เพื่อไทยยกพลบุกอุดรธานีเปิด “ครอบครัว เพื่อไทย : บ้านหลังใหญ่ หัวใจเดิม” ระดมล่าสมาชิก 14 ล้านเสียงกลับคืน “สุทิน” ย้อนอดีตหรูยุค “ทักษิณ” คว้า 377 ที่นั่ง พาไทยทะยานเป็นเสือตัวที่ 5 แต่วันนี้ตกต่ำกลายเป็นหมาแห่งเอเชีย “แพทองธาร” รับหน้าเสื่อหัวหน้าครอบครัวนำทัพ ลั่นต้องชนะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล กำจัดเผด็จการให้หมดไป ลั่นโฟกัสแก้ปากท้องก่อนพาพ่อกลับบ้าน แทงกั๊กยังไม่พร้อมลง ส.ส. แต่ขึ้นแคนดิเดตนายกฯยุบสภาค่อยว่ากัน “แรมโบ้” ขู่ทันควันอยากมีชีวิตเหมือนพ่อกับอาหรือ เฉ่งสุดโหดเหี้ยมลากลูกหลานลงเหว “เศรษฐกิจไทย” เซตทีมสอบ รมต.เอง ไม่ร่วมยื่นซักฟอก “ดุสิตโพล” ชี้คนไทยไม่แฮปปี้ปาร์ตี้รัฐบาล จี้หันใส่ใจแก้ปัญหาของแพงพรรคการเมืองเริ่มทยอยเคลื่อนไหวเตรียม พร้อมการเลือกตั้งกันอย่างคึกคัก โดยพรรคเพื่อไทยจัดกิจกรรมครอบครัวเพื่อไทย เปิดรับสมัครสมาชิกพรรค มีการประกาศเปิดตัว น.ส.แพทองธาร ชินวัตรหรืออุ๊งอิ๊ง บุตรสาวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย “ครอบครัวเพื่อไทย” เปิดตัวกระหึ่มเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 20 มี.ค.ที่ศูนย์ประชุมและจัดแสดงสินค้านานาชาติ มลฑาทิพย์ ฮอลล์ จ.อุดรธานี พรรคเพื่อไทยจัดกิจกรรม “ครอบครัวเพื่อไทย : บ้านหลังใหญ่ หัวใจเดิม” มีแกนนำพรรคเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ทั้ง นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายชัยเกษม นิติสิริ ประธานยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เป็นต้น มีชาวอุดรธานีและจังหวัดใกล้เคียงเข้าร่วมจำนวนมาก แบ่งเป็น 3 ห้องใหญ่ ห้องละ 500 คน ตามมาตรการป้องกันโควิดของ ศบค. ถ่ายทอดภาพและเสียงไปทั้ง 3 ห้อง แต่ยังมีคนจำนวนมากไม่สามารถเข้าร่วมได้ จึงถ่ายทอดสดผ่านเพจเฟซบุ๊กพรรคให้ได้ชมกัน และแจกเสื้อยืดสีแดงสกรีน “ครอบครัว เพื่อไทย” ให้ผู้ร่วมลงทะเบียนเป็นครอบครัวเพื่อไทยย้อนอดีตหรูเสือตัวที่ 5 สู่หมาเอเชียนายสุทินขึ้นกล่าวบนเวทีว่า ตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทยเรามีนโยบายต่างๆจนชนะการเลือกตั้งได้ ส.ส. 248 ที่นั่ง ได้ตั้งรัฐบาลโดยมีนายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกฯจนเกิดวลีประชาธิปไตยกินได้ เพราะทำให้ประชาชนลืมตาอ้าปากได้เป็นรัฐบาลที่อยู่ครบ 4 ปี ในประวัติศาสตร์ไทย จากนั้นเมื่อเลือกตั้งอีกครั้งใน 4 ปีให้หลังเรายังได้ ส.ส. 377 ที่นั่ง ตั้งพรรคการเมืองพรรคเดียว ถือว่านายทักษิณ เป็นผู้นำที่สง่างามบนเวที ได้รับการยอมรับทั้งเอเชียและเวทีนานาชาติ ทำให้ประเทศไทยเป็นเสือตัวที่ 5 ของเอเชีย และวันนี้ประเทศกลับเป็นหมาตัวที่ 1 ของเอเชีย ต่อมานายทักษิณต้องถูกรัฐประหาร และยุบพรรคไทยรักไทยในเวลาต่อมาซัดรัฐประหารทุบทะลวงบ้านแตกนายประเสริฐกล่าวว่า การรัฐประหารปี 2549 ทำให้พรรคไทยรักไทยถูกยุบ ถือว่าบ้านแตก แต่เมื่อมีรัฐธรรมนูญ 2550 เราเดินหน้าตั้งพรรคการเมืองใหม่ บ้านหลังนี้คือพรรคพลังประชาชน มีนายสมัคร สุนทรเวช เป็นหัวหน้าพรรค เลือกตั้งมาได้ ส.ส. 233 คน เราเป็นพรรคการเมืองได้ไม่นานพรรคถูกยุบอีกครั้ง มีการแตกพรรคครั้งใหญ่ ส่วนหนึ่งไปตั้งพรรคใหม่ อีกส่วนหนึ่งต่อสู้ในบ้านหลังใหม่แต่ดีเอ็นเอเดิมคือพรรคเพื่อไทย การที่พรรคพลังประชาชนถูกยุบทำให้เกิดพี่น้องเสื้อแดงที่ออกมาต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยเรียกร้องรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่มีการสังหารพี่น้องเสื้อแดงอย่างอำมหิตใจกลางเมืองฟื้นภารกิจนำพาความหวังสู่ ปชช.น.ส.ธีรรัตน์กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง 265 ที่นั่ง ภายใต้การนำโดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่เป็นนายกฯหญิงคนแรกของไทย ขณะนั้นประชาชนเหมือนได้รับแสงสว่างผ่านนโยบายจบปริญญาตรีได้เงินเดือน 15,000 บาท กองทุนหมู่บ้าน กองทุนบทบาทสตรี จำนำข้าว พักหนี้เกษตรกร แผนการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ สร้างอนาคตไทย 2020 วันนี้ 23 ปี ตั้งแต่พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชนและพรรคเพื่อไทย แม้จะมีความพยายามรื้อถอนบ้านเรากี่ครั้ง เราจะจับมือกันไว้ เพราะเรามีภารกิจนำพาความหวังกลับสู่มือประชาชนอีกครั้ง เมื่อถึงเวลาเหมาะสมครอบครัวเพื่อไทยจะต่อสู้กับโจรในเครื่องแบบ และสร้างบ้านหลังใหญ่พรรคเพื่อไทยชู “แพทองธาร” หน.ครอบครัวนำทัพนพ.ชลน่านกล่าวบนเวทีตอนหนึ่งว่า ครอบครัวเพื่อไทยจะเป็นนวัตกรรมสร้างการเมืองภาคพลเมืองเพื่อชนะเลือกตั้งถล่มทลาย เราต้องร่วมสร้างพลัง สร้างโอกาสให้ครอบครัวเพื่อไทย สำคัญที่สุดคือผู้นำต้องหลอมรวมใจเดิมๆของเพื่อไทยให้กลับมาเป็นหนึ่ง สืบเจตนารมณ์ สืบสายเลือดพันธุกรรม ผู้นำของเราเพื่อหลอมรวมเราเป็นหนึ่งได้ มั่นใจว่าด้วยนวัตกรรมการเมืองภาคพลเมือง 2 เดือนนี้จะได้ 8 ล้านสมาชิกจะเติบโตเป็นบ้านหลังใหญ่เป็น 10 ล้าน 12 ล้าน 15 ล้าน เป้าหมายแลนด์สไลด์เพื่อไทยทั้งแผ่นดินจะเป็นของพวกเรา ภาคภูมิใจขอประกาศว่าผู้นำครอบครัวเพื่อไทยเป็นสายเลือด เป็นดีเอ็นเอคนที่มีเจตนาที่จะสร้างบ้าน สร้างเมืองนี้ในนามของพรรคไทยรักไทยเป็นประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรมเพื่อไทย ภูมิใจครับ หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย คุณอุ๊งอิ๊ง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร จากนั้นสปอตไลต์จึงฉายส่องไปยัง น.ส.แพทองธารที่ร่วมนั่งฟังในห้องประชุม “อุ๊งอิ๊ง” ลั่นเวอร์ชันใหม่ดีกว่าเดิมจากนั้น น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ขอบคุณหัวหน้าพรรคที่ไว้วางใจให้ตนเป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย จากที่ทั้ง 4 ท่านพูด ทำให้รู้ความเป็นมาของครอบครัวเพื่อไทย ตอนนั้นตนเป็นเพียงผู้เฝ้ามอง นายทักษิณตั้งพรรคเพื่อไทยตอนตนอายุ 12 ตอนที่ถูกรัฐประหารอายุ 20 ตอนที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ถูกรัฐประหารอายุ 28 แม้ไม่ได้เข้ามาทำการเมืองแต่ได้รับผลกระทบ บ้านหลังนี้บ้านเพื่อไทยได้เติบโตฝ่าฟันอุปสรรคมากมาย ระหว่างทางมีคนตกหล่นหายไปบ้าง แต่ยังมีอีกหลายคนที่ยังอยู่ร่วมกันวันนี้ ยังพร้อมต่อสู้ไปกับเรา ขอบคุณประชาชนที่อยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา การสนับสนุนของประชาชนทำให้พรรคเพื่อไทยมีวันนี้ ตลอด 23 ปีบนเส้นทางการเมืองของพรรคเพื่อไทย เรามีประสบการณ์มากกว่าพรรคอื่นๆ จากประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้รู้สึกว่าถึงเวลาแล้วที่พรรคเพื่อไทยจะต้องมีการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้ทันต่อความต้องการของประชาชนที่เปลี่ยนแปลงไป เราจะต้องทำให้พรรคเพื่อไทยเป็นเวอร์ชันที่ดีกว่าเดิมให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันตั้งเป้าต้องชนะตั้ง รบ.โค่นเผด็จการน.ส.แพทองธารกล่าวว่า เราไม่มีทางลืมประชาชนรากหญ้าที่สนับสนุนเรามาตั้งแต่ไทยรักไทย เราตระหนักถึงความทุกข์ความเดือดร้อนของพี่น้องเสมอมา เราจะต้องอยู่อย่างแข็งแกร่งและอยู่รอดเพื่อเป็นความหวังอันเดียวให้ประชาชน โดยวางเป้าหมาย 2 เรื่อง คือการสร้างการมีส่วนร่วมการทำงานของคนทุกเจเนอเรชัน และเราจะต้องจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ ระบอบเผด็จการต้องหมดไป พูดตอนนี้อาจฟังไกลตัวแต่ไม่ไกลเกินไปแน่นอน เราต้องเตรียมพร้อมเมื่อถึงเวลาเราต้องพร้อม พรรคเพื่อไทยต้องจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ และต้องเป็นแกนนำจะได้ผลักดันนโยบายได้ แต่ถ้าจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ ต่อให้นโยบายดีแค่ไหนก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ยึดอำนาจรัฐเติมเงินใส่มือ ปชช.“นโยบายของเราจะเติมเงินในกระเป๋าให้ประชาชนแบบมีเกียรติ อำนาจรัฐเท่านั้นที่จะเป็นทางออกการบรรลุเป้าหมาย ต้องการการสนับสนุนจากพี่น้อง ดังนั้นพรรคเพื่อไทยอยากให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นจึงเป็นที่มาของครอบครัวเพื่อไทย สมัยพรรคไทยรักไทยมีสมาชิกพรรคถึง 14 ล้านรายชื่อ เมื่อถูกยุบพรรครายชื่อเหล่านั้นได้หายไป เมื่อมีการตั้งเงื่อนไขค่าใช้จ่ายการเป็นสมาชิกพรรค ทำให้การมีส่วนร่วมระหว่างพรรค การเมืองกับประชาชนห่างกันไปอีก แต่ไม่เป็นไรวันนี้พรรคทำกิจกรรมครอบครัวเพื่อไทยบ้านหลังใหญ่หัวใจเดิม สร้างการมีส่วนร่วม เราอยากให้ประชาชนสมัครเข้ามาเยอะๆ เพื่อบรรลุเป้าหมายชนะการเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์ มาร่วมเป็นครอบครัวเพื่อไทยด้วยกัน เราต้องการสู้ศึกเลือกตั้งอีกครั้งเมื่อถึงเวลา 14 ล้านเสียงจะเกิดอีกครั้ง เราจะอยู่เป็นครอบครัว จะสู้ต่อไปอย่างเข้มแข็ง เราจะไม่ทิ้งกัน” น.ส.แพทองธารกล่าวจับเข่าคุยนักธุรกิจเมืองอุดรฯผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเสร็จสิ้นการพบปะและถ่ายรูปรวมสมาชิกเพื่อไทยแล้ว น.ส.แพทองธารได้ไปพูดคุยกับนักธุรกิจรุ่นใหม่ใน จ.อุดรธานี นำโดยนายพิสิษฐ์ พิพัฒน์วิไลกุล กรรมการผู้จัดการบริษัทเมืองอุตสาหกรรมอุดรธานี จำกัด นำนักธุรกิจรุ่นใหม่กว่า 30 ราย ร่วมวงพูดคุยแนวทางการทำงานร่วมกัน ในอนาคตหากพรรคเพื่อไทยได้จัดตั้งเป็นรัฐบาลหรือการสนับสนุนหากแม้พรรคเพื่อไทยไม่ได้เป็นรัฐบาล จะต้องผลักดันให้เกิดความสำเร็จมากที่สุด เนื่องจากพื้นที่ จ.อุดรธานี ส่วนใหญ่พรรคเพื่อไทยได้รับเลือกตั้งครบทุกเขตแคนดิเดตนายกฯ ยุบสภาค่อยว่ากันจากนั้นเวลา 13.00 น. น.ส.แพทองธารให้สัมภาษณ์กรณีได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย จะนำไปสู่การรับตำแหน่งแคนดิเดตนายกฯของพรรคต่อไปหรือไม่ว่า ขณะนี้ยังไม่คิดจะลงสมัคร ส.ส. ความตั้งใจที่มาเปิดตัวเป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เพราะอยากให้สมาชิกพรรคไทยรักไทยเดิมได้กลับมาอยู่ร่วมกันอีกครั้ง เพื่อร่วมจิตวิญญาณเดิมของเรา ที่เคยทำให้บ้านหลังเก่าแข็งแรง เมื่อถามว่าแต่พร้อมใช่หรือไม่ หากจะรับตำแหน่งแคนดิเดตนายกฯ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า เราต้องทำงานเป็นทีม ที่เข้ามาทำงานในพรรคเพื่อไทยวันนี้ไม่ได้อยู่ที่ตนเพียงคนเดียวว่าจะได้เป็นแคนดิเดตนายกฯหรือไม่ ทุกอย่างต้องอาศัยพรรค ทุกคนในพรรคเพื่อไทยพร้อมจะทำงานเพื่อประเทศชาติ พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้เรามีโอกาสจัดตั้งรัฐบาล เพื่อผลิตนโยบายแก้ไขปัญหาขจัดความฝืดเคืองด้านเศรษฐกิจให้ประชาชน ตั้งแต่พรรคไทยรักไทย เราได้พิสูจน์ผลงานแล้วว่าสิ่งที่เราคิดและเสนอออกไปสู่ประชาชน เราทำให้เกิดขึ้นได้จริง ตลอด 23 ปีมาจนถึงพรรคเพื่อไทย เรามีเครื่องมือที่ดี บุคลากรมีคุณภาพจะมาผลักดันนโยบายที่ดีให้ประเทศ พูดได้เลยว่าหากพร้อมเมื่อไร ไม่ใช่แค่ตน แต่ทุกคนพร้อมจะแก้ปัญหาประเทศชาติ วันนี้เพื่อไทยพร้อมที่สุดแล้ว ส่วนแคนดิเดตพรรคเพื่อไทย เคยตอบไปแล้ว เมื่อยุบสภาเมื่อไหร่ค่อยว่ากันกร้าวนำ ปชต.เต็มรูปแบบกลับคืนเมื่อถามว่าบนเวทีพูดว่าจะศึกษาข้อผิดพลาดเพื่อปรับปรุงปัจจุบันและอนาคต ข้อผิดพลาดคืออะไร น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ขอไม่พูดถึงอดีตที่ผ่านมาเรามีข้อดีข้อเสียเยอะแยะไปหมด เราได้เรียนรู้จากมัน อาจเป็นการตัดสินใจเล็กๆน้อยๆที่ผิดพลาด รู้สึกว่าเราอยากทำใหม่ เวลาที่เราทำอะไรในหนึ่งวันคงไม่ได้ ทำถูกต้อง 100% ด้วยความเป็นมืออาชีพของพรรคเพื่อไทย เรายิ่งเข้ามาใกล้ยิ่งรู้ว่าทุกคนมีศักยภาพ เรามีคนที่มีความคิดดีๆอยู่มาก พรรคเพื่อไทยพยายามสร้างตรงนี้เป็นส่วนสำคัญและเน้นให้ทุกคนทำงานร่วมกันได้ รู้สึกดีใจที่ได้เข้ามาทำงานตรงนี้ เมื่อถามว่า ที่ประกาศบนเวทีว่าพรรคเพื่อไทยต้องเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ เพื่อทำให้เผด็จการหมดไปเหมือนประกาศศึก กังวลจะมีผลกระทบตามมาหรือไม่ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า มันเป็นความจริง เราต้องเอาระบอบประชาธิปไตยอย่างเต็มรูปแบบกลับคืนมา นี่คือสิ่งที่ถูกต้อง ประเทศไทยเราควรเป็นประชาธิปไตยแบบ 100% และรัฐบาลที่จัดตั้งขึ้นมาได้ต้องมาจากการเลือกตั้ง ประชาชนต้องเป็นคนเลือกเท่านั้น เมื่อถามว่าประเมินเท่าไร น่าจะได้เสียงเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ยังไม่ได้คิดเลย เป็นเรื่องอนาคต แต่ขอให้ได้เยอะๆ ออกตัวยังไม่พร้อมสมัครลง ส.ส.เมื่อถามอีกว่าตั้งแต่เป็นประธานที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม และมาเป็นหัวหน้าครอบครัว มีความมั่นใจการทำงานการเมืองเพิ่มขึ้นหรือไม่ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า “อิ๊งรู้สึกมั่นใจในพรรคเพื่อไทย อันนี้เวลาพูดต้องมองตาถึงจะเข้าใจว่าพูดจริงหรือไม่ อิ๊งรู้สึกมากเลยว่าเวลาเข้ามาที่พรรคเพื่อไทยมีอะไรมากมายกว่าตอนที่เป็นผู้เฝ้าดู พรรคเพื่อไทยมีศักยภาพอย่างมาก ทุกคนล้วนมีศักยภาพที่แตกต่างกัน เมื่อมีการจัดการที่ดีเขาก็ร่วมมือการทำงานทุกครั้ง” เมื่อถามว่าตอนนี้พร้อมลงสมัคร ส.ส.หรือไม่ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ยังค่ะๆโฟกัสปัญหา ปท.ก่อนพาพ่อกลับบ้านเมื่อถามว่านายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯพูดหลายครั้งว่าอยากกลับมาเมืองไทย ในฐานะลูกสาวนายทักษิณ มีเป้าหมายเรื่องนี้อย่างไร น.ส. แพทองธารกล่าวว่า “คุณพ่ออยากกลับมาเลี้ยงหลาน ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับพรรคเพื่อไทย แต่ทุกเรื่องที่อยู่ในชีวิตของอิ๊งตั้งแต่เล็กแล้ว เราปรึกษาคุณพ่อตลอด เราเป็นครอบครัวที่ใกล้ชิดกันมากๆ อย่างเรื่องคุณพ่อกลับบ้าน ไม่ใช่ไพรออริตีหลัก ไพรออริตีหลักตอนนี้ของประเทศเราคือปากท้อง คือเศรษฐกิจ ปัญหาของประชาชน ไม่ใช่ปัญหาของครอบครัวอิ๊ง แต่เป็นปัญหาของประเทศ เราควรจะโฟกัสตรงนั้น และคุณพ่อ คุณแม่และครอบครัวทุกคนเป็นกำลังใจที่ดีของอิ๊ง”ร่วมบายศรีสู่ขวัญช็อปสินค้าชุมชนต่อมาเวลา 14.00 น. น.ส.แพทองธาร เดินทางไปที่บ้านโนนกอก อ.เมืองอุดรธานี เข้าร่วมพิธีบายศรีสู่ขวัญ ได้รับการผูกข้อมือจากพราหมณ์และผู้สูงอายุในชุมชน เสร็จแล้วเดินชมวิธีการทอผ้าแบบโบราณ ผลิตภัณฑ์จากชุมชน ที่มีเด็กนักเรียนและกลุ่มผู้สูงอายุมาออกร้าน โดย น.ส.แพทองธารอุดหนุนกิ๊บติดผมทำมาจากผ้าทอและผ้าฝ้ายมัดหมี่ รวมทั้งชมการสาธิตตำข้าวเหนียวนำมาทำข้าวเกรียบ โดยพูดคุยสอบถามด้วยความสนใจจี้ “บิ๊กตู่” ช่วย ปชช.อย่ามัวช่วยตัวเองนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ในฐานะอดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตอนนี้ไปลงพื้นที่ไม่ว่าที่ไหน พี่น้องประชาชนประสบปัญหาโควิดและวิกฤติเศรษฐกิจ ชีวิตย่ำแย่ โดยเฉพาะราคาพลังงานทั้งน้ำมัน ไฟฟ้า แก๊สปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ค่าครองชีพสูงขึ้น อยากวอน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ หันมามองประชาชนเร่งเยียวยาแก้ไข โค้งสุดท้ายรัฐบาลเหลืออีก 1 ปี ควรจัดการปัญหาต่างๆเป็นวาระแห่งชาติ ประชาชนลำบากมาก หลายคนจะกินยังไม่มี แทบจะกินดินกันอยู่แล้ว นายกฯอย่าเอาแต่ช่วยตัวเอง มุ่งแก้ปัญหาการเมือง กินข้าวกับพรรคร่วมฯพรรคเล็ก ขณะที่ประชาชนจะไม่มีกินอยู่แล้ว เหลียวแลเขาบ้าง อย่าลืมว่ารัฐบาลจะอยู่ได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับศรัทธาประชาชน วันนี้แม้จะรอดไปได้ แต่วันหน้าอาจไม่รอด เลือกตั้งเมื่อไหร่ประชาชนจะให้คำตอบ “แรมโบ้” ขู่จะมีชีวิตเหมือนพ่อ-อานายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกฯ กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทยตั้ง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยว่าพรรคเพื่อไทยคงทราบดีว่าไม่สามารถจะกอบกู้คะแนนนิยมได้ จึงอาศัยคนในตระกูลชินวัตร หวังมีคะแนนเสียงเพิ่มขึ้น ที่ประกาศจะชนะเลือกตั้งแลนด์สไลด์คงยาก ประชาชนรู้พฤติกรรมพรรคเพื่อไทยดี มีคนมากมายฝากมาบอกด้วยความห่วงใยและสงสารน้องอุ๊งอิ๊ง กลัวโดนชะตากรรมวิบากกรรมเหมือนคุณพ่อและคุณอา คุณพ่อและคุณอากำลังจะทำให้น้องอุ๊งอิ๊งเข้ามาสู่อำนาจเพื่อจะออกกฎหมายโดยมิชอบ สมมติเป็นนายกฯแล้ว อุ๊งอิ๊งจะหาช่องทางวิธีการออก พ.ร.บ. นิรโทษกรรมสุดซอยอีกครั้งหนึ่งเหมือนอาจนต้องหนีออกนอกประเทศตามคุณพ่อไปอยู่ต่างประเทศ น้องอุ๊งอิ๊งอยากมีชีวิตอยากตามคุณพ่อและคุณอาไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศระเหเร่ร่อนเหมือนคุณพ่อคุณอาอย่างนั้นใช่ไหมฉะสุดโหดเหี้ยมลากลูกหลานลงเหว“หลายคนสงสัยและไม่เข้าใจจริงๆว่าสิ่งที่คุณพ่อและคุณอากำลังทำให้ชีวิตน้องอุ๊งอิ๊งจะต้องเดินไปสู่ไปเจอวิบากกรรมเหมือนคุณพ่อและคุณอาอีกครั้ง เป็นความคิดใคร คิดได้อย่างไร แต่ถ้าอุ๊งอิ๊ง เชื่อมั่นตามที่คุณพ่อและคุณอาบงการสั่งการมา คงช่วยอะไรไม่ได้ ถือว่าเป็นวิบากกรรมของน้องอุ๊งอิ๊งเอง คงไม่มีใครช่วยอะไรได้ แต่สิ่งที่ประชาชนคนไทยกำลังเห็นอยู่ขณะนี้ คือคุณพ่อทักษิณ ชินวัตร และคุณอายิ่งลักษณ์ ชินวัตร กำลังใช้อุ๊งอิ๊งเป็นเครื่องมือ เพื่อเดินเข้าสู่หลุมพรางวิบากกรรมตามที่คุณพ่อและคุณอาลิขิตเส้นทางผิดๆไว้ให้ มันช่างโหดเหี้ยมร้ายกาจมากๆ เค้าเรียกว่า “พ่อแม่รังแกลูก” จึงฝากเตือนสติน้องอุ๊งอิ๊ง กลับไปคิดทบทวนเอาเอง ยังไม่สายเกินแก้ที่จะตัดสินใจยุติบทบาททางการเมือง ตัดสินใจไม่เดินตามเส้นทางคดีโกงเหมือนคุณพ่อและคุณอาที่แนะนำน้องอุ๊งอิ๊ง เส้นทางนี้เป็นเส้นทางชีวิตที่น่าสะพรึงกลัว ผลักดันน้องอุ๊งอิ๊งเดินลงสู่เหวลึก เหวนรกชัดๆ” นายเสกสกลกล่าว“ธนกร” ย้อน “พิธา” จะไม่ได้เป็น ส.ส.นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงกรณีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ระบุ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ร่วมงานเลี้ยงพรรคร่วมรัฐบาลเป็นกระบวนการสร้างความมั่นใจของรัฐบาล แต่ประชาชนไม่มั่นใจในเสถียรภาพรัฐบาลว่า คนที่ไม่มั่นใจคงไม่ใช่ประชาชน น่าจะเป็นความหวังลมๆแล้งๆของฝ่ายค้านอยากจะให้เป็นอย่างนั้น การดิสเครดิตของฝ่ายค้านไม่ได้ช่วยให้แก้ปัญหา ตรงกันข้าม ยิ่งสร้างความสับสนให้ประชาชนมากขึ้นไปอีก หากมือไม่พายอย่าเอาเท้าราน้ำ ที่นายพิธาระบุว่ายากที่รัฐบาลจะอยู่ถึงการประชุมเอเปกเพราะไม่มีเสถียรภาพ ยืนยันว่าไม่ใช่แค่รัฐบาลจะอยู่ถึงการประชุมเอเปก แต่หากฝ่ายค้านยังไม่รู้จักหน้าที่ ยังแยกแยะไม่ออกว่าเรื่องไหนควรทำหน้าที่ในสภาฯ เรื่องไหนไม่ควรออกไปผสมโรงกับม็อบบนท้องถนน มีแต่จะยิ่งส่งเสริมให้รัฐบาลอยู่จนครบเทอม หากนายพิธายังไม่รีบปรับวิธีทำงาน ยังเน้นอภิปรายเสียดสีสาดโคลน ระวังกระแสสังคมทนไม่ไหว สุดท้ายจะรักษาเก้าอี้ตัวเองไว้อาจจะทำไม่ได้ด้วยซ้ำ“ไทยสร้างไทย” แจกชุดขายลูกชิ้นที่พรรคไทยสร้างไทย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย พร้อมนายเจตน์บัญชา อำรุงจิตชัย รองโฆษกพรรคไทยสร้างไทย แถลงข่าวโครงการสร้างงานสร้างอาชีพ กิจกรรมเพื่อคนตัวเล็กโดยพรรคไทยสร้างไทย ร่วมกับ “ลูกชิ้นจัง” โดยคุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า เราเล็งเห็นถึงวิกฤติทางเศรษฐกิจ ความเดือดร้อนของประชาชน โดยเฉพาะปัญหาการว่างงานจากผลกระทบของสถานการณ์โควิด-19 จึงจัดกิจกรรมโครงการไทยสร้างไทย สร้างอาชีพ เพื่อดูแลพี่น้องคนตัวเล็ก ด้วยการแจกชุดสร้างอาชีพเป็นลูกชิ้นและอุปกรณ์การทอด หากนำไปดำเนินการจะสร้างรายได้กว่า 3,000 บาท สร้างงานสร้างอาชีพและสร้างรายได้ให้พี่น้องประชาชน ทีมไทยสร้างไทยจะลงพื้นที่หาบุคคลที่เหมาะสมกับการสร้างอาชีพจำนวน 4,000 รายทั่วประเทศ และแจกคูปอง เมื่อได้คูปองชุดทดลองขายสร้างงานสร้างอาชีพแล้ว ทีมไทยสร้างไทยในแต่ละพื้นที่จะติดต่อกลับผู้ได้รับสิทธิ์ต่อไป ผู้สนใจติดต่อทีมไทยสร้างไทยในแต่ละเขตจังหวัดโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ปชป.ติวเข้มสนามผู้ว่าฯ กทม.-ส.ก.นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ประธาน ส.ส.และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเตรียมพร้อมเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.และ ส.ก.ว่า วันที่ 21 มี.ค. เวลา 13.00 น. พรรคจัดสัมมนาผู้สมัคร ส.ก.ของพรรค รวมถึงมี ผอ.ศูนย์เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.และ ส.ก.ประจำ 50 เขตทั่วกรุง ที่ห้องประชุมชั้น 3 อาคาร ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช มีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์หัวหน้าพรรค เป็นประธานพิธีเปิดสัมมนา นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค บรรยายหัวข้อ “รวมพลัง ปชป. สู่ชัยชนะ” และมีนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ของพรรค ปราศรัยกับผู้สมัคร ส.ก. ต่อด้วยนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคและฝ่ายกฎหมาย บรรยายข้อกฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งท้องถิ่น ปิดท้ายการสัมมนา ตนและคณะบรรยายหัวข้อ “เจาะลึกกลยุทธ์การรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งท้องถิ่น”ศ.ท.ตั้งทีมสอบ รมต.ไม่ร่วมซักฟอกนายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและนายทะเบียนพรรคเศรษฐกิจไทย (ศ.ท.) กล่าวว่า ตอนนี้มีกรรมการบริหารพรรคขับเคลื่อนชุดจริงแล้ว จะเร่งสร้างเครือข่ายพรรคให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั้งประเทศ เร่งหาสมาชิก ส.ส.ทั้ง 18 คนลงพื้นที่ดูแลประชาชนทุกวัน ทั้งเรื่องโควิด-19 นำอาหารการกิน ถุงยังชีพ ไปมอบให้ ช่วยชาวบ้านทำที่พักอาศัยราคาไม่แพง พรรคจัดหาวัสดุ รับฟังปัญหามากำหนดเป็นนโยบาย ยุทธศาสตร์เลือกตั้งพรรคเริ่มวางแล้ว มีผู้สนใจหลากหลายอาชีพเข้ามาร่วมพรรค บางคนเสนอตัวลงสมัคร ส.ส.เป้าหมายส่งครบทั้ง 400 เขต และได้ไม่ต่ำกว่า 100 คน ส่วนฝ่ายค้านเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลวันที่ 23 พ.ค. พรรคไม่ได้ร่วมยื่นด้วย จุดยืนพรรคไม่ใช่ฝ่ายค้าน เราชัดเจนว่ารัฐบาลทำอะไรเป็นประโยชน์กับประชาชนจริงๆเราจะสนับสนุน แต่หากทำอะไรไม่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน แต่เป็นประโยชน์ต่อคนบางกลุ่ม บางครั้งเป็นกลุ่มที่รวยอยู่แล้วไปให้เขารวยต่อเราไม่เห็นด้วย จะพิจารณาเป็นเรื่องๆไป การตรวจสอบตอนนี้กำลังจะเซตเป็นทีมๆปชช.อ่วมของแพงไม่ปลื้มปาร์ตี้ รบ.วันเดียวกัน สวนดุสิตโพล เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ 1,127 คน ระหว่างวันที่ 14-17 มี.ค. เรื่อง “การเมืองไทย...วุ่นวายจริงหรือ?” พบว่าประชาชนมองว่าการเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองวันนี้สะท้อนถึงการต่อรองอำนาจและผลประโยชน์ทางการเมือง โดยร้อยละ 68.90 มองว่าการนัดทานอาหารของพรรคการเมืองช่วงนี้ไม่เหมาะสม ร้อยละ 61.67 อยากให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับปัญหาบ้านเมือง โดยเฉพาะน้ำมันแพง สินค้าแพง ร้อยละ 91.44 รายได้ไม่พอกับรายจ่ายหนี้สิน ร้อยละ 71.81 คิดว่านักการเมืองไทยไม่ค่อยดูแลทุกข์สุขประชาชน ร้อยละ 52.19 ไม่ค่อยเชื่อมั่นต่อการบริหารงานของรัฐบาล ร้อยละ 45.12 ไม่เชื่อมั่น ร้อยละ 32.77 มองว่ารัฐบาลไม่ค่อยมีเสถียรภาพ ร้อยละ 50.94ซื้อเสียง ลต.ฝังลึกไม่เชื่อจะแก้ได้ขณะที่นิด้าโพลสำรวจความเห็นประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปทั่วประเทศรวม 1,329 หน่วยตัวอย่าง เรื่อง “ซื้อเสียง ถูกกฎหมาย?” เมื่อวันที่ 15-18 มี.ค. โดยถามถึงความเชื่อของประชาชนว่า “ประเทศไทยมีการซื้อเสียงเลือกตั้ง” ไม่ว่าจะระดับท้องถิ่นหรือระดับประเทศ ร้อยละ 76.75 ระบุเชื่อมาก ร้อยละ 16.33 ค่อนข้างเชื่อ ร้อยละ 3.46 ไม่เชื่อเลย ร้อยละ 3.31 ไม่ค่อยเชื่อ ทั้งนี้ ร้อยละ 63.92 ไม่เชื่อเลยว่าปัญหาการซื้อเสียงเลือกตั้งจะแก้ไขได้ ร้อยละ 17.76 ไม่ค่อยเชื่อ ร้อยละ 11.46 ค่อนข้างเชื่อ ร้อยละ 6.62 เชื่อมาก ส่วนข้อเสนอให้การซื้อเสียงเลือกตั้งเป็นการกระทำถูกกฎหมาย ร้อยละ 71.93 ไม่เห็นด้วย ร้อยละ 12.27 เห็นด้วยมาก ร้อยละ 8.50 ไม่ค่อยเห็นด้วย ร้อยละ 6.77 ค่อนข้างเห็นด้วย ส่วนการให้การจัดเลี้ยงของผู้สมัครรับเลือกตั้งถูกกฎหมาย ร้อยละ 59.44 ไม่เห็นด้วย ร้อยละ 14.52 เห็นด้วยมาก ร้อยละ 13.02 ค่อนข้างเห็นด้วย ร้อยละ 11.89 ไม่ค่อยเห็นด้วย ข้อเสนอให้การจัดมหรสพ กิจกรรมบันเทิงของผู้สมัครถูกกฎหมาย ร้อยละ 61.17 ไม่เห็นด้วยเลย ร้อยละ 13.54 เห็นด้วยมาก ร้อยละ 12.27 ค่อนข้างเห็นด้วย ร้อยละ 12.19 ไม่ค่อยเห็นด้วย