“เพื่อไทย” ขยี้แผล “บิ๊กตู่” รวบอำนาจ บริหารห่วย ห่วงประเทศไทยใกล้เป็นรัฐล้มเหลว “กิตติศักดิ์” ซัดประชาชนรับกรรมคนบ้าอำนาจ แต่ทำงานไม่เป็น “กฤษฎา” จวกผู้นำพิการทางความคิดทุบความเชื่อมั่นฟื้นเศรษฐกิจหดหาย หยัน “บิ๊กตู่” มือไม่ถึงก็อย่าฝืน โพล “ไทยรัฐออนไลน์” สำรวจความคิดเห็นพบคนไทยไม่เชื่อมั่น “ลุงตู่” ท่วมท้น ประเดิม 5 หมื่นรายชื่อร่วมแคมเปญ “ไทยสร้างไทย” ล่าชื่อฟ้อง “รัฐบาลฆาตกร” ขัดรัฐธรรมนูญ ม.47 วรรคสาม เอาผิด ม.157 ครม. “บิ๊กตู่” รัฐบาลโต้จัดซื้อซิโนแวคเพิ่มทำตามกฎหมายทุกขั้นตอน “ม็อบปลดแอก” นัดรวมพล 18 ก.ค.ขับไล่รัฐบาลการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะการจัดหาวัคซีนล่าช้า เป็นประเด็นร้อนตอกย้ำความล้มเหลวในการบริหารงานของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม จนทำให้กระแสต่อต้านและขับไล่รัฐบาลทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น พท.ห่วง ปท.ใกล้เป็นรัฐล้มเหลวเมื่อวันที่ 8 ก.ค. ที่รัฐสภา นพ.กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า การแก้ไขสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิดของรัฐบาลเป็นไปอย่างเชื่องช้า ปัจจัยหลักมาจากการทำงานที่ผิดพลาดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมหลายเรื่อง เช่น การจัดหาวัคซีนมีความผิดพลาดเกิดขึ้นมาตลอด ทั้งการสั่งจองวัคซีนสั่งน้อยและมีเพียงไม่กี่ยี่ห้อ ทั้งหมดเกิดมาจากการรวบอำนาจการบริหารสถานการณ์ การขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการพัฒนาการของไวรัสและการอวดดี เย่อหยิ่ง ไม่ฟังใครของ พล.อ.ประยุทธ์ ส่งผลให้ประเทศไทยล้มเหลวทั้งเศรษฐกิจ สังคมและระบบสาธารณสุข หากไม่เร่งปรับปรุงแก้ไขหวั่นใจว่าในไม่นานประเทศไทยจะเป็นรัฐล้มเหลวในที่สุดปชช.ต้องมารับกรรมคนบ้าอำนาจ“ส่วนการจัดหาวัคซีนทางเลือกเป็นหน้าที่รัฐต้องรีบดำเนินการ แต่กลับทำให้ล่าช้าทั้งวัคซีนโมเดอร์นา ไฟเซอร์ ประเทศอื่นสั่งซื้อมาให้ประชาชนแล้ว แต่ประเทศไทยต้องรอการบริจาค รัฐบาลควรเร่งทำงานอย่ามัวโยนความผิดกันไปมา ประชาชนรอวัคซีนเป็นจำนวนมาก แต่รัฐบาลไม่ให้ความสำคัญ ประชาชนทั้งประเทศต้องมารับกรรมกับการบริหารประเทศที่ไร้ความรับผิดชอบของคนที่บ้าอำนาจแต่ทำงานไม่เป็นเช่นนี้ผู้นำพิการความคิดความเชื่อมั่นหายนายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ ส.ส.หนองคาย กล่าวว่า ผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือน มิ.ย.64 อยู่ที่ระดับ 80.7 ต่ำที่สุดในรอบ 12 เดือน ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน พ.ค.64 อยู่ที่ 44.7 ลดลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 22 ปี 8 เดือน ชัดเจนว่า พล.อ.ประยุทธ์ ยิ่งบริหารความเชื่อมั่นในการฟื้นเศรษฐกิจยิ่งลดลงไปเรื่อยๆ ผู้นำจำเป็นต้องรู้และยอมรับข้อจำกัดของตัวเอง ทำผิดแล้วต้องหัดยอมรับผิดต้องรีบทำในสิ่งที่ควรทำให้เร็วที่สุด อย่าตอกย้ำความเป็นผู้นำพิการทางความคิดต้องจัดลำดับความสำคัญของเรื่องต่างๆ ให้ได้ เช่น ตอนนี้คนไทยจำนวนมากยังรอฉีดวัคซีนที่มีคุณภาพอยู่ นายกฯจะปล่อยให้เขาต้องรออีกนานแค่ไหน เฉ่ง “บิ๊กตู่” มือไม่ถึงก็อย่าฝืนนายกฤษฎากล่าวว่า ในสถานการณ์ย่ำแย่และกำลังจะย่ำแย่ลงไปอีก ทั้งการแพร่ระบาดและปัญหาเศรษฐกิจถาโถมเข้ามา หาก พล.อ.ประยุทธ์ ยังคงมีวิธีคิดและวิธีบริหารแบบเดิม ประเทศไทยจะไปไม่รอดแน่ เหมือนที่นักศึกษาทำแฮชแท็ก #ผนงรจตกม ล่วงหน้าเป็นปีๆเป็นจริงขึ้นทุกวัน ถ้ารู้ตัวว่าความสามารถไม่ถึงวิธีคิดไม่ได้ก็อย่าฝืนต่อไปอีกเลย จะยิ่งทำให้ประชาชนเดือดร้อนและจะต้องเจ็บป่วยล้มตายเพิ่มขึ้นกันอีกมาก พรรคเพื่อไทยจะร่วมกับพรรคร่วมฝ่ายค้านในการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ในความล้มเหลวนี้อย่างแน่นอน5 หมื่นชื่อหนุน “ฟ้อง รบ.ฆาตกร”ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคไทยสร้างไทยได้ผุดแคมเปญ “#ฟ้องรัฐบาลฆาตกร” เมื่อวันที่ 7 ก.ค. เชิญชวนประชาชนลงชื่อสนับสนุนยื่นฟ้องรัฐบาลทาง https://www.thaisangthai.org/page/CnM74da7 กรณีใช้ภาษีประชาชนดำเนินนโยบายผิดพลาด ทำให้เกิดความเสียหายจนคนไทยล้มตาย เศรษฐกิจพังพินาศ โดยรัฐบาลมีมติ ครม.จัดซื้อวัคซีนซิโนแวคกว่า 6,000 ล้านบาท อาจขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 47 วรรคสาม บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับการป้องกันและขจัดโรคติดต่ออันตรายจากรัฐโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายและมาตรา 55 ผู้สั่งซื้อและ ครม.มีอาจมีความผิดฐานจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 พบว่าเพียงคืนแรกมีประชาชนร่วมลงชื่อกว่า 50,000 คน รบ.โต้ซื้อซิโนแวคเพิ่มทำตาม ก.ม.น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงกรณีที่มีการเตรียมฟ้องรัฐบาลขัดรัฐธรรมนูญกรณีมีมติ ครม.อนุมัติจัดซื้อวัคซีนซิโนแวคเพิ่มเติมว่า องค์การอนามัยโลกประจำประเทศ ไทย เผยแพร่ข้อมูลย้ำว่าวัคซีนที่ได้รับการรับรองและขึ้นทะเบียนปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ แผนการจัดหาวัคซีนมีคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศและมีงานวิชาการรองรับ เป็นไปตามกฎหมายทุกขั้นตอน สอดคล้องตามรัฐธรรมนูญ ทำตามหลักภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศขององค์การอนามัยโลก (WHO) ปัจจุบันข้อมูลทางการแพทย์พบว่ายังไม่มีวัคซีนชนิดใดที่ป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาได้ 100% แม้แต่วัคซีนชนิด mRNA แต่ทุกชนิดรวมทั้งเทคโนโลยีเชื้อตาย ลดการป่วยหนักและการเสียชีวิตได้ ระหว่างรอส่งมอบวัคซีน mRNA รัฐบาลจึงเร่งจัดหาและฉีดวัคซีนให้ประชาชนในวงกว้างให้มากที่สุดเพื่อลดการป่วยหนักและการเสียชีวิต ตามนโยบายนายกฯ“โพลไทยรัฐ” คนไม่เชื่อมั่น “ลุงตู่” ท่วมผู้สื่อข่าวรายงานว่า ไทยรัฐออนไลน์ จัดทำโพลในหัวข้อ “คุณ (ยัง) เชื่อมั่นในรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ หรือไม่?” ทางทวิตเตอร์ เริ่มเปิดให้โหวตสำรวจความคิดเห็นระหว่างวันที่ 7-8 ก.ค.หลังปิดโหวตเมื่อวันที่ 8 ก.ค. พบว่ามีผู้ร่วมโหวตผ่านทวิตเตอร์ @Thairath_News จำนวน 101,144 โหวต มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็น 1.8 หมื่นความคิดเห็นผ่านทางช่องทางแฟนเพจไทยรัฐออนไลน์ ยอดแชร์ 3.8 พันแชร์ และแสดงความคิดเห็นผ่านอินสตาแกรม Thairath 9,969 ความคิดเห็น ผลการโหวตมีดังนี้ เชื่อมั่น 1.8% ไม่เคยเชื่อมั่น 87.3% ไม่เชื่อมั่นแล้ว 10.9% “สิระ” เสนอล็อกดาวน์รัฐสภาที่รัฐสภา นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงสถานการณ์ติดเชื้อโควิด-19 ว่า ตื่นขึ้นมาเห็นข่าวคนไทยติดโควิด-19 กว่า 7 พันราย เสียชีวิต 75 ราย มันเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย ไม่ได้รับการเข้าถึงสาธารณสุขใช่หรือไม่ ถึงเวลาหรือยังที่ ศบค.ต้องชี้แจงว่าจะประกาศล็อกดาวน์หรือไม่ ถ้าไม่ล็อกดาวน์มีเหตุผลอะไร จะยับยั้งความสูญเสียของคนไทยได้อย่างไรบ้าง มีคนไปนอนรอตรวจโควิดที่วัดพระศรีมหาธาตุ ตั้งแต่ 21.00 น. เกิดอะไรขึ้นกับบ้านเมืองนี้ สภาฯผ่าน พ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้านบาท แล้วนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ขอเสนอล็อกดาวน์รัฐสภา หากไม่มีญัตติสำคัญเว้นไป 2-3 สัปดาห์แล้วไม่ทำให้บ้านเมืองเสียหายก็เลื่อน ประชุมเฉพาะ กมธ.งบฯ ส่วนข้อเสนอให้ ส.ส.-ส.ว.สละเงินเดือนช่วยเหลือประชาชนเห็นด้วยกำลังให้ฝ่ายกฎหมายดูอยู่ว่าผิดกฎหมายหรือไม่ ตนกับเพื่อนๆรวบรวมเงินก้อนหนึ่งจะไปติดต่อขอซื้อวัคซีนทางเลือกมาฉีดให้ประชาชนฟรีเร็วที่สุด“ชวน” รับน่าห่วง จะดูเป็นระยะนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ กล่าวถึงข้อเสนอให้ล็อกดาวน์สภาฯว่า ได้ไปเยี่ยมห้องอนุ กมธ.งบฯปี 65 มีข้าราชการมารอชี้แจงจำนวนมากน่าเป็นห่วง มอบให้เลขาฯสภาฯไปติดตามกำชับผู้มาชี้แจงหรือผู้ติดตามให้ระวังเป็นพิเศษ แต่สภาฯยังประชุมตามปกติจะมีปัญหา 1 เรื่องคือการประชุมกฎหมายที่ค้างอยู่ เช่น พ.ร.บ.ยาเสพติด รัฐมนตรีเร่งรัดให้แล้วเสร็จจะหารือทุกฝ่ายขอเวลา 1 วัน พิจารณาให้เสร็จ เมื่อถามว่า ศบค.กำลังพิจารณาเรื่องล็อกดาวน์ กทม.นายชวนกล่าวว่า จะพิจารณาเป็นระยะไป ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เพียงแต่ต้องระวังเป็นพิเศษส.ส.เสนอประชุมผ่านออนไลน์เมื่อเวลา 09.45 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาฯ ที่มีนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานการประชุม ก่อนเข้าสู่วาระเปิดให้สมาชิกหารือถึงปัญหาความเดือดร้อน นายจุลพันธ์ โนนศรีชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนาหารือว่าการประชุมสภาฯแม้มีมาตรการป้องกันเชื้อโควิด แต่ไม่เพียงพอ เนื่องจากสถานการณ์รุนแรงเพิ่มขึ้น อยากให้ปรับปรุงระเบียบการประชุมเป็นระบบทางไกล หรือระบบ zoom แทน ยกเว้นมติใดจำเป็นต้องโหวตให้ ส.ส.มาสภาฯและขอให้ ส.ส.ทุกคนตรวจ Rapid Test ก่อนเข้าประชุมสภาฯ ใครไม่ผ่านไม่ให้เข้าร่วม นายสุชาติชี้แจงว่า การประชุมวิป 3 ฝ่ายจะเพิ่มมาตรการตรวจสอบโควิดในสภาฯใช้ชุด Rapid Test ทราบผลใน 5 นาที อาจเริ่มภายในสัปดาห์หน้า ก่อนประชุมสภาฯทุกครั้งจะตรวจ เท่ากับ 7 วันตรวจ 1 ครั้ง “ชลน่าน” ด่ากราด ส.ส.หิวแสงมั่วข่าวหลังจากที่เสร็จสิ้นการหารือ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย สอบถามกรณีมี ส.ส.บางคนไปแถลงข่าวระบุวิป 3 ฝ่าย มีมติให้รัฐบาลไปหาวัคซีนโควิดเข็ม 3 ฉีดให้ ส.ส.ว่า ยืนยันที่ประชุมวิป 3 ฝ่ายไม่มีมติดังกล่าว แปลความผิด คนเอาไปเผยแพร่มีเจตนาทำให้สภาเสียหาย เป็น ส.ส.ต้องรับผิดชอบทำให้เสียเกียรติศักดิ์ของสภาฯ ที่ประชุมหารือถึงความเห็นทางการแพทย์ทั่วโลกที่ต้องเตรียมจัดหาวัคซีนที่ดีมากระตุ้นให้ ส.ส.และผู้ปฏิบัติงานในสภาฯด้วย ถ้าไม่กระตุ้นวัคซีนฉีดมา 2 เข็มไม่มีประโยชน์ไม่ได้มีมติเรียกร้องให้ฉีดเข็ม 3 ให้สมาชิกรัฐสภา ไม่สบายใจที่ไปแถลงข่าวโดยไม่มีข้อมูล คนพูดต้องขอโทษต่อสภาฯขอให้ประธานสภาฯตั้งกรรมการสอบว่ามีจุดประสงค์อะไร ทำลายสมาชิกกันเองคิดว่าจะมีชื่อเสียงเป็นข่าว ดักดาน หิวแสง พวกโง่“สุชาติ” ขอโทษเกิดข่าวผิดพลาดนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ส.ส.ไม่ควรได้รับความเสียหายจากความไม่รับผิดชอบของสมาชิกบางคนที่ไปเอาเรื่องฟังไม่ได้ศัพท์จับไปกระเดียดมาทำให้รัฐสภาเสียหาย ยืนยันที่ประชุมวิป 3 ฝ่ายไม่ได้เรียกร้องให้ฉีดเข็ม 3 ให้ ส.ส. มีแต่การพูดถึงเชิงวิชาการเท่านั้นขณะที่นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯ ชี้แจงว่าในฐานะประธานการประชุมวิป 3 ฝ่าย ยืนยันว่ามีการพิจารณาแค่ว่าควรประชุมฯสภาต่อไปและวิเคราะห์ถึงการแพร่ระบาดโควิดหนักขึ้นต้องมองไปข้างหน้าจะควบคุมแก้ปัญหาอย่างไร มีการพูดถึงการฉีดวัคซีนเข็ม 3 แต่พูดในภาพรวมทั้งประเทศ ไม่ได้มีมติว่าสภาฯต้องฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 ถ้าข่าวผิดพลาดไม่ตรงข้อเท็จจริงต้องขอโทษด้วย จะเรียกคนให้ข่าวมาคุยว่าต้องดำเนินการอย่างไรโวย ส.ส.โดดร่วมประชุม กมธ.งบน.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ในฐานะโฆษกคณะ กมธ. วิสามัญพิจารณาร่างงบฯปี 65 กล่าวว่า มีปัญหาการประชุม กมธ.งบฯ ปี 65 มีสภาพไม่ต่างจากห้องประชุมสภาฯใหญ่ ไม่มี กมธ.เข้าประชุม ไม่สามารถขอมติใดๆได้ องค์ประชุมไม่ครบ อนุ กมธ.งบฯชุดต่างๆให้ตั้งไม่เกิน 10 คน แต่พบว่าตั้งอนุ กมธ.มากกว่าที่ตกลงไว้ บางคณะมีถึง 16 คน ขอให้ ส.ส.ให้ความสำคัญกับประชุมสภาฯและการประชุม กมธ.งบฯด้วย จี้ใช้ ก.ม.บังคับทวงวัคซีนแอสตราฯช่วงบ่าย เข้าสู่การพิจารณาญัตติการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ที่ค้างจากสัปดาห์ที่แล้ว นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่ามีผู้ติดเชื้อ 7,000 คนต่อวันและอาจถึง 10,000 คน รัฐบาลจะใช้วิธีเดิมๆรับมือไม่ได้ วัคซีนแอสตราเซเนกาตามแผนเดือน มิ.ย.ต้องส่งมอบ 6.33 ล้านโดส แต่ส่งได้แค่ 5.37 ล้านโดส รัฐบาลอุดหนุน 600 ล้านบาท ให้บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ ผลิตวัคซีน มีเงื่อนไขว่าจะส่งวัคซีนที่ผลิตในประเทศให้ไทยเป็นลำดับแรก นี่คือการหลอกเอาเงินภาษีไปอุดหนุนเอกชน โดยไม่ทำตามสัญญา รัฐบาลต้องกล้าหาญใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงด้านวัคซีน บังคับเอาวัคซีนจากแอสตราเซเนกาตามแผนการส่งมอบให้ได้ และที่ไม่เปิดเผยสัญญาจัดซื้อวัคซีนไฟเซอร์ว่าถูกกว่าซิโนแวคก็ได้รัฐบาลต้องเร่งจัดซื้อวัคซีน mRNA แทนซิโนแวค“ประเวศ” ย้ำ รบ.เฉพาะกาลดับวิกฤตินพ.ประเวศ วะสี ที่ปรึกษามูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ กล่าวว่า ในสภาวะวิกฤติชาติ วิกฤติโควิด เป็นที่ประจักษ์แจ้งแก่ทุกฝ่าย เป็นเรื่องใหญ่ที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันตีโจทย์ให้แตก ไม่เช่นนั้นจะล้มเหลวซ้ำซาก พล.อ.ประยุทธ์ควรเป็นบทเรียนใหญ่ ท่านเป็นนายทหารคิดว่าถ้ามีความรู้ สุจริตและขยันก็ไม่ยากที่จะบริหารประเทศโดยใช้อำนาจ เตือนมากกว่า 20 ปีว่าวิกฤตการณ์คลื่นลูกที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ซับซ้อนยากสุดๆใช้อำนาจไม่ได้ผล นายกฯไม่รู้ตรงนี้ ทำให้พูดกันว่า 7 ปีที่สูญเปล่า แต่ระบบการเมืองแบบรัฐสภาก็ไม่มีสมรรถนะ เกมการเมืองเป็นเรื่องอำนาจและผลประโยชน์ ทำให้มีรัฐบาลอ่อนแอ ล้มลุกคลุกคลานมาตลอด การทำให้ระบบการเมืองมีสมรรถนะสูง เคยเสนอให้รัฐสภาตั้งรัฐบาลเฉพาะกาลที่มีอิสระและสมรรถนะสูงแก้วิกฤติชาติ 1 ปีครึ่งถึง 2 ปี อาจได้คำตอบระบบการเมืองใหม่ “ปลดแอก” นัดชุมนุม 18 ก.ค. ไล่ รบ.วันเดียวกัน เฟซบุ๊กเพจกลุ่มเยาวชนปลดแอก หรือ Free YOUTH โพสต์นัดหมายมวลชนแนวร่วมชุมนุมในวันที่ 18 ก.ค. ระบุว่า #ม็อบ18กรกฎานี้! อาถรรพณ์ 7 ปี หรือกลียุค มีแต่ความวิลัยเศร้าโศก ฉิบหาย นายก เขาว่าเป็นเรื่องบุญ-กรรม? นี่ไม่ใช่เวรกรรมอะไร แต่เป็นเพราะพวกชนชั้น 1% ไม่รู้จักพอ กดขี่ขูดรีดมนุษย์ด้วยกันอย่างเลือดเย็น พอใกล้พังพินาศ ผู้รอดพ้นจากทุกข์ภัยก็คือชนชั้น 1% แต่ประชาชน 99% ต้องแบกรับความฉิบหายที่ไม่ได้ก่อร่วมกัน 18 ก.ค.นี้ ถึงเวลาทวงคืนอนาคต ทุกความสูญเสีย หยาดเหงื่อ หยดน้ำตา และเลือดทุกหยด จะต้องได้รับความยุติธรรม ถึงเวลาลุกขึ้นสู้! ถ้าพวกปรสิตยังอยู่ เราจะตายกันหมด! โปรดติดตามนัดหมายสำคัญด้านนายอานนท์ นำภา แกนนำกลุ่มราษฎร โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “ความจริงวันนี้ ถ้าไม่หยุดประยุทธ์ สถานการณ์จะเลวร้ายขึ้นไปอีก 18 ก.ค.ขอแรงทุกคนอีกครั้ง ออกไปไล่รัฐบาลประยุทธ์อย่างพร้อมเพรียง ไล่แบบไล่จริงจัง เตรียมอุปกรณ์ป้องกันให้พร้อม เจอกัน #ม็อบ 18 กรกฎา”ศาลนับโทษขัง “ตู่” อยู่คุก 11 เดือนครึ่งที่ศาลอาญา ศาลอ่านคำสั่งฎีกาในคดีที่เดิมนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ ยื่นฟ้องนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. คดีที่ 4176/52 ในความผิดหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ที่ศาลฎีกาพิพากษาไปเมื่อปี 2560 ให้จำคุกนายจตุพร 12 เดือน โดยไม่รอลงอาญา และศาลให้นับโทษต่อจากคดี อ.4907/2555 หรือคดีหมิ่นประมาทอีกคดี เนื่องจากจำเลยเข้าใจว่าศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ มีคำสั่งคลาดเคลื่อนต่อการนับโทษ ทำให้จำเลยเสียสิทธิเสรีภาพ ต่อมาเวลา 16.45 น. ศาลออกหมายจำคุกคดีถึงที่สุดที่แดง อ.240/58 ส่งหมายจำคุกถึงเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ คดีระหว่างนายอภิสิทธิ์กับนายจตุพร ถึงที่สุดให้จำคุก 12 เดือน จำเลยเคยต้องขังคดีมาแล้ว 14 วัน จึงให้หักออก 14 วัน เท่ากับต้องรับโทษจำคุกอีก 11 เดือน 16 วัน โดยเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ คุมตัวนายจตุพรขึ้นรถบัสของเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ออกจากศาลอาญา ไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ นายจตุพรกล่าวกับสื่อมวลชนผ่านลูกกรงรถเรือนจำว่า “ไว้เจอกันนะ”ฝาก บก.ลายจุดสานต่อไล่ “ประยุทธ์”ด้านนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด แกนนำผู้ริเริ่มกิจกรรมคาร์ม็อบบีบแตรไล่ พล.อ.ประยุทธ์โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “ไม่ว่าคุณจะคิดยังไงกับจตุพร พรหมพันธุ์ เมื่อศาลตัดสินจำคุกคดีหมิ่นฯนายอภิสิทธิ์ โทร.มาหาผมและพูดว่า พี่จำเป็นต้องเข้าคุกอีกรอบ ฝากภารกิจให้น้องดำเนินการต่อ ขอให้ประสบความสำเร็จ” สำหรับกิจกรรมคาร์ม็อบ นายสมบัติได้ประกาศไว้บนสื่อสังคมออนไลน์ว่า เมื่อวันที่ 3 ก.ค. ซ้อมใหญ่ วันจริงจัดขึ้นวันเสาร์ ที่ 10 ก.ค. ขณะนี้อยู่ระหว่างเปิดให้มวลชนส่งความคิดเห็นทางเฟซบุ๊กและคลับเฮาส์เพื่อร่วมออกแบบกิจกรรมและเส้นทางการเคลื่อนขบวน5 แกนนำ “ม็อบมุ้งมิ้ง” ฝืน พ.ร.ก.รอดคุกที่ศาลแขวงดุสิต พนักงานอัยการคดีศาลแขวงดุสิต นำตัวนายอานนท์ นำภา นายพริษฐ์ หรือเพนกวิน ชิวารักษ์ นายปิยรัฐ หรือโตโต้ จงเทพ น.ส.สุวรรณา หรือลูกตาล ตาลเหล็ก และนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง 5 ผู้ต้องหา ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯเเละข้อหาอื่นๆรวม 6 ข้อหา ยื่นฟ้องต่อศาล กรณีการจัดชุมนุม “ม็อบมุ้งมิ้ง” ที่หน้ากองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) เมื่อวันที่ 20 ก.ค.2563 คัดค้าน พ.อ.หญิง นุสรา วรภัทราทร อดีตรองโฆษก ทบ. ที่โพสต์กล่าวหา การชุมนุมของนักศึกษาเยาวชนปลดแอกเป็นม็อบมุ้งมิ้ง โดยศาลให้สาบานตนก่อนปล่อยตัวชั่วคราว และนัดพร้อมสอบคำให้การและตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 18 ต.ค.