การแสดงความชัดเจนของ พรรคภูมิใจไทย ที่นำโดย อนุทิน ชาญวีรกูล ที่จะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯต่อไป ไม่ว่าจะมีผลต่างตอบแทนอะไรก็ตาม แต่ในทางการเมืองแล้ว ก็ต้องถือว่า พรรคภูมิใจไทย เลือกที่จะอยู่ข้าง ระบอบประยุทธ์ และเป็นกองหนุน พล.อ.ประยุทธ์ ในการบริหารประเทศ ในขณะที่การเมืองอยู่ในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานการอภิปรายทั่วไปรัฐบาล ในวันที่ 17-18 ก.พ.ที่จะถึงนี้ เป้าหมายก็คือการทำงานภาพรวมของรัฐบาล แน่นอนว่า โฟกัสคงไปอยู่ที่ ตัว พล.อ.ประยุทธ์ เต็มๆ อย่างไรก็ตาม เมื่อการอภิปรายทั่วไปไม่ได้มีการลงมติไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจ ดังนั้นในสภาจึงมีผลแค่การดิสเครดิตหรือเปิดแผลรัฐบาลให้ลึกยิ่งขึ้นไปอีกมีการตั้งข้อสังเกตว่า เสียง 260 เสียง ในสภาที่จะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จะใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง เสียงกึ่งหนึ่งขององค์ประชุม เวลานี้ก็คือ 238 เสียง หมายความว่า ถ้าองค์ประชุมน้อยกว่า 238 เสียง ก็ประชุมอะไรไม่ได้ รวมทั้งการอภิปรายทั่วไปด้วย ดังนั้นเสียง 260 เสียงในมือภูมิใจไทย พร้อมที่จะสนับสนุนนายกฯ น่าจะเป็นเรื่องการให้กำลังใจมากกว่า ฝ่ายค้านเองคงไม่ต้องการให้องค์ประชุมสภาล่มแน่นอน ฝ่าย พล.อ.ประยุทธ์ เสียอีก ที่ในใจคงอยากให้องค์ประชุมล่มจะได้ไม่ต้องมีการอภิปรายแต่ถ้าจะพูดเลยไปถึงประโยชน์ของ 260 เสียง ในการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลทั้งคณะหรือรายบุคคล ที่กว่าฝ่ายค้านจะยื่นได้ก็ต้องรอเปิดประชุมสภาในเดือน พ.ค. ตอนนั้นสถานการณ์ทางการเมืองก็จะเปลี่ยนแปลงไปอีกหลายกระทอก ซึ่งที่ว่า 260 เสียง หนุน พล.อ.ประยุทธ์ จะมีอยู่จริงหรือไม่กฎหมายสำคัญที่จ่อเข้าพิจารณาในสภามีอีกหลายฉบับ โดยเฉพาะ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับ ที่รองนายกฯฝ่ายกฎหมาย วิษณุ เครืองาม เกริ่นเอาไว้แล้วว่า ถ้ากฎหมายทั้ง 2 ฉบับไม่ผ่าน นายกฯต้องลาออกหรือยุบสภา เป็นปริศนาเงื่อนปมการเมืองที่ต้องวิเคราะห์กันให้ลึกซึ้งการเมืองที่ต้องตัดสินใจกันหน้างานเพราะมีความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา สมมติกฎหมายลูกล่ม นายกฯตัดสินใจยุบสภา กลับไปใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว ขั้วรัฐบาลปัจจุบันก็จะได้โอกาสอาศัย ส.ส.สัดส่วนผสมจากพรรคเล็กมาตั้งรัฐบาลกันใหม่อีกทีเพราะพรรคขั้วรัฐบาลปัจจุบัน พลังประชารัฐ ภูมิใจไทย และประชาธิปัตย์ รวมกันแล้วก็ยังแพ้เพื่อไทยและพรรคฝ่ายค้าน นอกจากจะไปจับมือกับ ก้าวไกล หรือ เพื่อไทย ตั้งรัฐบาลผสมขึ้นมา สูตรนี้ก็เป็นไปได้ยาก เนื่องจากถ้ายังชู พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ จะเป็นกำแพงเงื่อนไขในการเข้าร่วมรัฐบาลแน่นอนนอกเสียจากว่า ภูมิใจไทย จะกลับลำ ไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯต่อไป ก็จะเป็นอีกเรื่องเพราะฉะนั้นการตัดสินใจที่จะให้มีบัตรเลือกตั้งใบเดียวหรือสองใบจะเป็นเรื่องใหญ่ในอนาคตอันใกล้นี้ในที่สุดแล้ว ไพ่ใบสุดท้ายก็จะไปตกอยู่กลุ่ม 21 ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า กับกลุ่ม 16 ที่มีพิเชษฐ สถิรชวาล เป็นประธานกลุ่ม อย่างน้อยๆ ก็มี 30 ส.ส.อยู่ในมือ เป็นพรรคตัวแปรที่จะชี้เป็นชี้ตายขั้วการเมืองปัจจุบันและอนาคต.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th