เคลื่อนไหวกันคึกคัก หลังกติกาเริ่มชัด รัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2564 มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ บรรดาพรรคการเมืองเชิดฉิ่ง รัวกลอง ชงร่างกฎหมายลูกรองรับกติกาบัตรเลือกตั้ง 2 ใบขยับเดินสายหาเสียงล่วงหน้ากันจริงจังแล้ว แม้ไทม์ไลน์คร่าวๆกฎหมายลูกกว่าจะเสร็จก็อีกราวๆครึ่งปี แต่ชักช้าไม่ได้ เปลี่ยนกติกาใหม่ใครออกตัวเร็วได้เปรียบ ยิ่งเห็นอาการรัฐบาลป้อแป้ๆ ยิ่งต้องเร่งซอยเท้าลงพื้นที่หาเสียงไม่รู้จะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ยุบสภากันวันไหน ภาพที่ไม่ค่อยได้เห็น ก็ได้เห็น นักธุรกิจรูปหล่อแปลงกายเป็นชาวนาถือเคียวเกี่ยวข้าว ขัดๆ เขินๆ ดูยังไงก็ไม่เป็นธรรมชาติ แต่ก็ต้องก้มหน้าหาทำกันไปส่วนรัฐบาลก็เร่งเติมโปรประชาชน ให้ถ้วนทั่วทุกครัวเรือน เพิ่มบัตรสวัสดิการคนจน บัตรเครดิตเกษตรกร สารพัดบัตรมาแบบจัดเต็ม อัดโครงการประชานิยม ลด แลก แจก แถม ตามถนัดไม่ให้น้อยหน้าข้าราชการสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ที่โดนแซวหนัก “งานดี มีรถขับ โทรศัพท์ไอโฟน 12” ชั่วโมงนี้ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐบาลที่นำโดยพรรคพลังประชารัฐ ต้องทำอะไรแบบ “จับต้องได้” เพราะโดนนินทาดูถูกเรื่อยมา “พูดได้ ทำไม่ได้” เหมือนขายฝันเพ้อเจ้อ พูด 10 แต่ทำได้แค่ 1กลายเป็นจุดบอด ผลเสียที่ต้องทบทวนใหม่ เปลี่ยนวิธีคิด ทีมคิด เลิกพูดจาเหลวไหลไร้สาระ เรื่องบริหารบ้านเมือง แตกต่างจากการเมือง จะมาใช้วิธีโยนหินถามทาง เหวี่ยงแหหยั่งกระแสไม่ได้“นายใหญ่ดูไบ” นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ต้องออกมาสอนมวย ระบบประชาธิปไตยไม่แน่ใจอย่าพูด ประชาชนจะผิดหวัง ถ้ามั่นใจ พูดแล้วทำเลยพี่สอนน้องให้อีกดอก ถือว่าตอบแทนกติกาใหม่ บัตร 2 ใบที่ถูกใจ “นายใหญ่” และเครือข่ายเพื่อไทยอย่างยิ่งตอนนี้แนวทางกฎหมายลูกตรงกันแล้วเป็นส่วนใหญ่ พรรคร่วมรัฐบาล พรรคใหญ่ฝ่ายค้าน อย่างเพื่อไทย ประสานเสียงเอาระบบคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อวิธีการเดียวกับการเลือกตั้ง 2554 หาจำนวนเต็มแล้วหารด้วย 100ไม่เอาระบบจัดสรรปันส่วนผสมตามที่พรรคก้าวไกล และพรรคเอสเอ็มอี อยากให้มีอยู่ ดูต้นทุนหน้าตักก็รู้แล้ว เกมนี้ฝ่ายไหนเข้าวินถามว่าพรรคพลังประชารัฐ “กล้าดียังไง” มั่นใจขนาดไหน ถึงกล้าเล่นในกติกาที่พรรคเพื่อไทยถนัด วาดฝันถึงขั้น “แลนด์สไลด์” ต้องโฟกัสไปที่ ส.ส.เขตที่เพิ่มขึ้นจาก 375 เป็น 400 คน เลือกตั้งหนล่าสุดพลังประชารัฐเข้าวินเป็นอันดับ 2 รองจากเพื่อไทย กวาด ส.ส.เขตไปเกือบ 100 ส่วนอันดับ 3-4-5 อนาคตใหม่ ประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย ได้ไปพรรคละ 30-40 คนพรรคพลังประชารัฐมองสิ่งนี้เป็นจุดแข็ง และกำลังรุกคืบขยายเครือข่าย ทุบ ตี เปิดท่อนำเลี้ยงดูด ใช้โมเดลเดิมเหมือนเลือกตั้งครั้งก่อน ที่ประสบผลสำเร็จ สมการง่ายๆ ไม่ต้องคิดเยอะ ก็ลากเอามาจากคู่แข่งโดยตรง ถ้าได้ดีหนึ่งประเภทหนึ่งมาลงสนาม คะแนนบวกหนึ่ง กับลบหนึ่ง เหมือนกินสองต่อเข้าฮอส กติกาใหม่รูปแบบนี้พลังประชารัฐไม่มอง “ก้าวไกล” อยู่ในสายตา พร้อมทิ้งพรรคร่วมรัฐบาลไว้ข้างหลัง เหลือแค่วัดใจกับเพื่อไทยโฟกัสสู้กับคู่แข่งพรรคเดียว ง่ายกว่าสู้หลายพรรคปมสำคัญเหนืออื่นใดชั่วโมงนี้แม้เพื่อไทยจะทรงดี มีข่าวเลือดไหลกลับ แต่เบื้องหลังสุดวังเวง เพราะตกเป็นตัวประกันคดียุบพรรค ในฐานะจำเลยที่ 2 ต่อจากพรรคก้าวไกลภูมิคุ้มกันเปราะบาง ความต้านทานต่ำ ง่ายต่อการตกเป็นเหยื่อเกมตกเขียว ทั้งขู่ ทั้งปลอบ จูงใจให้ย้ายค่ายใหม่ จัดโปรโมชันแบบอู้ฟู่ถึงใจ แว่วว่าเข้าเป้าไปแล้วหลายรายส่วนประเภทที่กลัวตกงาน แต่ไม่อยากย้ายฟากจนเสียจุดยืน เริ่มมองหาพรรคใหม่ในฝ่ายเดิมพรรคไทยสร้างไทย ของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ พรรคเสรีรวมไทย ของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส พรรคเพื่อชาติ ที่เพิ่งได้หัวหน้าคนใหม่อย่างนายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ แม้จะเนื้อหอมแต่ยังเป็นแค่พรรคเอสเอ็มอีตอนนี้กำลังหา “จุดเปลี่ยน” ให้เป็นพรรคใหญ่ขึ้นด้วยการจับมือควบรวมพรรคกัน รวมไปถึงพรรคเกิดใหม่ และกำลังจะเกิด นับไปนับมาหารือกันอยู่เกือบ 10 พรรคต่อเติมเสริมบ้าน รอวันเปิดตัวอย่างฮือฮาชงเป็นทางเลือกที่ 3 ชนิดที่เรียกว่าประชาชนต้องสนใจ.ทีมข่าวการเมือง