. ที่เป็น องค์กรอิสระ ดูแลเงินทองของชาติ ให้เข้าไปอยู่ใต้อำนาจการเมือง ที่เต็มไปด้วยผลประโยชน์มากมายทั้งซ่อนเร้นและเปิดเผยตอนที่ คุณพิสิฐ เสนอกฎหมายฉบับนี้เข้าสภา รัฐบาลได้ขอรับไปพิจารณาก่อนรับหลักการ นายกฯได้ส่งให้ คณะกรรมการกฤษฎีกา พิจารณา คณะกรรมการกฤษฎีกา ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สภาพัฒนาฯ สำนักงบประมาณ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ธนาคาร แห่งประเทศไทย รวมทั้ง คุณพิสิฐ ผู้เสนอร่างกฎหมาย เข้าร่วมชี้แจงด้วยแล้ว คณะกรรมการกฤษฎีกา ก็สรุปเสนอ ครม.ว่า ขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทย พ.ศ.2485 ตามร่างของ นายพิสิฐ ลี้อาธรรม กับคณะ ครม.ก็มีมติเห็นชอบ ส่งร่างฯคืนสภาผู้แทนฯ พร้อมกับความเห็นของ คณะกรรมการกฤษฎีกา และความเห็นของ สภาพัฒนาฯ สำนักงบประมาณ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย ที่มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันคุณพิสิฐ ได้ชี้แจงเหตุผลที่ต้องการแก้กฎหมายแบงก์ชาติว่า การทำงานของแบงก์ชาติเรื่องเศรษฐกิจการเงิน รัฐสภาและประชาชนคนไทยมีโอกาสรับรู้น้อย จึงต้องการให้แบงก์ชาติมารายงานสภาพเศรษฐกิจการเงินและนโยบายในรัฐสภา โดยอ้างว่า การชี้แจงต่อรัฐสภา เป็นการรายงานต่อประชาชนคนไทยอีกกว่า 60 ล้านคน เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสภาพเศรษฐกิจการเงินผมฟังแล้วรู้สึกว่าเป็นเหตุผลที่อ่อนเกินไป ถ้า คุณพิสิฐ สนใจคงได้เห็น แบงก์ชาติแถลงข่าวสภาพเศรษฐกิจการเงินไทย ทั้งต่อสื่อมวลชนและในเว็บไซต์แทบจะทุกสัปดาห์ ถ้ามีเหตุการณ์สำคัญ เช่น เฟดขึ้นดอกเบี้ย ก็ชี้แจงแถลงถี่ยิบเพื่อให้ประชาชนเข้าใจ ออกข่าวทั้งสื่อ หนังสือพิมพ์ ทีวี เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก ทำไม คุณพิสิฐ ซึ่งเป็นถึง รองประธาน กรรมาธิการ การเงินการคลังฯ ซึ่งต้องรู้เรื่องเหล่านี้อยู่แล้ว จึงไม่ได้ยินไม่ได้อ่านการแถลงข่าวของแบงก์ชาติ แต่กลับอ้างว่ามีโอกาสรับรู้น้อย จึงเสนอกฎหมายบังคับให้แบงก์ชาติไปชี้แจงต่อรัฐสภา แถมยังอ้างประชาชนกว่า 60 ล้านคนหน้าตาเฉย ในตรงกันข้าม ผมเชื่อว่าคนไทย 60 ล้านคน คงไม่รู้จักคุณพิสิฐด้วยซ้ำ อย่าว่าแต่ผลงานเลยในเอกสารที่ คณะกรรมการกฤษฎีกา เสนอ ครม. ระบุชัดเจนว่า ไม่เห็นด้วยกับคุณพิสิฐและคณะ เพราะ ปัจจุบัน ธปท.ได้รายงานสภาพเศรษฐกิจการเงินเสนอต่อรัฐมนตรีคลังเป็นประจำทุกเดือน รวมทั้งจัดทำรายงานสภาพเศรษฐกิจ นโยบายการเงิน นโยบายสถาบันการเงิน นโยบายระบบชำระเงิน แนวทางการดำเนินงานและประเมินผลเสนอต่อ รัฐมนตรีคลัง เพื่อ รายงาน ครม.ทุก 6 เดือน และยังจัดทำ รายงานเศรษฐกิจการเงินรายเดือน รายงานแนวโน้มธุรกิจรายไตรมาส เป็นต้น เผยแพร่ต่อสาธารณชนเป็นการทั่วไป ประชาชนที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารได้ เหตุผลของ คุณพิสิฐ จึงฟังไม่ขึ้นเลยผมท้วงติงเรื่องนี้ เพราะไม่อยากเห็น ส.ส.ในสภาทำในสิ่งที่อาจสร้างความเสียหายต่อประเทศชาติในระยะยาว ทุกวันนี้เราก็ได้เห็นแล้ว ประเทศที่การเมืองเข้าไปแทรกแซงธนาคารกลาง ต่างมีผลลัพธ์เป็นอย่างไร อย่าเอาอนาคตของประเทศไปเสี่ยงเลยครับ.“ลม เปลี่ยนทิศ”