มีสัญญาณแสดงว่าสงครามยูเครน อาจลุกลามและยืดเยื้อต่อไป ส่วนในประเทศไทยมีคำถามว่าเราจะเอาอย่างไร มีข่าวเล็ดลอดออกมาว่า ไทยจะวางตัวเป็นกลาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ชี้แจงหลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะรัฐมนตรี ไทยจะเป็นกลางและยึดแนวทางอาเซียน ซึ่งแถลงอย่างเป็นทางการแถลงการณ์ของอาเซียน แม้จะพยายามเป็นกลาง ไม่เอ่ยชื่อ “รัสเซีย” แต่ยึดแนวทางสันติ เรียกร้องให้ทุกฝ่ายระงับยับยั้ง และพยายามอย่างยิ่งยวด ในการเจรจาผ่านช่องทางต่างๆ เพื่อยุติความขัดแย้งโดยสันติ ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ และกฎบัตรสหประชาชาติ พูดอีกอย่างก็คือห้ามใช้กฎหมายป่าอาจหมายถึงห้ามใช้กฎหมายป่า เมื่อประมาณ 4 พันถึง 6 พันปีก่อน และใช้กฎหมายแห่งศตวรรษที่ 21 แถลงการณ์ของอาเซียนเรียกร้องให้ยึดหลักการการไม่แทรกแซง การเคารพเอกราช อธิปไตย บูรณภาพของดินแดน และยุติความขัดแย้งด้วยสันติวิธี แม้จะไม่ระบุชื่อรัสเซีย แต่เท่ากับขอให้รัสเซียยุติปฏิบัติการทหารยิ่งกว่านั้น ยังมีสมาชิกอาเซียนเช่น สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย แถลงตัดหน้าอาเซียนไปก่อน สิงคโปร์ประณามอย่างรุนแรงต่อการบุกประเทศเอกราชโดยไม่ถูกยั่วยุ และเรียกร้องให้เคารพอธิปไตยของ ยูเครน ส่วนแถลงการณ์อินโดนีเซีย เรียกร้องให้ยึดกฎหมายระหว่างประเทศ และกฎบัตร สหประชาชาติกฎหมายระหว่างประเทศ และกฎบัตรสหประชาชาติที่พูดถึง เป็นหลักการที่สวยหรู เป็นวาทกรรมสุดเท่ แต่มีปัญหาในด้านปฏิบัติสหประชาชาติประกอบด้วย องค์กรสำคัญ 2 องค์กร คือสมัชชาใหญ่ ประกอบด้วยสมาชิกทั้ง 193 ประเทศ และคณะมนตรีความมั่นคง มีสมาชิก 15 ประเทศ เป็นสมาชิกถาวร 5 สมาชิกชั่วคราว 10สมาชิกถาวร 5 ชาติ ประกอบด้วย มหาอำนาจหรือ “พี่เบิ้ม” ได้แก่ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร (อังกฤษ) รัสเซีย จีน และฝรั่งเศส สมัชชาชาติใหญ่ ทำหน้าที่คล้ายรัฐสภาโลก ส่วนคณะมนตรีความมั่นคงคล้ายกับคณะมนตรี มีอำนาจดูแลสันติภาพของโลก สมาชิกถาวรมีสิทธิวีโต้หรือยับยั้ง ทำให้มติตกไปการประชุมคณะมนตรีครั้งแรก มีสมาชิกถึง 11 ชาติ สนับสนุนมติที่ให้รัสเซียยุติการรบและถอนทหารกลับทันที อีก 3 ชาติงดออกเสียง มีเพียงรัสเซียประเทศเดียวที่ออกเสียงคว่ำญัตติ เพราะเป็นสมาชิกถาวร ต้องส่งให้สมัชชาใหญ่ตัดสิน แต่ที่ผ่านๆมา มติดีๆส่วนหนึ่งเป็นแค่วาทกรรม เท่ๆ เป็นคำสวดในพิธีกรรม.