กลุ่มทะลุฟ้ามาตามนัด เริ่มชุมนุมที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ประกาศไปบ้าน “บิ๊กตู่” ใน ร.1 ทม.รอ. แต่เปลี่ยนแผนดัดหลังตำรวจเดินหน้าไปทำเนียบรัฐบาล แต่ตำรวจตั้งแนวสกัดทันบริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ เปิดอภิปรายตำหนิการทำงานของรัฐบาล พร้อมยืนยันแนวทางสันติวิธี แต่ถูกกลุ่ม จยย.ฮาร์ดคอร์ป่วนรุกเข้าไปตัดลวดหนามที่แนวกั้น จนถูกตำรวจฉีดน้ำและยิงแก๊สน้ำตาใส่จนเกิดความวุ่นวาย แกนนำทะลุฟ้าเห็นท่าไม่ดีประกาศยุติการชุมนุม ประกาศให้มวลชนเดินทางกลับทันที เหลือกลุ่มป่วนคอยปะทะตำรวจ ถูกเคลียร์พื้นที่จนกลุ่ม จยย.ประกาศกลับไปชุมนุมบริเวณถนนดินแดง เกิดปะทะกับตำรวจ อคฝ.อย่างดุเดือดอีกวัน “ณัฐวุฒิ” รับคุมแนวร่วมสายบวกไม่อยู่ ชี้เป็นเรื่องน่ากังวลสำหรับทุกม็อบ แนะให้รีบตรวจสอบว่าจงใจสร้างสถานการณ์หรือไม่ ยืนยันไม่เอาวิธีนี้เพราะไม่มีประโยชน์ ขอเลือกเดินตามแนวสันติวิธี “บก.ลายจุด” รับกังวลใจที่แยกดินแดงถูกสถาปนาเป็นพื้นที่ชุมนุมอย่างเป็นทางการ กรณีกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุมกลุ่มราษฎร เยาวชนปลดแอก พร้อมกลุ่มแนวร่วมอีกหลายกลุ่มออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองหลายครั้ง เพื่อขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม และรัฐบาล เนื่องจากบริหารบ้านเมืองผิดพลาด แกนนำถูกออกหมายเรียก หมายจับ ถูกถอนประกันและไม่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว อาทิ นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน นายพริษฐ์ หรือเพนกวิน ชิวารักษ์ และนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง พร้อมพวกอีกนับ 10 คน ล่าสุดเมื่อวันที่ 15 ส.ค. หลายกลุ่มทั่วประเทศจัดกิจกรรม “คาร์ปาร์ก” ส่วนใหญ่จบลงด้วยดี แต่มียังกลุ่มฮาร์ดคอร์ก่อเหตุปะทะตำรวจ อคฝ.บริเวณแยกดินแดงอีกครั้ง ทั้งที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช.เข้าไปพยายามห้ามปรามไม่ให้ก่อความรุนแรง ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้นความคืบหน้าจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ฝั่งเกาะพญาไท เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 16 ส.ค. กลุ่มทะลุฟ้า นำโดยนายนวพล ต้นงาม และนายทรงพล สนธิรัตน์ นัดหมายมวลชนแนวร่วมจัดชุมนุม 16 สิงหาไล่ล่าทรราช ประกาศเดินคล้องแขนไปบ้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ใน ร.1 ทม.รอ. ถนนวิภาวดีรังสิตเป็นครั้งที่ 3 แต่จะเปลี่ยนเส้นทางจากถนนราชวิถีไปทางถนนพหลโยธิน มีการแสดงกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ นำหุ่นฟางจำลองเป็นผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 มาวางบนพื้นถนน มีหุ่นบางตัวนั่งบนรถเข็นผู้ป่วย แต่มีเก้าอี้หวายวางทับอยู่บนกองหุ่น โปรยดอกไม้จันทน์สื่อถึงความล้มเหลว การบริหารสถานการณ์ระบาดโควิด-19 ของรัฐบาลทำให้ประชาชนเสียชีวิตจำนวนมาก จุดไฟเผาหุ่นเป็นการอุ่นเครื่อง เวลา 16.24 น. แกนนำม็อบทะลุฟ้าพลิกแผนใหม่ ประกาศเปลี่ยนเส้นทางจาก ร.1 ทม.รอ.ไปทำเนียบรัฐบาลแทน แกนนำระบุว่า ทำเนียบรัฐบาลเปรียบเป็นบ้านหลังที่สองของ พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมประกาศให้มวลชนเดินเท้าคล้องแขนไปอย่างมีระเบียบ เพื่อยืนยันแนวทางสันติวิธี ใช้เส้นทางถนนพญาไทเลี้ยวขวาราชเวที ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ มุ่งหน้าสู่ทำเนียบรัฐบาลทางฝั่งแยกนางเลิ้งบริเวณแยกนางเลิ้ง กลุ่มมวลชนวัยรุ่นขี่รถ จยย.รวมกลุ่มรอขบวนม็อบทะลุฟ้าที่กำลังเคลื่อนมาอย่างเป็นระเบียบ มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนนำกำลังมา ตั้งแนวสกัดกลุ่มผู้ชุมนุมล่วงหน้า ทยอยลำเลียงตู้คอนเทนเนอร์มาตั้งขวางบนสะพานชมัยมรุเชฐ ตั้งแผงรั้วเหล็กและลวดหนามหีบเพลงสกัดหน้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ก่อนใช้เครื่องขยายเสียงประกาศขอให้ผู้ชุมนุมเดินทางกลับเพราะเป็นการวมตัวที่ผิดกฎหมาย ถ้ายังไม่เดินทางกลับจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมาย แต่กลุ่มมวลชนวัยรุ่นที่ตั้งใจมาปะทะ ไม่แยแสแกนนำยังใช้รถ จยย.มาขี่เร่งเครื่องเสียงดังใกล้แนวรับตำรวจพร้อมด่าทอยั่วยุเวลา 16.40 น. ขบวนม็อบทะลุฟ้านำหน้าด้วยฝ่ายสันติวิธี คล้องแขนเดินมาพร้อมรถเครื่องขยายเสียง จากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิมาถึงแนวรั้วลวดหนามของเจ้าหน้าที่ตำรวจฝั่งหน้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร เจ้าหน้าที่เคลื่อนรถฉีดน้ำแรงดันสูงหรือจีโน่เข้ามาประชิด แกนนำกลุ่มทะลุฟ้าเริ่มเปิดการปราศรัยโจมตีรัฐบาลที่หน้าแนวลวดหนาม ยังคงประกาศยึดแนวสันติวิธี แต่มวลชนวัยรุ่นที่เดินทางมาถึงก่อน และเตรียมมาบวกกับเจ้าหน้าที่โดยเฉพาะ เมื่อเห็นแกนนำทะลุฟ้าปราศรัยอย่างเดียวก็แยกตัวข้ามไปรวมกันฝั่งถนนพิษณุโลกหน้าโรงเรียนราชวินิตพร้อมตระเตรียมอาวุธด้วยการไปปลดธงชาติและธงตราสัญลักษณ์ที่ติดอยู่บนรั้วโรงเรียนราชวินิตลงมาแทนกระบอง เวลา 17.40 น. ขณะที่แกนนำม็อบทะลุฟ้ากำลังปราศรัยอยู่บนรถเครื่องขยายเสียง มีกลุ่ม จยย.แก๊งฮาร์ดคอร์เข้าพยายามรื้อลวดหนาม ฝั่งหน้าเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร เจ้าหน้าที่อยู่หลังแนวรับประกาศเตือนแต่ยังไม่หยุด จึงฉีดน้ำขู่ระยะใกล้ ปรากฏว่ากลุ่มฮาร์ดคอร์ฝั่งหน้าโรงเรียนราชวินิตเข้าใจว่าตำรวจใช้ความรุนแรง จึงนำวัตถุเสียงดังคล้ายระเบิดที่เตรียมมาระดมขว้างปาใส่แนวตำรวจ เจ้าหน้าที่ซึ่งรอจังหวะนี้อยู่สวนกลับด้วยแก๊สน้ำตาใส่ผู้ชุมนุมไม่ยั้ง ทำให้มวลชนแนวหน้าแตกฮือ แกนนำกลุ่มทะลุฟ้าเห็นท่าไม่ดีประกาศยุติการชุมนุมทันที จากนั้น สถานการณ์กลับเข้าสู่ความชุลมุนวุ่นวาย ผู้ชุมนุมตอบโต้ด้วยระเบิดปิงปอง ประทัดยักษ์เป็นระยะ แต่เนื่องจากชัยภูมิบริเวณถนนพิษณุโลกเป็นรองเพราะเป็นพื้นที่แคบ ประกอบกับลมพัดแก๊สน้ำตาเข้าใส่ผู้ชุมนุมต่อเนื่อง ผู้ชุมนุมทนปวดแสบปวดร้อนไม่ไหวถอยร่นไปรวมกันบริเวณแยกนางเลิ้ง ก่อนทุบทำลายป้อมควบคุมสัญญาณไฟการจราจรต่อมาเวลา 18.20 น. กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน นำรถฉีดน้ำแรงดันสูงเคลื่อนขบวนจากแยกพาณิชยการมายังแยกนางเลิ้ง เพื่อขอคืนพื้นที่ถนนพิษณุโลก ขณะเดียวกันกำลังอีกส่วนหนึ่งเคลื่อนกระชับพื้นที่เข้ามาจากฝั่งสะพานเทวกรรม ถนนนครสวรรค์ มาบรรจบกันที่แยกนางเลิ้งลักษณะลิ่ม กลุ่มฮาร์ดคอร์ที่ยังหลงเหลืออยู่ในพื้นที่ไม่สามารถต้านทานได้แตกกระจายถอยกลับไปรวมตัวกันบริเวณแยกดินแดง เพราะคิดว่าได้เปรียบพื้นที่ จนเกิดการปะทะกับตำรวจควบคุมฝูงชนอีกครั้ง ฝ่าย จยย.จุดไฟ ยิงพลุ ขว้างระเบิดปิงปอง และประทัดยักษ์ใส่ตำรวจ ถูกตำรวจโต้ตอบด้วยการยิงแก๊สน้ำตา ยิงกระสุนยาง และฉีดน้ำสกัด เป็นภาพการปะทะเหมือนหลายวันที่ผ่านมามีรายงานด้วยว่า ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม หลังเสร็จสิ้นการประชุม ศบค.ที่ทำเนียบรัฐบาล กระทั่งเวลา 16.10 น. นายกฯและคณะทำงานรีบเดินทางออกจากทำเนียบฯก่อนที่กลุ่มทะลุฟ้าจะเคลื่อนขบวนมาถึง มีตำรวจกองบังคับการตำรวจสันติบาล 3 และตำรวจควบคุมฝูงชนดูแลภายในทำเนียบฯ 2 กองร้อย และรอบนอกทำเนียบฯอีก 2 กองร้อย ต่อมาตำรวจตระเวนชายแดนนำกำลังเข้าเสริมในทำเนียบฯอีก 1 กองร้อย ช่วงเช้าวันเดียวกัน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ผู้นัดหมายจัดการชุมนุมคาร์ม็อบ 15 ส.ค. โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ใจความสำคัญว่า “CAR PARK 15 สิงหาคม” เราได้เห็นทุกอย่างที่เชื่อว่าจะได้เห็น ขบวนขับไล่ประยุทธ์ล้นหลามทรงพลังทั่วประเทศ 3 เส้นทางในกรุงเทพฯเต็มไปด้วยรถนานาชนิด สองข้างทางมีพี่น้องชูป้ายชูมือแสดงสัญลักษณ์ ขอบคุณทุกพลัง บริสุทธิ์ ทั้งที่ออกมาในขบวน ยืนสองข้างทางและมีส่วนร่วมทุกรูปแบบรวมถึงทุกกำลังใจที่มอบให้แกนนำ นปช.ระบุด้วยว่า รูปแบบและเป้าหมายของกิจกรรมสื่อสารชัดเจน หลีกเลี่ยงเงื่อนไขเผชิญหน้าทุกประการและประชาชนร่วมกันทำจนสำเร็จ ไม่มีเหตุปะทะใดๆในเส้นทาง ทุกอย่างเกิดขึ้นและจบลงตามเวลา สิ่งที่ห่วงใย คือความรุนแรงที่มีต่อเนื่อง ในที่สุดก็เกิดขึ้นตรงจุดเดิมซึ่งไม่อยู่ในภารกิจของเรา เมื่อประเมินชัดว่าเกิดเหตุผมจึงรีบเดินทางไปสามเหลี่ยมดินแดง พยายามสื่อสารกับมวลชนซึ่งส่วนใหญ่เป็นหนุ่มสาวควบคู่ไปกับการเจรจากับเจ้าหน้าที่ กังวลที่สุดคือความปลอดภัยของทุกคน ไม่มีเจตนาก้าวก่ายหรือถ่วงรั้งการต่อสู้ เดิมตั้งใจว่าเลิกแล้วจะกลับบ้าน แต่เมื่อมีเหตุผมทิ้งพวกเขาไว้แบบนั้นไม่ได้ เท่าที่เห็นคนหน้างานมี 3 กลุ่ม1.ตั้งใจไปที่นั่น รู้อยู่แล้วว่าไปก็มีเรื่อง ไม่ฟังและไม่คิดจะฟังแนวทางของกิจกรรมตั้งแต่ต้น 2.อัดอั้น โกรธแค้นการบริหารของรัฐบาล เจ็บปวดจากการถูกกระทำโดยเจ้าหน้าที่ ไม่ได้เตรียมตัวจะไปแต่เมื่อมีสถานการณ์ก็ไปรวมตัวกัน 3.สังเกตการณ์ อยากเห็นเหตุการณ์จากพื้นที่จริง ที่เหลือน่าจะเป็นคนละแวกนั้น สื่อมวลชน อาสาสมัครต่างๆ ผมเคลื่อนรถไปถึงสามเหลี่ยมดินแดงต้นถนนวิภาวดี เห็นแนวหน้าสุดเป็นคนกลุ่มที่หนึ่ง กลุ่มที่สองสลับเข้าออกเป็นกองหนุน กลุ่มที่สามยืนดูห่างออกมา เสียงระเบิดแก๊สน้ำตา กระสุนยาง พลุ ประทัดดังต่อเนื่อง ยืนอธิบายความอยู่พักใหญ่ ช่วงแรกทุกอย่างยังร้อนหลายคนยังมุ่งไปแนวหน้า มีบ้างที่หยุดฟังหรือเดินกลับ ผ่านไปอีกระยะบรรยากาศเริ่มเย็นลง ผมชวนมวลชนส่วนหนึ่งเดินตามกลับมาประมาณ 60-70 เมตรหยุดรถพูดคุยกันอีกครั้ง ที่ฟังและเดินกลับมีมากขึ้นชั่วโมงเศษผ่านไปเริ่มมืดผมได้รับโทรศัพท์จากตำรวจว่า จะส่ง อคฝ.ออกเคลียร์พื้นที่ จึงบอกสถานการณ์ให้พี่น้องทราบและชวนกลับบ้าน กลุ่มใหญ่เดินกลับ มอเตอร์ไซค์หลายคันสตาร์ตเครื่องเราพากันถอนตัว จนผมมองกลับไปเห็นถนนโล่งทั้งคนทั้งรถขาดช่วง ประเมินว่าคนส่วนใหญ่ออกจากพื้นที่แล้ว ส่วนแนวหน้าเกินกำลังผมจะพากลับได้ ประคองน้องๆมาส่งถึงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ บอกทุกคนให้กลับบ้านแล้วผมก็ออกจากพื้นที่ ถ้ากลุ่มปะทะเป็นพวกไม่สนใจอะไรเลย ตั้งใจออกมาบวกหรือเจตนาสร้างสถานการณ์ เป็นเรื่องน่ากังวลสำหรับทุกกลุ่มเคลื่อนไหว ต้องระวัง ตรวจสอบและรู้เท่าทัน พบเห็นความจริงต้องรีบเปิดเผยเพราะไม่เป็นประโยชน์ในการต่อสู้ หากเป็นแนวทางที่น้องๆตัดสินใจเลือกเชื่อว่าทำได้ ผมก็เคารพไม่ด้อยค่าผลักไส เพียงแต่ผมเชื่ออีกแนวทางหนึ่ง และจะสรุปบทเรียนเพื่อเดินต่อ จะว่าไม่สู้ ใจไม่ถึง ล้าหลัง ผมน้อมรับไม่โต้แย้ง ผมเพียงอยากสร้างและรักษาพื้นที่ให้คนที่เข้าไม่ถึงแนวทางแบบนี้ได้ร่วมแสดงพลัง ขอส่งกำลังใจให้ทุกคนมั่นคงและสู้ต่อไปผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดเหตุปะทะระหว่างกลุ่มวัยรุ่น และเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนอย่างต่อเนื่อง กลุ่ม “ฟันเฟืองประชาธิปไตย อาชีวะปกป้องประชาธิปไตย แห่งประเทศไทย” หนึ่งในกลุ่มอาชีวะที่เคลื่อนไหวกับม็อบราษฎร โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า “วันนี้หน้างานพวกเราได้เห็นแล้วว่า คนที่ไม่ใช่ทีมเราแต่เป็นอาชีวะที่มากันเองเป็นกลุ่มเป็นก้อนไม่ฟังอะไรเลย พวกผมอยู่หน้างานบอกให้ถอยไม่มีใครฟังเลย อุดมการณ์ของแม่งานคือเน้นสันติวิธี พวกเราเคยโพสต์ไว้แล้วว่า การให้เกียรติแม่งานเป็นสิ่งที่สำคัญ หากพวกคุณคิดว่าจะออกมาเท่ อยากออกมาปะทะ ไม่ต้องวันชุมนุมเลยครับ วันไหนที่ไม่มีม็อบนัดกลุ่มของตัวเองไปทำกิจกรรมกันเองเลยจะดีกว่า เพราะแม่งานเขาเสียนะครับ #ฝากไว้ให้คิด “ให้เกียรติแม่งานเป็นสิ่งที่ควรทำ ถ้าคิดจะทำตามใจออกมานำเองให้มีหมายสักหมายคงจะรู้สึกนะครับ” ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มฟันเฟืองประชาธิปไตยก่อตั้งโดยนายเอกภพ เหลือรา หรือตั้งอาชีวะ ผู้ลี้ภัยคดีหมิ่นสถาบันฯ ปัจจุบันร่วมเคลื่อนไหวกับกลุ่มราษฎรตั้งแต่ปี 63 แกนนำคือ นายธนชัย หรือหอย เอื้อฤาชา วันเดียวกัน นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด ผู้ริเริ่มการจัดชุมนุมแบบคาร์ม็อบ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซต์ไทยแลนด์ ถึงเหตุการณ์จลาจลหลังกิจกรรมคาร์ปาร์กเมื่อวันที่ 15 ส.ค. ความตอนหนึ่งว่า กิจกรรมออกแบบไว้เป็นไปตามขั้นตอน กระทั่งมีคนกลุ่มหนึ่งเดินทางไปบริเวณแยกดินแดง ทำให้สถานการณ์กลับสู่วังวนเดิมอีกครั้ง ที่สำคัญขณะนี้ต้องยอมรับว่า บ้านพักชั่วคราว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใน ร.1 ทม.รอ. กลายเป็นพื้นที่เชิงสัญลักษณ์ไปแล้ว เกิดการสถาปนาเป็นพื้นที่ชุมนุมอย่างเป็นทางการ ตนมองว่านี่คือเรื่องใหญ่น่ากังวลมากนายสมบัติกล่าวด้วยว่า ก่อนหน้าจะเกิดเหตุการณ์ได้รับการสื่อสารจากนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ในช่วงเย็นขณะอยู่บริเวณแยกลาดพร้าวว่า เกิดเหตุการณ์การปะทะขึ้น และถูกขอร้องให้รักษารูปขบวนไว้ อย่าให้มีมวลชนเข้ามาเติมบริเวณจุดปะทะ จากนั้นนายณัฐวุฒิเดินทางเข้าพื้นที่ปะทะชวนให้มวลชนกลับ วัตถุประสงค์คือ ป้องกันไม่ให้เติมคนเข้าไปในพื้นที่ปะทะ ดึงมวลชนที่ตามไปให้ถอยออก ประกอบกับก่อนจัดกิจกรรมครั้งนี้หารือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้แล้วว่า หากเกิดเหตุการณ์แกนนำจะทำหน้าที่เชื่อมต่อกับผู้ชุมนุม แต่รถเครื่องขยายเสียงที่นำไปขนาดเล็กไม่สามารถสื่อสารได้ครอบคลุมทั้งหมด ยอมรับว่าไม่มีข้อมูลของกลุ่มวัยรุ่นเหล่านี้ เชื่อว่าน่าจะเป็นกลุ่มอิสระ แต่จะนัดหมายพูดคุยเพื่อประเมินเหตุการณ์กับนายณัฐวุฒิอีกครั้ง ต้องยอมรับว่าปัจจุบันการนัดหมายผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์เป็นเรื่องง่าย หากมีใครบอกจะไปรวมตัวที่ดินแดงมีคนพร้อมจะไป จนกว่าจะไปยืนอยู่หน้าบ้านพัก พล.อ.ประยุทธ์ได้ ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เมื่อเวลา 10.00 น. นายเสกสกล อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมทนายเข้าพบ พ.ต.อ.เสวก บุญจันทร์ ผกก.กลุ่มงานสอบสวน บก.ป. แจ้งความดำเนินคดีนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. และนายวรชัย เหมะ กับพวก ข้อหากระทำความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พ.ร.บ.โรคติดต่อ และ ม.116 จากกรณีชักชวนมวลชน ร่วมกิจกรรมคาร์ปาร์ก เมื่อวันที่ 15 ส.ค. เบื้องต้นพนักงานสอบสวนสอบปากคำ เพื่อนำไปพิจารณาควบคู่พยานหลักฐาน ก่อนส่งต่อให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไปที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เมื่อเวลา 11.30 น. พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น.ฐานะโฆษก บช.น. เผยความคืบหน้าอาการบาดเจ็บของนายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือไฮโซลูกนัท ที่ได้รับบาดเจ็บระหว่างชุมนุมเมื่อวันที่ 13 ส.ค.ว่า ขณะนี้นายธนัตถ์อยู่ระหว่างการตรวจรักษาของทีมแพทย์โรงพยาบาลพญาไท ผ่าตัดแล้วถึง 2 ครั้ง ส่วนสาเหตุของการบาดเจ็บที่ปรากฏตามสื่อต่างๆว่า เกิดจากแก๊สน้ำตาหรือกระสุนยาง ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเกิดจากอาวุธชนิดใด