“เสี่ยโจ้” ให้คะแนน “พระรามตู่” สอบตก ย้ำ 7 คำถามที่นายกฯ ไม่ตอบ ข้องใจจัดฉากสร้างหนี้ 3.7 หมื่น ล. เอื้อขยายสัมปทาน ขู่ “บิ๊กตู่” จะรู้ว่านรกมีจริงวันซักฟอกใหญ่ พท.เชื่อมีปรับ ครม.ก่อนทัพพระรามแตก โฆษก รบ.เย้ยฝ่ายค้านอยู่ไปก็ไร้ประโยชน์ ภท.เต้นปมสถานีกลางบางซื่อ ขู่คนเผยแพร่ซ้ำเจอฟ้อง “จิรัฏฐ์” ตอกลิ่วล้ออย่าทำปากแจ๋ว เดี๋ยวจะแฉทีเด็ดเป็นซีรีส์ “สนธิรัตน์” ฟันธงเสถียรภาพรัฐบาลไม่มั่นคง พร้อมลงเลือกตั้ง โพลชี้คนอยากให้ยุบสภาเร็วๆ เชื่อว่าอาจยุบก่อนครบเทอมพรรคร่วมฝ่ายค้านทั้งเพื่อไทย และก้าวไกล ยังคงต่อยอดผลพวงจากการเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 เพื่อขยายแผลความไม่ชอบมาพากลจากการบริหารงานของรัฐบาล ขณะที่ทางรัฐบาลส่งบรรดาทีมโฆษก และ ส.ส. ออกมาตอบโต้พอเป็นกระษัยการเมือง“โจ้” ให้คะแนนรัฐบาลสอบตกเมื่อวันที่ 20 ก.พ. ที่พรรคเพื่อไทย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงถึงการ อภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ว่า ภาพรวมคะแนนรัฐบาลในการอภิปรายครั้งนี้ สอบตก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม ไม่ได้ให้ความสำคัญกับปัญหาความเดือดร้อน การบริหารงานที่ผิดพลาด และการทำผิดกฎหมายต่างๆ ไปอ้างตัวเองว่าเป็นพระราม เหมือนเป็นตัวเอกในเรื่อง แต่การบริหารราชการแผ่นดินกลับล้มเหลวสิ้นเชิง ธุรกิจพังทั้งแผ่นดิน คนป่วย คนตายจากโควิดทั่วประเทศ อภิปรายเรื่องรถไฟฟ้าสายสีเขียวไป 25 นาที แต่นายกฯไม่ตอบอะไร ย้ำ 7 คำถามที่นายกฯไม่ตอบนายยุทธพงศ์กล่าวต่อว่า ต้องย้ำคำถาม 7 ข้อไปยังนายกฯที่ยังไม่ได้ตอบคำถาม คือ 1.ส่วนต่อขยายเขียวเหนือ-เขียวใต้ ที่กระทรวงคมนาคมทักท้วงว่ายังเป็นสมบัติของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ไม่ใช่ของกรุงเทพมหานคร (กทม.) แต่กระทรวงมหาดไทยกลับนำเรื่องนี้เข้า ครม. แล้วจะโอนสายเขียวเหนือ-เขียวใต้นี้ไปให้บีทีเอสได้อย่างไร 2.ไข่แดงที่จะหมดสัญญาในปี 2572 แต่ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร อดีตผู้ว่าฯ กทม. ไปต่อสัญญาจ้างเขาวิ่งรถถึงปี 2585 นั้นผิดกฎหมายและเรื่องกำลังอยู่ในคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) 3.กทม.เอาอำนาจอะไรไปจ้างเขาวิ่งรถถึงปี 2585 ในเมื่อไม่ใช่สมบัติของตัวเอง เพราะยังเป็นสมบัติของ รฟม. ถ้ามั่นใจว่า ทำถูกกฎหมาย เหตุใดต้องใช้มาตรา 44 โดยไม่มี การประมูลและเทียบราคาฉะจัดฉากสร้างหนี้ 3.7 หมื่น ล.นายยุทธพงศ์กล่าวอีกว่า 4.รัฐมนตรีทั้ง 7 คน ของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) พร้อมใจกันลาประชุมครม. บอกยังไม่ดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย ทำไม พล.อ.ประยุทธ์ไม่ฟังบ้าง 5.ที่มีการจัดฉากสร้างหนี้ 3.7 หมื่นล้านบาท พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.คนปัจจุบัน เอาอำนาจอะไรไปให้ประชาชนนั่งฟรี 6.ถ้าไม่ให้ต่อขยายสัมปทานค่าโดยสารส่วนต่อขยาย 158 บาท แต่ถ้าให้ต่อจะอยู่ที่ 65 บาท ใน เมื่อ รฟม.นั่งไกลแค่ไหนก็ไม่เกิน 42 บาท ควรเป็น มาตรฐานเดียวกัน ค่าโดยสารรถไฟฟ้าต้องไม่ควรเกิน 42 บาท วันนี้ต้องให้สัญญาหมดในปี 2572 แล้วเอารถไฟฟ้ามาเป็นของรัฐ 7.นางปานทิพย์ ศรีพิมล ผอ.สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ระบุทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่พรรค ภท.ที่ร่วม ครม.เขาทักท้วง แต่นายกฯเลือกเชื่อนางปานทิพย์ เหตุใดไม่รอให้ผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่ ที่ประชาชนจะเลือกเข้ามาตัดสินใจขู่ “พระรามตู่” จะรู้นรกมีจริง“ขอท้าพระรามประยุทธ์ว่าถ้าแน่จริง ให้มาออกทีวีดีเบตแข่งกับผม เรื่องรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่องไหนก็ได้ ถ้าพระรามประยุทธ์กลัวจะเอาคนมาช่วยด้วยก็ได้ ผมจะไปคนเดียว ที่บอกว่าทำถูกกฎหมาย อยากถามว่ากฎหมายอะไร ถ้าแน่จริงก็ต่อสัญญาสัมปทานไปเลย แต่เดือน พ.ค.ที่เปิดสภามา ฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 ครั้งที่แล้วเจอกบฏธรรมนัสยังเกือบตาย ต้องไปยกมือไหว้ ส.ส. รอบนี้พระรามประยุทธ์จะได้ รู้ว่านรกมีจริง แล้วอย่าชิงยุบสภาหนีก็แล้วกัน หากมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเสียงรัฐบาลที่ปริ่มน้ำอยู่แล้ว ถ้าต้องยกมือในสภาจะไม่มีปัญหาหรือ อาจต้องชิงยุบสภาไม่ปล่อยให้ฝ่ายค้านได้อภิปรายไม่ไว้วางใจหรอก ผมมองว่ารัฐบาลก็ถึงทางตันเช่นกัน เชื่อว่าเรื่องรถไฟฟ้าสายสีเขียวจะเป็นจุดแตกหักของรัฐบาล” นายยุทธพงศ์กล่าวเชื่อมีปรับ ครม.ก่อนทัพแตกนายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การอภิปรายครั้งนี้พรรคเพื่อไทยพุ่งเป้าไปที่ตัวนายกฯ แต่เรายังกั๊กข้อมูลไว้เยอะ เพราะอีกไม่นานจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่สงสัยว่าที่ตั้งวอร์รูมช่วยพระรามหายไปไหน พวกหนุมาน ส.ส.ซีกรัฐบาลออกมาประท้วงกันน้อยมาก ทำไมถึงปล่อยให้พระรามไปเละกลางสนามรบอย่างนั้น แสดงให้เห็นว่าศรัทธาของ ส.ส.ซีกรัฐบาลต่อ “พระรามประยุทธ์” มีน้อยมากคิดว่าเหล่าหนุมานแตกทัพเป็นแน่ส่อให้เห็นความแตกร้าวในพรรค พปชร. ประเด็นสำคัญตัวละครในเรื่องรามเกียรติ์มีพระลักษมณ์เป็นคนช่วยพระราม แต่ในการอภิปรายฯ พระลักษมณ์หายไปไหน เรื่องเหมืองทองอัคราเกี่ยวข้องกับใคร แต่ไม่ปรากฏในห้องประชุมเลย ดังนั้น ก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจเกิดขึ้น เชื่อว่าต้องมีการปรับ ครม. ถ้าไม่ปรับ ครม. สถานการณ์อย่างนี้เอาไม่อยู่ เพราะทัพพระรามแตก โฆษก รบ.ท่องบทถูกดิสเครดิตด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถ้าฝ่ายค้านเปิดใจกว้างจะพบว่านายกฯตอบได้ครอบคลุมชัดเจนทุกประเด็น อาจไม่ตรงกับที่ฝ่ายค้านหวังเอาไว้ จึงออกอาการเป๋ทำตัวไม่ถูก เปลี่ยนจากอภิปรายในสภาฯ กลายเป็นนักเลงอันธพาล เน้นยั่วยุเสียดสี และหากบอกว่าบางคำถามไม่มีคำตอบนั้น เชื่อว่าฝ่ายค้านเองก็คง ไม่ได้หวังจะได้คำตอบ พูดชัดๆคือหูไม่ได้สนใจจะฟังคำตอบเลย แต่หวังเอามันส์ ขอให้ได้ดิสเครดิตรัฐบาลก็พอ และข้ออ้างเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญประชาชนเรียกร้องให้ตัดอำนาจ ส.ว. ไม่ให้เลือกนายกฯนั้น ไม่แน่ใจว่าประชาชนหรือฝ่ายค้านกันแน่ที่เรียกร้อง ทั้งที่ฝ่ายค้านทราบดีว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ อำนาจของนายกฯ แต่เป็นเรื่องที่ ส.ส.ต้องไปพิจารณากันเองในสภาฯเย้ยฝ่ายค้านอยู่ก็ไร้ประโยชน์นายธนกรกล่าวอีกว่า ที่บอกว่านายกฯลุกขึ้นตอบโต้ด้วยอารมณ์ ไม่มีเนื้อหาชี้แจงข้อซักถามนั้น ฝ่ายค้านควรหันกลับไปมองตัวเองจะดีกว่าว่าจริงๆแล้วถามด้วยเนื้อหาหรือว่าถามแบบอารมณ์อันธพาล และเนื้อหาที่ว่าเป็นข้อซักถามนั้นเป็นการซักถามจริงหรือไม่ หรือแค่หวังก่อกวนไปวันๆ อยากให้เลิกนิสัยว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเองเสียที เพราะประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไร ทุกวันนี้จะมีหรือไม่มีฝ่ายค้านก็แทบจะไม่ต่างกันอยู่แล้ว เพราะฝ่ายค้านไม่เคยทำหน้าที่ของตัวเองภท.เต้นปมสถานีกลางบางซื่อนายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ เลขานุการ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ที่มีการอภิปรายเกี่ยวกับโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง สัญญาที่ 1 (งานก่อสร้างสถานีกลางบางซื่อ) มีผู้รับจ้างก่อสร้างยื่นฟ้องการรถไฟฯ ขอให้ชำระเงิน 7,200 ล้านบาท เนื่องจากฝ่ายรัฐยังไม่ชำระเงินค่าก่อสร้าง แต่กลับมาเปิดศูนย์ให้บริการวัคซีน โดยมีวัตถุประสงค์แอบแฝง เป็นพฤติกรรมสมคบเอกชนใช้เป็นเหตุผลยื่นฟ้องต่ออนุญาโตตุลาการนั้น การอภิปรายในสภามีเอกสิทธิ์คุ้มครอง แต่ไม่ควรกล่าวหาด้วยข้อมูลเท็จเอาประโยชน์ด้านสุขภาพของประชาชนมาปั้นน้ำเป็นตัว เพื่อประโยชน์ทางการเมือง กรณีค่าปรับไม่ได้เกี่ยวกับกระทรวงสาธารณสุขที่มาเปิดศูนย์ฉีดวัคซีนที่สถานีกลางบางซื่อ เรื่องนี้ กระทรวงคมนาคมชี้แจงไปแล้วว่าเอกชนยื่นฟ้องการรถไฟฯ เพื่อขอให้ชำระค่างานส่วนสั่งงานเพิ่ม ทางการรถไฟฯก็รับไปทบทวนขยายวงเงินดังกล่าวตามกฎหมาย ขอเตือนว่าทำงานการเมืองแบบนี้ระวังจะก้าวไม่ไกลขู่คนเผยแพร่ซ้ำเจอฟ้องร้องนายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า กรณีเอกชนฟ้องร้อง เกิดจากปรับแก้การก่อสร้างตามข้อสั่งการตั้งแต่ปี 2556 ไม่ใช่เกิดจากการใช้ประโยชน์ให้เป็นพื้นที่การฉีดวัคซีนก่อนส่งมอบงาน ส่วนการตั้งงบประมาณเพิ่มกระทรวงคมนาคมนำเข้า ครม.แล้ว แม้ประเด็นเหล่านี้จบแล้ว แต่ดราม่าในโลกออนไลน์ยังดำเนินการต่อ สร้างผลกระทบต่อหน่วยงาน บุคคลที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น ใครนำข้อมูลดังกล่าวไปเผยแพร่ขยายซ้ำจะต้องฟ้องร้องต่อไป “จิรัฏฐ์” ตอกลิ่วล้อทำปากเเจ๋วนายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ตามที่นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ เลขานุการ รมว.สาธารณสุข กล่าวหาว่าตนนำประโยชน์ด้านสุขภาพประชาชนมาปั้นน้ำเป็นตัวหวังผลการเมืองนั้น ถ้าอยากจะตอบข้อซักถามแทนตัวรัฐมนตรีมาก คงต้องรอให้ได้เป็นรัฐมนตรีเสียก่อน อย่าเพิ่งใจร้อน อย่าเพิ่งปากแจ๋วให้รัฐมนตรีที่ถูกตั้งข้อซักถามในสภามาตอบเองจะถูกกาลเทศะกว่า ตัวรัฐมนตรีไม่ตอบวันนี้ก็ไม่เป็นไร ขอให้เตรียมตัวเอาไว้ เพราะเรื่องที่อภิปรายไป พรรคกำลังดำเนินการร้อง ป.ป.ช.ภายใน 2 สัปดาห์ และขอท้าบรรดาลิ่วล้ออย่าหยุดพูดหยุดด่าจะได้เอาข้อมูลเด็ดเรื่องนี้ที่กะจะเก็บเอาไว้ตอนศึกซักฟอกมาพูดเสียเลย เพื่อเปิดเผยข้อมูลให้สังคมช่วยกันตรวจสอบ หาคำตอบเรื่องการใช้สถานีกลางบางซื่อฉีดวัคซีน ทั้งที่ยังไม่ได้จ่ายเงินผู้รับเหมา ถ้าหลังจากนี้หยุดด่า แสดงว่ามีคนเกิดอาการกลัวว่าเรื่องนี้จะไม่เงียบก้าวไกลดัน ก.ม.ลูกยุบพรรคยากนายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ในวันที่ 24-25 ก.พ.ว่า โดยหลักทั่วไปต้องโหวตรับทุกร่าง เพื่อไปสู้ในชั้นกรรมาธิการ เพราะเนื้อหาไม่แตกต่างกันมากมีเพียงบางประเด็นที่พรรคก้าวไกลไม่เหมือนกัน เช่น การให้ลดอำนาจศาลรัฐธรรมนูญไม่สามารถยุบพรรคได้ โดยเราจะสู้ในชั้น กมธ.แบบมีหลักการว่าพรรคการเมืองควรเกิดง่าย โตง่าย สิ้นสุดยาก และเกิดโดยประชาชน สิ้นสุดลงด้วยศรัทธาของประชาชน ไม่ใช่สิ้นสุดโดยคนไม่กี่คนที่มาตัดสินให้ยุบพรรค ที่ผ่านมาพรรค การเมืองถูกทำลายไปมาก โดยที่ประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย แต่ได้ประโยชน์ต่อฝ่ายการเมืองที่ครองอำนาจอยู่ถ้า รบ.ยื้อแสดงว่ากลัวเลือกตั้งนายธีรัจชัยกล่าวต่อว่า ส่วนร่างกฎหมายลูกทั้ง 2 ฉบับจะเสร็จก่อนเดือน ก.ค.หรือไม่นั้น ถ้าฝ่ายรัฐบาลเร่ง 2 เดือนก็เสร็จแล้ว เพราะร่างมีส่วนที่คล้ายกันเยอะ รายละเอียดที่แตกต่างสามารถคุยกันได้ ขึ้นอยู่ที่ความพร้อมของฝ่ายรัฐบาล ว่าพร้อมจะเลือกตั้ง หรือพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงหรือยัง ถ้าเขาพร้อมก็จะทำกฎหมายลูกให้เสร็จ แต่ถ้าไม่พร้อมเขาก็ใช้ตรงนี้เป็นเงื่อนไขดึงให้ยาว เพราะถ้ากฎหมายลูกไม่เสร็จ แต่มีการยุบสภาก่อนก็จะมีทางออก คือรัฐบาลอาจออก พ.ร.ก.เพื่อมาใช้ในการเลือกตั้ง หรืออาจใช้ระเบียบ กกต.เดิม แต่ถ้าใช้ทั้ง 2 อย่าง จะมีข้อครหาว่าใช้กติกาแบบนั้นมาเอาเปรียบการเลือกตั้งอีกหรือไม่ ควรจะเร่งทำกฎหมายลูกให้เสร็จภายในไม่เกิน 2 เดือน ถ้าดึงต่อไปก็เหมือนกลัวการเลือกตั้ง การทำงานการเมืองความสง่างามเป็นเรื่องสำคัญ อยากให้คำนึงถึงส่วนนี้แล้วมาช่วยกันทำกฎหมายลูกให้เสร็จ ถ้าพร้อมเมื่อไหร่ก็ยุบสภา หรือถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็ยุบสภาไปเถอะ“โบ้” แซะ พท.เปิดทางนายใหญ่นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วย รมต.ประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การเสนอแก้ไขร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองของพรรคเพื่อไทย มาตรา 28 และ 29 แสดงให้เห็นว่าพรรคเพื่อไทยอาจอยากเปิดตัวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ในการเข้ามาสั่งการพรรคเพื่อไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาคล้ายจะมีพฤติกรรมเข้ามาครอบงำพรรค ทั้งวิดีโอคอลมาหาสมาชิกพรรค พูดถึงการเตรียมแผนการเลือกตั้งของพรรคให้ชนะแบบแลนด์สไลด์ และนายทักษิณยังทวิตเตอร์-อัดคลิปหาเสียงให้กับผู้สมัครนายก อบจ.เชียงใหม่อีก จนนำไปสู่การร้องเรียนให้ยุบพรรค สงสัยพรรคเพื่อไทยจะกลัวถูกยุบพรรค เพราะมีคนไปร้องหลายครั้ง จากนายทักษิณเข้ามาสั่งการในพรรค จึงอยากแก้กฎหมายให้ถูกต้อง เพื่อให้ได้เข้ามาครอบงำพรรคอย่างสบายใจ “ชลน่าน” แจงจะได้ไม่กำกวมนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เนื้อหาที่พรรคเสนอแก้ไขมาตรา 28 และมาตรา 29 ให้บุคคลอื่นให้คำปรึกษา แนะนำ เสนอแนะ หรือให้ข้อมูลแก่พรรคการเมือง เพื่อประกอบการตัดสินใจได้นั้น คนที่ไม่เห็นด้วยก็กล่าวหาว่าเป็นการสอดไส้ เพื่อเอื้อนายทักษิณ ชินวัตร แต่ประเด็นคือเราต้องการแก้ไขเพิ่มเนื้อหาว่าในกรณีให้คำปรึกษาแนะนำที่เป็นประโยชน์ ไม่เกี่ยวกับการบริหารจัดการสามารถกระทำได้ เขียนให้มันชัดขึ้นเท่านั้นเอง สมมตินักวิชาการที่ออกมาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ก็สามารถหยิบเอามาใช้ได้ ไม่เช่นนั้นจะถูกตีความว่าใครจะให้คำแนะนำปรึกษาอะไรไม่ได้เลย มันไม่ได้เป็นการครอบงำชี้นำ แต่มันเป็นกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ เขียนให้มันชัดเจนไปเลย ไม่ต้องมากำกวม มันควรจะเป็นอย่างนั้น เมื่อถามว่าที่แก้ไขแบบนี้เพราะมีผู้ร้องใช้ 2 มาตรานี้จ้องเล่นงานยุบพรรคใช่หรือไม่ นพ.ชลน่านตอบว่า ใช่ เพื่อให้มันชัดเจนขึ้น“โหร ส.ว.” ฟันธงตายแน่-เผาแน่ขณะที่นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. โพสต์ลงเฟซบุ๊กระบุว่า “ดาวเสาร์กับดาวพฤหัสก็ฟัดกันอยู่อย่างนี้แหละ อย่างที่เห็นๆ มีหนักบ้างเบาบ้างตามสถานการณ์ ทั้งปัญหาภายใน ภายนอก พอกระทอกไปได้ แต่ถึงขั้นเหมือนมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ยังไม่มีหรอก อย่างที่บอก 7 ก.ค. มฤตยูย้ายเข้าสู่ราศีพฤษภ คนถามกันมามากว่าย้ายเข้าสู่ราศีพฤษภนั้นมันเป็นอย่างไร หมายถึงอะไร เคยเห็นบทกลอนที่ว่านี้ไหมล่ะ... พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา...เขาจะอ่านกันต่อเมื่อมีพิธีเวียนรอบเมรุ 3 รอบ แล้วนำศพขึ้นมาตั้งบนเมรุ ทอดผ้าบังสุกุล แล้วก็ฌาปนกิจ เป็นที่สุด หมายความว่า ตายแน่...เผาแน่...ไปไม่กลับ... หลับไม่ตื่น...ฟื้นไม่มี...หนีไม่พ้น...”ปชป.ชงแก้กฎหมายลดโทษนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ส.ส.ของพรรค นำโดยนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช ได้ยื่นร่างแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ต่อสภาฯ คาดว่าจะได้บรรจุในระเบียบวาระการประชุมต่อไป โดย พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ฉบับปัจจุบันมีหลายประเด็นที่ไม่สอดคล้องกับหลักการทางอาญา ไม่เป็นไปตามหลักมาตรฐานสากล สังคมตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับกระบวนการภายในของกรมราชทัณฑ์ อาทิ รูปแบบและโครงสร้างของคณะกรรมการราชทัณฑ์ หลักเกณฑ์ เงื่อนไขการพิจารณาลดวันต้องโทษจำคุก การพักการลงโทษผู้ต้องขัง การแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อกำหนดให้มีกระบวนการที่รัดกุม โปร่งใส กำหนดให้มีคณะกรรมการที่มีความอิสระโปร่งใส เป็นผู้พิจารณาขั้นต้นเกี่ยวกับการลดวันต้องโทษจำคุกการพักการลงโทษของผู้ต้องขัง ร่างฉบับนี้จะให้ศาลที่คดีถึงที่สุดเป็นผู้พิจารณาวินิจฉัย และมีคำสั่งในการลดวันต้องโทษจำคุก การพักการลงโทษของผู้ต้องขังในแต่ละคราวไป และกำหนดหลักเกณฑ์เงื่อนไขขึ้นใหม่ให้ตุลาการมีส่วนร่วมพิจารณานายราเมศกล่าวว่า โดยเฉพาะคดีทุจริต คดีอาญา คดียาเสพติดที่ร้ายแรง และคดีอื่นที่เป็นภัยต่อสังคมอย่างร้ายแรง กำหนดให้อำนาจตุลาการ คือศาล เข้ามามีบทบาทสำคัญในกระบวนการลดโทษ เพื่อให้เกิดความละเอียดรอบคอบมากขึ้น ร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวเป็นนโยบายหลักของพรรค คือการให้ความสำคัญต่อการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ที่ผ่านมามีการลดโทษให้คดีทุจริตเป็นจำนวนมาก ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง กระทบความรู้สึกต่อสังคม ตัวอย่างเช่น คดีทุจริตจำนำข้าว ที่มีการลดโทษเหลือเพียงไม่กี่ปีเท่านั้น กระบวนการลดโทษ มีความจำเป็นต้องทบทวนผ่านการแก้ไขกฎหมาย เพื่อวางระบบให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น “สนธิรัตน์” นำทีมลงบ้านเกิดที่ จ.กาญจนบุรี นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคสร้างอนาคตไทย พร้อมคณะ อาทิ นายศิวโรฒ จิตนิยม นายนริศ เชยกลิ่น นายบุญส่ง ชเลธร นายมนต์ชีพ ศิวะสินางกูร นายวัชระ กรรณิการ์ กรรมการประสานงานพรรคฯ ลงพื้นที่ศูนย์เรียนรู้โรงเรียนชาวนา หมู่ 6 ต.หนองสาหร่าย อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นจังหวัดบ้านเกิดนายสนธิรัตน์ พบปะเครือข่ายร่วมอุดมการณ์สร้างอนาคตไทย กลุ่มเศรษฐกิจฐานราก และปราชญ์ชาวบ้านจากภาคกลาง และภาคตะวันออก ประมาณกว่า 30 คน เพื่อแลกเปลี่ยนรับฟังความคิดเห็นในการจัดทำยุทธศาสตร์และนโยบายพรรค นายสนธิรัตน์กล่าวว่า มารับฟังปราชญ์ชาวบ้าน เพื่อนำไปสร้างนโยบายของพรรค จะเป็นพรรคการเมืองพรรคแรกที่นำนโยบายจากปราชญ์ชาวบ้านมากำหนดสร้างนโยบายที่มีเป้าหมายให้ชุมชนเข้มแข็ง อยู่ด้วยวิถีแห่งความสุขตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงชี้เสถียรภาพรัฐบาลไม่มั่นคงเมื่อถามว่าการเลือกตั้งครั้งต่อไปพรรควางว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ไว้หรือยัง นายสนธิรัตน์ตอบพร้อมรอยิ้มมั่นใจว่า เราจะคัดเลือกผู้ลงสมัครให้ดีที่สุดตามที่ชาวบ้านต้องการให้เป็นตัวแทน เราพร้อมจะส่งผู้สมัครในการเลือกตั้งครั้งต่อไป มีคนถามว่าครั้งนี้จะสู้จริงหรือไม่ หากเราไม่สู้จริงคงไม่ตั้งพรรคขึ้นมา แต่ปัญหาคือเราจะได้รับความไว้วางใจมากที่สุดอย่างไร สถานการณ์การเมืองปัจจุบันเป็นสถานการณ์ที่ไม่มั่นคง เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ดูผลโพลจากนิด้าโพลแล้วมีพี่น้องประชาชนเกือบ 60% เรียกร้องให้ยุบสภา นั่นแสดงให้เห็นว่าประชาชนเกิดความไม่มั่นคงต่อเสถียรภาพรัฐบาลกับสภาผู้แทนราษฎร อะไรก็เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา “ปู” อ้อนแฟนคลับติดตามไลฟ์วันเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “รู้สึกว่าไม่ค่อยได้คุยกับพี่น้องประชาชน และแฟนเพจทุกคนนานแล้ว เลยคิดถึงเผื่อว่าเราจะได้พูดคุย ได้เล่าสารทุกข์สุกดิบให้ฟังกันบ้าง จึงอยากเชิญชวนแฟนเพจที่อยากส่งข้อความ อยากจะเล่า หรือมีคำถามที่อยากจะถาม มาไว้ที่ใต้โพสต์นี้ แล้วพบกันใน Live ส่งท้ายเดือนแห่งความรักกัน”โพลชี้คนอยากให้ยุบสภาเร็วๆอีกเรื่อง นิด้าโพลเปิดผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนจำนวน 1,313 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 14-17 ก.พ. เรื่อง “ยุบสภา...เมื่อไรดี” พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 68.09 เชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ไม่มีแผนยุบสภา แต่วางแผนอยู่ยาวจนครบวาระปี 2566 รองลงมาร้อยละ 8.91 ระบุว่าก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจในปลายเดือน พ.ค.2565, หลังจากเสร็จสิ้นการประชุมเอเปก ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ ในเดือน พ.ย.2565, หลังกฎหมายลูก 2 ฉบับ ที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งประกาศใช้ประมาณเดือน ก.ค. 2565, หลังจากร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯปี 2566 ผ่านความเห็นชอบจากสภาประมาณเดือน ส.ค. 2565 เมื่อถามว่าช่วงเวลาที่นายกฯควรยุบสภาพบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 58.79 เห็นว่า นายกฯควรยุบสภาโดยเร็วที่สุด รองลงมาเห็นว่าไม่ควรยุบสภา ให้อยู่ยาวจนครบวาระในปี 2566 นอกจากนี้ส่วนใหญ่ยังมองว่ารัฐบาลไม่มีความมั่นคงเชื่อว่าอาจยุบก่อนครบเทอมด้านสวนดุสิตโพล เปิดผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ 1,148 คน ระหว่างวันที่ 14-17 ก.พ. เรื่องคนไทยกับพิษเศรษฐกิจ พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 62.76 เห็นว่าผลกระทบจากเศรษฐกิจด้านต่างๆ ทำให้ประชาชนต้องประหยัดและวางแผนการใช้จ่ายมากขึ้น เมื่อถามถึงมาตรการคนละครึ่ง บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ช่วยลดภาระได้หรือไม่ ร้อยละ 63.2 ระบุว่าช่วยได้บ้าง มีร้อยละ 22.83 ที่บอกว่าช่วยได้มาก และส่วนใหญ่ระบุว่าวิกฤติเศรษฐกิจส่งผลต่อความเครียดมาก และสิ่งที่รัฐบาลควรเร่งแก้ปัญหาคือควบคุมราคาสินค้า ลดค่าครองชีพ ทั้งนี้ส่วนใหญ่ร้อยละ 59.88 เห็นว่าน่าจะเป็นไปได้กับกระแสข่าวอาจมีการยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ ก่อนครบเทอม และเห็นว่าหากได้รัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหารประเทศ คิดว่าเศรษฐกิจไทยน่าจะดีขึ้น