ไม่ยุบสภาก็ลาออก : ฟันธงอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลไม่มีแกง

ข่าว

ไม่ยุบสภาก็ลาออก : ฟันธงอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลไม่มีแกง

ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    26 ก.ค. 2564 05:05 น.

    “ล้มละลายทางความเชื่อมั่น” นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย บอกผ่าน ทีมข่าวการเมือง ถึงภาวะผู้นำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ที่กำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายในระดับสูงของประเทศไทย

    ตอนนี้รัฐบาลจับตรงไหนก็เละ แตะตรงไหนก็แย่

    เพราะฝ่ายค้านมีข้อมูลการบริหารงานราชการแผ่นดินล้มเหลวของรัฐบาลเยอะมาก

    โดยเฉพาะนายกฯที่มีพฤติการณ์ไร้ความสามารถบริหารราชการแผ่นดินล้มเหลว ผิดพลาด บกพร่อง ไร้ความระมัดระวังการใช้งบประมาณ ไม่รักษาวินัยการเงินการคลัง

    ยิ่งตอนนี้สถานการณ์ไวรัสโควิด-19 รุนแรงเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

    สวนทางสภาพเศรษฐกิจนับวันยิ่งต่ำเตี้ยเรี่ยดิน

    ล่าสุดธนาคารโลกประมาณการเศรษฐกิจไทยปีนี้ขยายตัวได้เพียง 1.2% และปี 65 จะขยายตัวได้เพียง 2.1% เท่ากับศูนย์วิจัยธนาคารกรุงศรีอยุธยาที่ลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปีนี้ เหลือขยายตัวได้เพียง 1.2%

    สอดรับกับศูนย์วิจัยกรุงไทยประเมินเศรษฐกิจปีนี้ขยายตัวที่ 0.8-1.6% และอาจติดลบได้ถ้าการระบาดยังยืดเยื้อ เช่นเดียวกับศูนย์วิจัยธนาคารกสิกรไทยประเมินที่ 1.0%

    เป็นการปรับลดลงมาหมด เกิดจากการบริหารงานที่ผิดพลาดของรัฐบาล

    หนักไปกว่านั้นนิเคอิ เอเชีย สื่อหลักญี่ปุ่น ได้ปรับลดอันดับประเทศไทยลงจากอันดับ 118 หล่นไปอยู่อันดับ 119 จาก 120 ของประเทศที่ฟื้นตัวช้าสุดหลังวิกฤติโควิด คว้าตำแหน่งรองบ๊วย อยู่เหนือเพียงประเทศนามิเบียและประเทศแอฟริกาใต้ที่อันดับ 120

    แสดงให้เห็นว่าไทยอยู่ในกลุ่มประเทศฟื้นตัวจากโควิดช้าที่สุดในโลก

    นับเป็นความเสื่อมของไทย ซึ่งตกอยู่ในสภาพแบบนี้มา 7-8 ปี

    ถ้าเศรษฐกิจประเทศอื่นฟื้นหมด อาทิ สหรัฐอเมริกา ปี 63 ติดลบหนัก 3.5% ปี 64 ขยายตัว 7% ไม่ต้องพูดถึงจีน และเวียดนาม ปี 63 ไม่ติดลบ ปี 64 ยิ่งขยายตัวเข้าไปใหญ่

    ไทยปี 63 ติดลบหนัก 6.1% ปี 64 จะถึง 1% หรือเปล่า ยังไม่รู้ อาจติดลบด้วยซ้ำ ปี 64 ลุ้นขยายตัวได้แค่ 2% และเห็นธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวใช้เวลาอย่างต่ำอีก 6 ปี

    จุดนี้เชื่อว่านายกฯไม่รู้เรื่อง แต่ยังคิดว่าตัวเองทำได้ดี กลายเป็นปัญหาไปเรื่อยๆ

    พรรคเพื่อไทยเคยเสนอแนวทางแก้ปัญหาที่ทำได้ทันที เพื่อให้รัฐบาลต้องเข้าไปช่วยเหลือเท่าที่ทำได้ เพราะวิกฤติโควิด-19 ไม่ใช่ความผิดของประชาชน

    ฉะนั้นต้องเร่งสนับสนุนธุรกิจส่งออก เพราะเป็นเครื่องจักรเศรษฐกิจตัวเดียว ซึ่งยังหาเงินเข้าประเทศไทย พร้อมดูค่าเงินบาทให้อยู่ในระดับต่ำแบบนี้ และอาจต่ำลงได้อีก เพื่อให้ส่งออกได้มากขึ้น

    ต้องตัดงบประมาณที่ไม่จำเป็นทั้งหมดของทุกกระทรวง โดยเฉพาะงบประมาณจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพ เพื่อนำมาช่วยเหลือประชาชนก่อนและทุ่มเงินแก้ไขโควิด-19

    รีบเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างทั่วถึง จ่ายเป็นเงินสดเดือนละ 5 พันบาท จนกว่าจะคุมโควิด-19 ได้ อาจทำให้หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น แต่ต้องทำเพื่อให้ประชาชนรอด หลังควบคุมโควิดได้แล้ว นายกฯควรลาออก เพื่อเปิดทางให้รัฐบาลที่มีความสามารถหาเงินใช้หนี้แทน

    เยียวยาภาคธุรกิจ หยุดเงินต้นและดอกเบี้ยจนกว่าการระบาดจะสิ้นสุด รวมถึงพิจารณา ลดหนี้ ลดดอกเบี้ยในช่วงที่ผ่านมา เพื่อให้ธุรกิจสามารถเดินต่อไปได้หลังวิกฤติโควิด-19 สิ้นสุด

    ขณะเดียวกันต้องเร่งแก้รัฐธรรมนูญ เพราะวันนี้กระแสประชาชนส่วนใหญ่ไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ ถ้าหากยังดื้อดึงให้กลับมา จะสร้างปัญหาทางการเมืองไม่รู้จบ

    เห็นได้จากประชาชนที่หมดความอดทนออกมาประท้วงขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ หลังจากบริหารราชการแผ่นดินล้มเหลวทุกด้าน ต้องหยุดทำร้ายประชาชนที่ออกมาชุมนุมประท้วง

    แล้วเดินหน้าติดต่อจัดหาวัคซีน mRNA ให้ได้มากที่สุดและเร็วที่สุด ไม่ใช่แค่รอจากบริษัทผลิตวัคซีน จะไปขอยืมประเทศอื่นที่มีเหลือมาก่อน หากรัฐบาลไม่มีคอนเนกชัน ก็ไม่ควรบริหารประเทศ หรือขอให้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ช่วยอีกแรง พร้อมเร่งจองวัคซีนโนวาแวกซ์ล่วงหน้าในปริมาณที่เพียงพอ

    เมื่อได้วัคซีนมาต้องกระจายการฉีดวัคซีนคุณภาพตามบ้านจนครบแบบสหรัฐอเมริกาทำ ถึงกำหนดวันเปิดประเทศที่แน่นอนได้

    และต้องสอบสวนหาผู้ทุจริตในการจัดซื้อวัคซีน ถ้าไม่มีการทุจริตอยู่เบื้องหลัง คงไม่มีเหตุผลที่การจัดหาวัคซีนได้มั่วขนาดนี้ ถึงขั้น นพ.นคร เปรมศรี ผอ.สถาบันวัคซีนแห่งชาติ ยอมรับผิดที่จัดหาวัคซีนผิดพลาด

    ความจริงนายกฯและ รมว.สาธารณสุข ควรออกมาแสดงความรับผิดชอบ

    “คุณเอา ผอ.เป็นแพะรับบาปคนเดียว คนเดียวทำให้ประเทศพังขนาดนี้ได้ นายกฯควรลาออกไป ทำไมไม่รู้จักแก้ไข ปล่อยให้ ผอ.ทำพัง ทั้งที่พวกคุณบริหารจัดการจนประเทศพัง แล้วเอา ผอ.มาเป็นแพะ

    หากผมเป็นรัฐบาล รับรองไม่ปล่อยให้ประเทศย่ำแย่ ประชาชนอยู่ตามยถากรรม ผมจะต้องวิ่งไปหาวัคซีน mRNA แต่รัฐบาลก็ยังดื้อดึงดันซื้อวัคซีนซิโนแวคอีก ซึ่งป้องกันสายพันธุ์เดลตาไม่ได้ จนกลายเป็นข้อสังเกตว่ามีการทุจริตจัดซื้อ

    ซิโนแวคหรือเปล่า ถ้าสมมติฐานนี้เป็นจริงเท่ากับหากำไรกับความตายของประชาชน”

    ทีมการเมือง ถามว่า ตอนนี้ฝ่ายค้านได้กรอบการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ในประเด็นเกี่ยวกับความล้มเหลวบริการจัดการโควิด-19 ล้มเหลวฟื้นฟูเศรษฐกิจ และส่อไปทางทุจริตคอร์รัปชันบนชีวิตของประชาชน นายพิชัยบอกว่า ประเด็นที่เตรียมอภิปรายมีเยอะมาก สุดท้ายจะเลือกประเด็นที่สำคัญและสังคมให้ความสนใจ

    เชื่อว่าการอภิปรายรัฐบาลคราวนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย

    เพราะข้อมูลที่มีอยู่เชื่อว่าจะทำให้รัฐบาลอยู่ต่อไปไม่ได้

    “พุ่งเป้าไปที่นายกฯ และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เช่น นายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข เพราะข้อมูลที่ได้รับมาเกี่ยวกับการจัดหาวัคซีนค่อนข้างเยอะ ข้อมูลที่มีแทบครบเกือบทุกประเด็นแล้ว

    ถ้าสถานการณ์พลิกผัน การแพร่ระบาดรุนแรงขึ้น อาจพิจารณาขยับการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจเร็วขึ้น ยิ่งปล่อยให้รัฐบาลบริหารประเทศต่อไม่เห็นทางแก้ไขปัญหาโควิดและปัญหาเศรษฐกิจได้เลย”

    ครั้งนี้ตั้งเป้าถึงขั้นล้มรัฐบาล แล้วทำไมการ อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลครั้งที่ผ่านมาพรรค เพื่อไทยถูกตั้งคำถามเหมือนอ่อนข้อให้รัฐบาล บนกระแสเตรียมจับมือกันตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง ครั้งต่อไป นายพิชัย บอกว่า พรรคเพื่อไทยเป็นฝ่ายค้าน ทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญ

    ขอยืนยันไม่เคยมีการอ่อนข้อให้อัดเต็มสตีม

    ถึงขั้นพรรคพลังประชารัฐเน่าขนาดนี้ คงจับมือ ด้วยยาก ฝ่ายเทวดากับฝ่ายอสูรอยู่ร่วมกันไม่ได้

    การเลือกตั้งครั้งหน้า เราพร้อมเข้ามากอบกู้ ประเทศ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ แม้เป็นโจทย์ที่ยาก เพราะรัฐบาลทำประเทศเจ๊งยับมานานต้องใช้เวลาฟื้นฟูประเทศ แต่มั่นใจทำได้ดีกว่ารัฐบาลนี้ 100%

    ฉะนั้นเชื่อว่าประชาชนคงไม่เลือกให้ พล.อ.ประยุทธ์กลับมาอีก ยกเว้น ส.ว.ควรรู้สึกตัวได้แล้วว่าสถานการณ์ของประเทศหนักเกินกว่าจะแบก พล.อ.ประยุทธ์ โหวตกลับให้เป็นนายกฯอีกครั้ง

    ในเมื่อนายกฯเป็นผู้ถือดุลอำนาจตามกฎหมาย ฝ่ายค้านมีข้อมูลเด็ด ในประเด็นอะไรถึงล้มรัฐบาลได้ตามกลไกฝ่ายนิติบัญญัติ นายพิชัย บอกว่า ฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลช่วงเดือน ส.ค.64

    การอภิปรายไม่ไว้วางใจคงเกิดขึ้นช่วงปลายเดือน ส.ค.ถึงต้นเดือน ก.ย.64 ก่อนปิดสมัยประชุมสภา ครั้งนี้ขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นรายบุคคล พุ่งเป้าไปที่นายกฯ และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง

    ประเด็นเกี่ยวกับความผิดพลาด ล้มเหลว ไร้ความสามารถ ไร้ศักยภาพ

    ส่อไปทางทุจริตคอร์รัปชันบนชีวิตของประชาชน

    จะชี้ให้เห็นว่าถึงเวลาลาออกหรือยุบสภา

    วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ถูกสะกิดนิดเดียวก็ล้มครืน

    มีโอกาสสูงที่จะยุบสภา เพื่อเลือกตั้งใหม่.

    ทีมการเมือง

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    รัฐบาลประยุทธ์โควิด-19วัคซีนโควิดแก้ปัญหาโควิด-19ปัญหาเศรษฐกิจความเชื่อมั่นรัฐบาลอภิปรายไม่ไว้วางใจยุบสภาพิชัย นริพทะพันธุ์พรรคเพื่อไทยวิเคราะห์การเมืองทีมการเมือง

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันจันทร์ที่ 20 กันยายน 2564 เวลา 03:19 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์