“ปริญญ์ พานิชภักดิ์” ประกาศลาออกทุกตำแหน่งในพรรคประชาธิปัตย์ทันที เซ่นกรณีถูก นศ.สาววัย 18 ปี แจ้งความกล่าวหาว่าลวนลาม ยืนยันปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ขอแสดงความบริสุทธิ์เข้าสู่ขบวนการยุติธรรมต่อสู้คดี ไม่ตอบคำถามว่ารู้จักเหยื่อหรือไม่ แต่รับว่าโทรศัพท์ติดต่อแม่ผู้เสียหายจริง แค่แสดงความบริสุทธิ์ใจ พล.ต.ต.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง ผบช.น.รุดตรวจสอบความคืบหน้าคดี ยันตำรวจตรวจสอบพยานหลักฐานอย่างรวดเร็ว ได้ภาพวงจรปิดที่ร้านเกิดเหตุมาแล้ว ความผิดข้อหากระทำอนาจารต่อหน้าธารกำนัลเป็นคดีอาญายอมความไม่ได้ โทษหนักเกิน 3 ปีไม่ต้องออกหมายเรียก ขออำนาจศาลอนุมัติหมายจับได้เลย ล่าสุดเหยื่อโผล่อีก 2 คนรวม 3 คนแล้ว เป็นผู้ช่วยหาเสียง จ.เพชรบุรี หลังงานเลี้ยงถูกตามมาบีบนม จับก้น และล้วงของสงวน ช็อกเมียไฮโซชื่อดังยอมเปิดตัว เข้าแจ้งความยันตกเป็นเหยื่อ กล่าวหาถูกหลอกให้ไปหาที่คอนโดฯแล้วข่มขืนกรณี “ทนายตั้ม” นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชน โพสต์รูปภาพของ นศ.สาววัย 18 ปี มหาวิทยาลัยของรัฐแห่งหนึ่ง เข้าขอคำปรึกษาเรื่องคดีความ หลังถูกนักการเมืองใหญ่ระดับรองหัวหน้าพรรค กระทำอนาจารที่ร้านอาหารกึ่งผับอโบฟ อีเลฟเว่น บนดาดฟ้าโรงแรมเฟรเซอร์ สวีทส์ ซอยสุขุมวิท 11 เมื่อคืนวันที่ 11 เม.ย. เบื้องต้นแนะนำผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สน.ลุมพินี เพื่อดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ตามที่เสนอข่าวไปแล้ว “ทนายตั้ม” โพสต์แฉต่อความคืบหน้าเมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 14 เม.ย. นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กเพิ่มเติมหลังออกมาแฉกรณีรองหัวหน้าพรรคการเมืองใหญ่มีพฤติกรรมล่วงละเมิด และคุกคามทางเพศกับ นศ.สาวว่า ค้นประวัติรองหัวหน้าพรรคคนนี้ไม่ธรรมดา เคยก่อเหตุลักษณะนี้กับหญิงไทยอายุ 18 ปี 2 คนที่ประเทศอังกฤษ สุดท้ายเรื่องเงียบเพราะพ่อใหญ่มากในเวลานั้น และทำแบบนี้กับอีกหลายคนในประเทศไทย ผมถือว่าเป็นภัยสังคมมากเลยนะครับคน ปชป.กดดันให้ลาออกขณะที่นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ฐานะเคยทำงานเป็นผู้ประสานงานเครือข่ายผู้หญิงกับรัฐธรรมนูญ และยังขับเคลื่อนร่วมกับองค์กรสตรีให้ความรู้เรื่องสิทธิสตรีต่อต้านความรุนแรงในครอบครัวและล่วงละเมิดทางเพศเห็นว่า จะเสนอให้ผู้บริหารพรรคเร่งดำเนินการให้ผู้ถูกกล่าวหาต้องออกจากทุกตำแหน่งในพรรคประชาธิปัตย์ไว้ก่อน เนื่องจากเป็นปัญหาเกี่ยวกับคุณธรรมและจริยธรรม ทั้งยังเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่พรรคการเมืองละเลยไม่ได้ โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคการเมืองที่อยู่มายาวนาน เป็นสถาบันการเมือง ต้องเคร่งครัดเอาจริงเอาจัง เพื่อสร้างบรรทัดฐานเป็นแบบอย่างต่อสังคมแนะไปพิสูจน์ตัวเองก่อนที่สำคัญเรื่องนี้ไม่ถือว่าเป็นเรื่องส่วนบุคคล ดิฉันขอย้ำว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องกระทบต่อสังคมและพรรคประชาธิปัตย์ เพราะกระทบต่อภาพลักษณ์โดยรวมของพรรค กรณีเกิดข้อสงสัย ความเคลือบแคลงในพฤติกรรมใดๆที่กระทบต่อสังคมวงกว้าง เช่น กรณีนายวิทยา แก้วภราดัย อดีต รมว.สาธารณสุข หรือนายวิฑูรย์ นามบุตร อดีต รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) หรือนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าฯกทม.ที่เคยถูกกล่าวหาว่าทุจริต พรรคแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมโดยการให้บุคคลเหล่านี้ลาออกจากตำแหน่งทางการเมืองไปก่อน แม้ภายหลังจะปรากฏว่าไม่มีพฤติกรรมตามที่ถูกกล่าวหา แต่พรรคประชาธิปัตย์สร้างบรรทัดฐานด้วยการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม กรณีนี้ก็เช่นกัน ต้องเอาคนที่ถูกกล่าวหาออกจากทุกตำแหน่งของพรรคไว้ก่อน” นางรัชฎาภรณ์กล่าวรอง หน.ปชป.ให้รอแถลงข่าวเวลา 13.00 น. นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจทันสมัยและ ผอ.ศูนย์อำนวยการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.และ ส.ก.พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์สั้นๆกรณีนายษิทรา เบี้ยกำเนิด หรือทนายตั้ม โพสต์เฟซบุ๊กเผยพฤติกรรมรองหัวหน้าพรรคการเมืองใหญ่ล่วงละเมิดและคุกคามทางเพศว่า ขอปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวเพราะไม่ได้ทำเช่นนั้น กำลังนัดแถลงข่าวสื่อมวลชนถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในคราวเดียวกัน ส่วนตอนนี้ยังไม่ขอให้ข้อมูล ขอให้รอการแถลงข่าวทีเดียวเลยตำรวจได้ภาพวงจรปิดแล้วที่ สน.ลุมพินี เมื่อเวลา 14.00 น. นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เข้าพบ ร.ต.อ.อดิเทพ เทพเสนา รองสว.(สอบสวน) สน.ลุมพินี ติดตามความคืบหน้ากรณีนักศึกษาสาววัย 18 ปี แจ้งความถูกรองหัวหน้าพรรคการเมืองใหญ่พรรคหนึ่งลวนลาม นายษิทรา กล่าวว่า เมื่อวันที่ 13 เม.ย.ตำรวจได้ภาพจากกล้อง วงจรปิดในร้านมาแล้ว นอกจากนี้คุยกับเหยื่อเพิ่มเติมจนทราบข้อเท็จจริงบางอย่าง ทราบว่าแม่ของเหยื่อก็ชอบพรรคการเมืองนี้ เพราะเป็นคนพูดจาดี แต่พอเกิดเรื่องเสียความรู้สึกจนต้องมาพบตน ยิ่งพอมีข่าวออกไปมีเหยื่ออีก 3 คนติดต่อเข้ามาอายุประมาณ 18 ปีทั้งหมด รายหนึ่งอยู่ที่ จ.ราชบุรี แม่ทำงานในพรรคเดียวกัน อีกรายต้องหนีไปประเทศอังกฤษ ตนคิดว่าเป็นเรื่องจริงกล่าวหามีเหยื่อนับ 10 รายนายษิทรากล่าวอีกว่า หากรองหัวหน้าพรรคคนนี้ไม่กลัวความผิด เมื่อวันที่ 13 เม.ย.จะพยายามโทร.ไปขอโทษผู้เสียหายและแม่ทำไม อยากให้ออกมาปฏิเสธ เพราะเชื่อว่าจะนำแชตขอบคุณของแม่เขาก่อนทราบเรื่องมาแสดง นอกจากนี้ เชื่อว่ามีเหยื่อรวมแล้วเกิน 10 คน เพราะมีพฤติกรรมลักษณะนี้มาตั้งแต่ปี 2556 ทราบว่าสถานที่ก่อเหตุจะใช้ร้านอาหารแห่งนี้นัดพบหลายครั้ง คนก่อเหตุมักข่มขู่เหยื่อ ขอให้เหยื่อรายอื่นหากถูกกระทำลักษณะนี้ให้มาแจ้งความเอาผิด เพราะโทษคดีนี้อายุความถึง 20 ปี ส่วนตัวไม่กลัวจะถูกฟ้องเพราะเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง ปริญญ์แถลงลาออกทุกตำแหน่งที่ลานแม่พระธรณี พรรคประชาธิปัตย์ เวลา 15.05 น. นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ ผอ.ศูนย์การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) พรรคประชาธิปัตย์ แถลงชี้แจงว่า รู้สึกช็อกและตกใจกับข่าวที่เกิดขึ้น ยืนยันด้วยความบริสุทธิ์ใจว่า ทุกข้อกล่าวหาที่พาดพิงถึงตน ขอปฏิเสธ ยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องจริง หลายคนที่รู้จักตนรู้ดีว่าไม่ใช่คนอย่างนั้น เชื่อมั่นในความบริสุทธิ์เรื่องนี้ แม้เป็นเรื่องส่วนตัวโดยตรง แต่เมื่อมีผลกระทบการทำงานของพรรคประชาธิปัตย์ที่มีตำแหน่งอยู่ อีกทั้งกระทบต่อภาพลักษณ์ของพรรค ตัดสินใจแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกจากทุกตำแหน่งในพรรคประชาธิปัตย์ จะใช้เวลาวันนี้และอนาคตเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม พร้อมไปชี้แจงข้อเท็จจริงต่อเจ้าหน้าที่ ขอย้ำว่า การชี้แจงแสดงความบริสุทธิ์ใจครั้งนี้เพราะไม่อยากให้กระทบพรรค จึงขอลาออกทุกตำแหน่งในพรรคตั้งแต่วันนี้ เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมพิสูจน์ความจริงยอมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมถามว่าล่าสุดมีการกล่าวหาว่า มีผู้ถูกล่วงละเมิดนับ 10 รายจะต่อสู้หรือฟ้องกลับผู้เผยแพร่ข้อมูลหรือไม่ นายปริญญ์กล่าวว่า ตนยืนยันอย่างที่พูดว่า ช็อกและตกใจจริงๆ เพราะไม่คิดว่าจะมีข้อกล่าวหาอย่างนี้มาถึง ไม่ใช่คนอย่างนั้น ยินดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อพิสูจน์ความจริง ถามย้ำว่า นายศุภชัย พานิชภักดิ์ บิดา ว่าอย่างไรบ้าง นายปริญญ์กล่าวว่า คุณพ่อคุณแม่ทุกคนเป็นห่วงเป็นใย แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัว ตนต้องไปชี้แจงเจ้าหน้าที่ ไม่อยากพูดในรายละเอียดเพราะมีหลายรายละเอียดที่จะกระทบผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ขอพูดกับเจ้าหน้าที่โดยตรงจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุดและเป็นธรรมที่สุด แม้จะใช้เวลาแต่เวลาจะพิสูจน์ความจริงและให้ความเป็นธรรมได้ไม่คิดว่าเกี่ยวกับการเมืองถามว่าจะฟ้องกลับนายษิทราหรือไม่ นายปริญญ์กล่าวว่า ยังไม่คิดถึงการฟ้องกลับขณะนี้ ถ้าใครไปแจ้งความเท็จหรือใครไปทำอะไรผิดไว้ อนาคตต้องโดนตรงนั้น แต่สำคัญที่สุดขณะนี้คิดว่า ให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินไป ถามว่า มีการเปิดเผยเรื่องนี้ช่วงนี้มองว่าเกี่ยวข้องการเมืองหรือไม่ นายปริญญ์ตอบว่า ไม่คิดว่าเกี่ยวกับเรื่องการเมือง แค่คิดว่าสิ่งที่โดนกล่าวหามันไม่ใช่ความจริง พร้อมตอบทุกรายละเอียดความจริงทุกข้อกล่าวหา ถามอีกว่า รู้จักกับผู้หญิงที่มาร้องเรียนหรือไม่ นายปริญญ์ ปฏิเสธที่จะตอบ กล่าวว่า “ต้องขออนุญาตจริงๆครับ เพราะคิดว่าเป็นธรรมที่สุดกับทุกฝ่าย ถ้าไปให้การและให้ข้อมูลตรงไปตรงมากับเจ้าหน้าที่โดยตรง”ชี้แจงผู้ใหญ่ในพรรคแล้วถามว่า กรณีดังกล่าวผู้ใหญ่ในพรรคมีความเห็นอย่างไร นายปริญญ์กล่าวว่า ผู้ใหญ่ในพรรคปล่อยให้ตนตัดสินใจเต็มที่ ความจริงคิดว่าจะชี้แจงตั้งแต่คืนวันที่ 13 เม.ย.แล้ว หลังปรากฏเป็นข่าวในสื่อโซเชียล แต่ทราบดีว่าทุกคนยังอยู่ในช่วงเทศกาลวันสงกรานต์ วันนี้ที่ออกมาพูดความในใจอย่างเต็มที่ และต้องรับผิดชอบหน้าที่การงานของตนที่มีต่อพรรค หากถามว่ายังอยากช่วยงานพรรคหรือไม่ ยืนยันว่ายังอยากทำอยู่ แต่เมื่อมีเรื่องที่ถูกกล่าวหาเช่นนี้ ตนยังปฏิเสธว่าข้อกล่าวหา ไม่ใช่เรื่องจริง แต่มันกระทบกับภาพลักษณ์ของพรรค กระทบกับการทำงานที่ต้องรับผิดชอบ ดังนั้นตนคิดว่ามันแฟร์ที่จะออกมารับผิดชอบ ผู้ใหญ่ในพรรครับทราบการตัดสินใจของตนไม่ได้ถูกบีบให้ลาออกถามย้ำว่าผู้ใหญ่ให้ลาออกหรือตัดสินใจเอง นายปริญญ์กล่าวว่า ตัดสินใจเองตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว เพราะรู้สึกว่าต้องรับผิดชอบเชิงภาพลักษณ์ แม้ในความเป็นจริงเราไม่ได้กระทำตามข้อกล่าวหา ได้พูดคุยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ท่านเคารพการตัดสินใจ และไม่ได้ให้คำแนะนำอะไร เพราะเป็นเรื่องส่วนตัว ถามว่าทำไมต้องโทรศัพท์หาแม่ผู้ร้องเรียน นายปริญญ์กล่าวว่า การที่ตนคุยกับแม่ของผู้มาร้องเรียนเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ เพราะตนไม่ได้ทำอะไรและไม่หนีไปไหน แค่ช็อกและตกใจข่าวในโซเชียลมีเดีย ได้มีการพูดคุยว่าเกิดอะไรขึ้นคดีที่อังกฤษจบนานแล้วถามอีกว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่าทำไมต้องนัดผู้ร้องเรียนไปเจอที่โรงแรม นายปริญญ์กล่าวว่า จริงๆ ไม่ใช่โรงแรมเป็นร้านอาหาร เป็นร้านเปิดมีคนอยู่เยอะมากและเป็นเวลา 5 โมงเย็นไม่ได้อยู่สองต่อสอง มีคนแน่นร้าน ต้องขอความกรุณาที่จะไม่พูดถึงรายละเอียดส่วนนี้ ส่วนกรณีพูดถึงคดีลักษณะเดียวกันที่เกิดขึ้นที่ประเทศอังกฤษ นายปริญญ์กล่าวว่า คดีที่อังกฤษจบนานแล้ว ไม่มีอะไรที่จะมากระทบกับคดีนี้ เพราะเป็นเรื่องที่จบไปนานแล้วจริงๆ ตำรวจยันได้ภาพวงจรปิดแล้วต่อมาเวลา 15.40 น. พล.ต.ต.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง ผบช.น. เดินทางมาที่ สน.ลุมพินี เข้าตรวจสอบสำนวนและติดตามความคืบหน้ากรณีนักศึกษาสาววัย 18 ปี แจ้งความตำรวจหลังอ้างว่าถูกรองหัวหน้าพรรคการเมืองใหญ่พรรคหนึ่งลวนลาม หลังหลอกมาคุยเรื่องงานและเล่นหุ้น พล.ต.ต.ไตรรงค์เผยว่า หลังรับแจ้งความตำรวจ สน.ลุมพินี สืบหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมได้อย่างรวดเร็ว ยืนยันมีหลักฐานกล้องวงจรปิดจากที่เกิดเหตุ ถือเป็นวัตถุพยานที่เป็นประโยชน์กับสำนวนคดี กรณีนี้ถือเป็นความผิดฐานกระทำอนาจารต่อหน้าธารกำนัลเป็นคดีอาญายอมความไม่ได้คดีโทษสูงขอหมายจับได้เลย“แต่การจะขอศาลอาญากรุงเทพใต้ออกหมายจับหรือหมายเรียก ถือเป็นดุลพินิจของศาล ตามปกติความผิดตามข้อกล่าวหานี้พนักงานสอบสวนสามารถขอศาลออกหมายจับได้ทันที ไม่ต้องออกหมายเรียก เนื่องจากมีอัตราโทษจำคุกเกิน 3 ปี แต่หากผู้ถูกกล่าวหาจะมามอบตัวก่อนถือว่าเป็นสิทธิที่กระทำได้ ตอนนี้ยังไม่ได้รับการประสานมา สำหรับการแถลงข่าวของผู้ถูกกล่าวหา ขอปฏิเสธเป็นสิทธิของผู้ถูกกล่าวหา พนักงานสอบสวนมีหน้าที่แสวงหาพยานหลักฐานมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ขอย้ำว่าตำรวจไม่เลือกปฏิบัติ แม้ผู้ถูกกล่าวหาจะมีตำแหน่งใดก็ตาม สำหรับมีผู้เสียหายรายอื่น ต้องดูว่าเกิดเหตุที่ไหน หากทราบก็ให้ไปร้องทุกข์กับโรงพักท้องที่ได้” รอง ผบช.น.กล่าวเหยื่อคนที่ 2 โผล่แจ้งความเวลา 17.50 น. นายษิทรา เบี้ยบังเกิด พา น.ส.น้อย (นามสมมติ) อายุ 33 ปี อดีตทีมหาเสียงพรรคประชาธิปัตย์ เข้าพบ พ.ต.ท.พงศักดิ์ การรัตน์ รอง ผกก.(สอบสวน) สน.ลุมพินี และ ร.ต.อ.หญิง วิวรรธน์ นาคลดา รอง สว.(สอบสวน) สน.ลุมพินี แจ้งความดำเนินคดีนายปริญญ์ พานิชภักดิ์ ข้อหากระทำอนาจารต่อหน้าธารกำนัล นายษิทราเผยว่า กรณีนี้เกิดที่ จ.เพชรบุรี แต่พาผู้เสียหายมาแจ้งความที่นี่เพื่อส่งประเด็นการสอบสวนไปยังท้องที่เกิดเหตุ เหยื่อทำงานพรรคเดียวกันมีหน้าที่ช่วยหาเสียง นำหลักฐานเป็นรูปภาพขณะเกิดเหตุและเพื่อนมาให้ปากคำ เหตุที่เหยื่อไม่กล้าแจ้งความเพราะอยู่กับผู้ก่อเหตุลักษณะสองต่อสองกลัวไม่มีหลักฐาน แต่ตนจะให้รวมสำนวนให้เหยื่อเป็นพยานซึ่งกันและกัน อายุ ความคดีนี้ 15 ปี ตนทราบมาว่าสาเหตุที่ผู้ก่อเหตุนัดพบเหยื่อที่ร้านอาหารแห่งนี้ เพราะมีคอนโดอยู่ใกล้กันแฉถูกบีบอก-จับของสงวนด้าน น.ส.น้อยกล่าวว่า เมื่อปี 2563 ตนเข้าร่วมงานเลี้ยงของพรรค มีช่วงหนึ่งกำลังจะเลิกงานนำของไปเก็บท้ายรถผู้ก่อเหตุเข้ามาด้านหลัง บีบหน้าอกอย่างแรง จับก้น และล้วงของสงวน พยายามปัดป้องและบอกให้หยุด แต่ผู้ก่อเหตุหยุดเพราะมีคนเดินมา ตนตกใจมากและบอกว่าเจ็บ จากนั้นผู้ก่อเหตุไปขึ้นรถแล้วขับออกไป ยืนยันว่ารู้จักกันฐานะพี่น้องเคยคุยกันปกติ ไม่มีความสัมพันธ์เชิงชู้สาว หลังเกิดเหตุไลน์และโทรศัพท์มาชักชวนตนไปที่คอนโดในกรุงเทพฯ เมื่อตนปฏิเสธจึงไม่ได้ชวนอีก การที่ผู้ก่อเหตุแถลงข่าววันนี้ ตนมองว่าเป็นการโกหก ตั้งแต่เกิดเหตุไม่เคยปรึกษาคนในพรรค แต่เล่าให้เพื่อนสนิทฟังเพราะเป็นเพียงสมาชิกตัวเล็กๆ อาจทำอะไรไม่ได้ เมื่อก่อนตนเป็นทีมงานพรรคแต่ลาออกมาแล้ว อยากให้ผู้ใหญ่ของพรรคเชื่อพวกตนบ้าง ต้องคืนความยุติธรรมให้กับเหยื่อด้วยเมียไฮโซดังเปิดตัวถูกข่มขืนเวลา 18.30 น. นายษิทรา เบี้ยบังเกิด พาภรรยาสาววัย 30 ปี ของไฮโซชื่อดังที่มีบทบาททางการเมือง เข้าพบ พ.ต.ท.พงศักดิ์ การรัตน์ รอง ผกก. (สอบสวน) สน.ลุมพินี แจ้งความดำเนินคดีผู้ก่อเหตุดังกล่าวเพิ่มเติม ข้อหาข่มขืนกระทำชำเรา ภรรยาไฮโซดัง อ้างว่าเหตุเกิดเมื่อต้นปี 2564 ผู้ก่อเหตุนัดคุยเรื่องงานที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งที่ผู้ก่อเหตุอ้างเป็นเจ้าของ ผู้ก่อเหตุบอกว่า มีออฟฟิศอยู่บริเวณใกล้เคียง เมื่อไปถึงกลับเป็นคอนโดมิเนียมซอยสุขุมวิท 3 เมื่อเข้าไปถูกผู้ก่อเหตุข่มขืน ตนมีน้ำหนักเพียง 39 กก. แม้พยายามขัดขืนไม่สามารถสู้แรงได้ ขณะเกิดเหตุตนเพิ่งเสียน้องชายและเพิ่งเลิกรากับแฟนที่วางแผนจะแต่งงานกัน อยากเริ่มอะไรใหม่ๆ ผู้ก่อเหตุเข้ามาหลอกล่อเรื่องธุรกิจให้ลองมาคุยกัน บอกว่าตนมีศักยภาพ สาเหตุที่หลงเชื่อเป็นเพราะพบกันในงานรวมตัวของนักธุรกิจหนุนเหยื่อคนอื่นกล้าแจ้งความเหยื่อสาวกล่าวอีกว่า การที่ตนเปิดเผยตัววันนี้เพื่อให้เหยื่อรายอื่นกล้าที่ออกมา ช่วงแรกรู้สึกว่าเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆทำอะไรไม่ได้ แต่เมื่อทราบว่ายังมีผู้เสียหายอีกเยอะ จึงต้องการออกมาพูด สามีตนก็สนับสนุน อย่างไรก็ตามตนมองว่าผู้ก่อเหตุเป็นคนที่ทำทุกอย่างได้โดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย หากผู้ก่อเหตุไม่มีเส้นสาย ตนคงไปแจ้งความตั้งแต่แรกแล้ว หลังเกิดเหตุ ผู้ก่อเหตุไม่มีการข่มขู่ แต่พูดโอ้อวดให้ตนรู้สึกยำเกรงแท็กซี่รับ นศ.วัย 18 เข้าให้การต่อมาเวลา 19.15 น. นายษิทราพานายพร (นามสมมติ) คนขับรถแท็กซี่ที่รับ นศ.สาวผู้เสียหายวัย 18 ปีจากโรงแรมเกิดเหตุไปส่งที่โรงพักเข้าให้ข้อมูลตำรวจ สน.ลุมพินี ฐานะพยานว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 12 เม.ย. พนักงานโรงแรมออกมาเรียกรถแท็กซี่เข้าไปรับผู้โดยสาร เมื่อผู้เสียหายขึ้นมาบนรถเห็นว่ามีอาการฟูมฟายร้องไห้ไม่หยุด ก่อนโทรศัพท์หาแม่ จับใจความได้ว่าไปที่โรงแรมเพื่อขอดูกล้องวงจรปิดหลังถูกลวนลาม การมาเป็นพยานของตน ลึกๆรู้สึกกลัว เป็นห่วงความปลอดภัย แต่เนื่องจากสงสารผู้เสียหายและตนเห็นว่าเป็นเพศแม่ตัดสินใจออกมาให้ปากคำ