หวังในสภาและศรัทธาประชาชน เป็นยุทธศาสตร์การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นครั้งสุดท้าย หลังจากเคยเปิดศึกซักฟอกมาแล้ว 3 ครั้ง แต่ปรากฏว่านายกฯและรัฐมนตรีที่ถูกซักฟอกผ่านด่านไป วันที่ 15 มิ.ย. เวลา 10.00 น. พรรคร่วมฝ่ายค้านมีมติร่วมกันยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ครม.เป็นรายบุคคล ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151ภายใต้ยุทธการ “เด็ดหัว สอยนั่งร้าน”นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กางพิมพ์เขียวล้มรัฐบาลตามกลไกของรัฐธรรมนูญให้ดูเป็นการอภิปรายเด็ดหัวนายกฯ และนั่งร้านให้รัฐบาล ภายใต้ข้อกล่าวหาความผิดพลาด 6 ด้านล้มเหลวการบริหารราชการแผ่นดินจงใจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญและมาตรฐานจริยธรรมส่อทุจริตเอื้อประโยชน์ไม่ปฏิบัติตามนโยบายที่แถลงไว้ต่อรัฐสภาหรือเรื่องที่ฝ่ายค้านเคยอภิปรายทักท้วงไว้การละเมิดสิทธิมนุษยชนและทำลายระบอบประชาธิปไตยระบบรัฐสภา ก่อนยุทธการคลอดออกมาแบบนี้ เราได้ถกกันหลายเรื่อง ทั้งตัวบุคคลที่จะอภิปราย อภิปรายทั้งคณะหรือเป็นรายบุคคล สุดท้ายเคาะเป็นรายบุคคลบนทางเลือก 2 แนว คือ อภิปรายนายกฯคนเดียว หรืออภิปรายนายกฯ และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง สุดท้ายได้บทสรุปอภิปรายนายกฯและรัฐมนตรีก็ถึงคิวกำหนดยุทธการ โดยมองภาพรวมอภิปรายรายบุคคล คาดหวังผลมติในสภาได้ขนาดไหน อาศัยมือในสภาล้มรัฐบาลได้หรือไม่ดูจากพฤติการณ์การลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 66 วาระรับหลักการ แม้พิจารณางบประมาณฯ กับญัตติซักฟอกรัฐบาล ต่างเหตุการณ์กันมั่นใจข้อมูลอภิปรายรัฐบาลในครั้งนี้มีน้ำหนักมาก น่าเชื่อถือหากล้มด้วยมือในสภาไม่ได้-ก็ต้องล้มด้วยศรัทธาประชาชน “เป็นที่มาของยุทธการเด็ดหัวสอยนั่งร้าน หัวใหญ่คือนายกฯ หัวที่เป็นกลุ่ม 3 ป. นั่งร้านที่เป็น 3 พรรคใหญ่ประกอบด้วย พลังประชารัฐ ภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์ ที่ค้ำบัลลังก์รัฐบาลถ้าคิดล้มนั่งร้านก็อภิปรายไม่เกิน 10 คนคลุมทั้งหมด ถึงส่งผลล้มด้วยมือในสภาไม่ได้ ก็ต้องล้มด้วยศรัทธาประชาชนในช่วงเลือกตั้งใหญ่แม้พรรคร่วมที่ถูกอภิปราย โดยเฉพาะ 3 พรรคใหญ่อาจจับมือกันแน่น เสียงก็ยังไม่พอ เราถึงเผื่อเหลือเผื่อขาด หวังผลทั้งในสภาและศรัทธาประชาชน”เพราะข้อมูลอภิปรายมีน้ำหนักน่าเชื่อถือ ชนิดเป็นใบเสร็จทางการเมืองมัดตัวผู้ถูกซักฟอก นพ.ชลน่าน บอกให้เห็นภาพแจ่มจรัสขึ้นว่า ทุกครั้งที่อภิปรายไม่ไว้วางใจ ทุกคนล้วนถามหาใบเสร็จในสภาพความเป็นจริงการทุจริตไม่มีใครปล่อยให้มีใบเสร็จ เพราะทำเป็นขบวนการ เริ่มตั้งแต่ระดับนโยบาย เซตระบบ ผ่านกฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้อง มีเม็ดเงินมหาศาลเช่น โครงการเศรษฐกิจฐานราก มีคนเดินงานลงถึงวิสาหกิจชุมชนทุกหมู่บ้าน จัดซื้อ จัดจ้าง คนตอบรับเข้าร่วมโครงการไม่ตรงปก เฉพาะแค่คนอบรม 5 หมื่น เข้าอบรมจริงแค่ 5 พันคนกินกันชนิดไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ฉะนั้นใบเสร็จทางการเมืองเป็นข้อบ่งชี้ให้เห็นถึงหลักฐาน ข้อเท็จจริงที่ปรากฏขึ้นทั้งเชิงประจักษ์พยาน ส่งผลกระทบต่อมิติเศรษฐกิจระดับฐานรากกรณีแบบนี้เข้าข่ายทุจริต อภิปราย เสร็จก็ต้องยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)6 ด้านการอภิปรายครั้งนี้คงฉายภาพรวมตลอด 4 ปี ของรัฐบาล ปูทางให้เห็นภาค 1-2-3 และปิดท้ายภาคอวสาน นพ. ชลน่าน บอก ว่าใช่ๆถึงใช้คำว่ายุทธการเด็ดหัวสอยนั่งร้าน รัฐมนตรีแต่ละคนก็จะโดนอภิปรายแล้วแต่ว่าจะอยู่ในด้านไหน ที่แน่ๆนายกฯถูกอภิปรายทั้ง 6 ด้านเป็นห่วงข้อสอบรั่วไหลไปถึงรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายอย่างไร นพ.ชลน่าน บอกว่า ไม่กังวล เพราะเราพยายามเปิดข้อมูลให้มากที่สุด หงายไพ่เล่น ชกกันต่อหน้าการอภิปรายครั้งสุดท้ายต้องการประกาศตั้งรัฐบาลล่วงหน้าว่า การเลือกตั้งใหญ่ครั้งต่อไป ประชาชนจะเลือกขั้วการเมืองไหน นพ.ชลน่าน บอกว่า ถูก...ถูกเลย...เราแสดงให้เห็นชัดเจนว่าถ้าประชาชนเลือกฝ่ายประชาธิปไตยอย่างท่วมท้น ก็เข้าไปเป็นรัฐบาล บริหารประเทศดูแลพี่น้องประชาชนเว้นแต่ยังมากะปริดกะปรอย แสดงว่าเรายังนำเสนอกับประชาชนยังไม่พอ ประชาชนอาจยังศรัทธาเขาอยู่หรือไม่ หรือมีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องเพราะภาพที่จะฉายให้เห็นในวันอภิปราย คือการทำลายระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ระบบรัฐสภาโดยไม่รู้ตัว เพียงเพื่อต้องการทำประโยชน์ให้กับตัวเอง รวมถึงการทำลายการเลือกตั้ง มีการใช้อำนาจรัฐ อำนาจเงิน ใช้สิ่งที่อยู่นอกเหนือรัฐธรรมนูญ โน้มน้าวชักจูงเพื่อให้ได้มาซึ่ง คะแนน และบิดเบือนให้ได้มาซึ่งจำนวน ส.ส.ทีมข่าวการเมือง ถามว่า การกำหนดยุทธศาสตร์การอภิปรายครั้งนี้ ตามยุทธการเด็ดหัวสอยนั่งร้าน ต้องการตรึงการเมือง 2 ขั้ว เพื่อปลุกศรัทธาประชาชนโหวตในการเลือกตั้งใหญ่ครั้งต่อไป และสร้างกระแสแลนด์สไลด์ให้พรรคเพื่อไทย นพ.ชลน่าน บอกว่า จริงๆเราหวังถึงขนาดนั้น“เราต้องการชนประยุทธ์คนเดียว เลือกไปเลยว่าจะเอาประยุทธ์หรือฝ่ายประชาธิปไตย แต่พอดูข้อมูลทั้งหมด เฮ้ยไม่ได้ มันต้องรื้อนั่งร้านด้วยนะพอมียุทธการล่าเด็ดหัวสอยนั่งร้าน ยิ่งสร้างความเข้มแข็งของข้อมูลที่เข้ามาเสริม ประยุทธ์อยู่ได้ เพราะนั่งร้าน อันนี้ยังไม่รวมกลไก ส.ว. ที่ทำลายระบบรัฐสภาฉะนั้นเสร็จสิ้นการอภิปราย พรรค ร่วมฝ่ายค้านคาดหวังว่าประชาชนจะพูดว่าเอาประยุทธ์หรือไม่เอาประยุทธ์ ถ้าไม่เอาประยุทธ์ก็ต้องไม่เอาพรรคร่วมรัฐบาลด้วย”ฉะนั้นมั่นใจแลนด์สไลด์ผ่านประชาธิปไตย เฉพาะแค่กระแสที่โน้มเอียงมาทางประชาธิปไตยสูงในขณะนี้ เห็นได้จากการเลือกตั้งซ่อม กทม. เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เลือกตั้ง ส.ก. คราวนี้เวทีอภิปรายยังได้จังหวะให้ข้อมูลการเมืองที่ดี มันเสริมพลังตรงนี้ เราก็เลยมีความมั่นใจเด็ดหัวกลุ่ม 3 ป.ได้ต้องมีใบเสร็จทางการเมืองมาเปิดเผยถึงเป็นไปตามเป้า นพ.ชลน่าน บอกว่า หัวต้องทุบให้เดี้ยง หัวต้องทุบให้น่วมนายกฯโดนหนักอยู่แล้ว 2 ป.ก็มีข้อกล่าวหาที่ชัดเจนในการทำหน้าที่ของเขา และการอภิปรายเป็นรายบุคคลตามแนวทางที่ได้คุยกันซึ่งเป็นข้อกล่าวหา เรื่องทำผิดกฎหมายและส่อทุจริต มีการหากินด้วยวิธีพิเศษที่มากกว่าทุกยุค ส่วนข้อหาอื่นก็เป็นองค์ประกอบของแต่ละบุคคลครบองค์ประกอบผิดกฎหมาย-ส่อทุจริต ก็ชี้ให้เห็นว่าเป็นใบเสร็จทางการเมืองแม้คราวนี้รัฐบาลผ่านเวทีสภาไปได้แต่รัฐบาลไม่รอดในแง่ศรัทธาประชาชน.ทีมการเมือง