เพื่อไทยฉะ “บิ๊กตู่” บริหารจัดการวัคซีนสุดห่วย ส่อขัด รธน.มาตรา 47 เตือนระบบสาธารณสุข ไทยจะพังทลาย “สิระ” จี้ตัดหัวเสียบประจานพวกฉ้อฉลวัคซีน “เจ๊หน่อย” เบิกโรงไทยสร้างไทย อาสาเป็นนั่งร้านสร้างประเทศ “จุรินทร์” ย้ำลูกพรรคปชป.ห้ามโดดร่ม บช.น.แจง 3 ม็อบผิด 4 ข้อหาหลัก ยื่นศาลขอถอนประกัน 5 แกนนำราษฎร กลุ่มโมกหลวงฯจี้เร่งหาบุคคลถูกอุ้มหายมหาวิกฤติที่ถาโถมเข้าใส่รัฐบาล จากปัญหาการบริหารจัดการสถานการณ์โควิด และการจัดหาวัคซีนให้ทันต่อสถานการณ์การแพร่ระบาด จนมีเสียงเรียกร้องจากสังคม ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก เปิดทางให้คนมีความสามารถเข้ามาบริหารจัดการแทนนั้น ฉะ “บิ๊กตู่” บริหารวัคซีนขัด รธน.เมื่อวันที่ 4 ก.ค. นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากการบริหารจัดการวัคซีนของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ที่ผิดพลาดมาตั้งแต่ต้น การแก้ปัญหาผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำอีก ช่วงแรกกำหนดให้วัคซีนแอสตราเซเนกาเป็นวัคซีนหลักเจ้าเดียว จึงไม่มีวัคซีนคุณภาพมากเพียงพอเร่งฉีดให้ประชาชน วันนี้จึงปรับแผนใช้วัคซีนแก้ขัดอย่างซิโนแวคที่ประชาชนไม่ไว้ใจเป็นวัคซีนหลัก และยังเตรียมซื้อเพิ่มอีก 28 ล้านโดส ส่วนวัคซีนที่ประชาชนเรียกร้องอย่าง โมเดอร์นากลับถูกปิดกั้น ล่าช้า ทั้งที่งานวิจัยหลายฉบับรองรับว่ารับมือโควิด-19 ได้มากกว่า กลับเป็นวัคซีนทางเลือกที่ประชาชนต้องเสียเงินจ่ายเองอดสงสัยไม่ได้ว่า ทันทีที่ประชาชนกดโอนเงินมัดจำค่าวัคซีนทางเลือก วินาทีนั้นเท่ากับว่า พล.อ.ประยุทธ์กระทำขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 47 ที่ระบุ “บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับการป้องกันและขจัดโรคติดต่ออันตรายจากรัฐโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย” หรือไม่เตือนสาธารณสุขไทยพังทลายนายชนินทร์กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ต้องใช้วิธีทางการทูตไม่ว่าจะเป็นการทูตแบบทางการหรือไม่ทางการ ใช้ศักยภาพภาคเอกชนที่ติดต่อธุรกิจกับต่างชาติมาช่วยจัดหาวัคซีนยี่ห้ออื่นให้เร็วขึ้นได้ การบริหารวัคซีนภายใต้รัฐบาลชุดนี้มีความพยายามผูกขาดวัคซีน ทำให้บุคลากรการแพทย์ด่านหน้าจำนวนมากที่ได้ฉีดเพียงซิโนแวค 2 เข็ม ต้องสู้รบด้วยชุดเกราะกระดาษ ศบค.ต้องพิจารณาฉีดวัคซีนคุณภาพเข็ม 3 ให้แพทย์เป็นการฉุกเฉิน ก่อนที่สาธารณสุขไทยจะพังทลายเหมือนปราสาททรายเรียนออนไลน์ผลกระทบเพียบน.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากการเปิดคลับเฮาส์หัวข้อ “เปิดโรงเรียนไม่ได้ กระทบการศึกษายังไง” มีนักวิชาการ ครู นักเรียน และผู้สนใจร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นสะท้อนปัญหาและทางออกจำนวนมาก รวมถึงตัวแทนกลุ่มนักเรียนเลว และนักเรียนจากสถานศึกษาหลายแห่ง พบว่าการเรียนออนไลน์ทำให้ทั้งครู นักเรียน ผู้ปกครองเหนื่อยล้า เครียดสะสม เกิดผลกระทบต่อเนื่องแบบลูกโซ่ ผู้ปกครองต้องแบกรับหนี้สินจากการจัดหาอุปกรณ์ แบ่งเวลาการร่วมเรียนออนไลน์ไปพร้อมกับการทำงานหาเลี้ยงชีพ ขณะที่ครูประสบปัญหาขาดอุปกรณ์ ไม่มีงบประมาณสนับสนุน ถูกผลักเป็นเหยื่อรับบาปสังคมตราหน้า ภาระงานเพิ่มขึ้นกลายเป็นบ่วงที่ทำให้ราชการกลัว ไม่กล้าตัดสินใจ ไม่กล้าปรับเปลี่ยน แต่กระทรวงศึกษาธิการกลับตั้งเป้ายกระดับประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติให้เข้มข้นขึ้นในสถานการณ์นี้ สวนกระแสโลกที่แต่ละประเทศมุ่งเน้นการจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์เปราะบางให้มีคุณภาพ ไม่ทิ้งเด็ก ครู และผู้ปกครองไว้ข้างหลัง ประเด็นเหล่านี้จะนำไปผลักดันต่อในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 ต่อไป“สิระ” ชี้เป้า “เต้” ขัดจริยธรรมนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ เสนอตัวพร้อมเป็นลูกน้องช่วยงานนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า นายมงคลกิตติ์เป็น ส.ส.ที่ประชาชนเลือก เหตุใดจึงเสนอตัวเป็นลูกน้องผู้ต้องหา หนีคดี กระทำขัดจริยธรรม ส.ส.หรือไม่ แม้นายทักษิณจะกลับมาก็ไม่สามารถทำประโยชน์ได้ ปัญหาโควิดไม่ใช่แค่รัฐบาลเท่านั้น ประชาชนทุกคนต้องร่วมมือ ส่วนกรณีนำเข้าวัคซีนทางเลือกที่ล่าช้านั้น ภาครัฐต้องฟังประชาชนและหมอ และขออาสาเป็นตัวแทนโรงพยาบาลเอกชนให้ส่งข้อมูลการจองวัคซีนทั้งหมดมาให้ แล้วจะแฉให้ดูว่าใครกันแน่บิดเบือน หากตรวจสอบพบว่ามีใครหวงหรือเหนียวไม่ให้นำเข้าวัคซีนทางเลือก หรือปฏิบัติหน้าที่มิชอบ หรือเรียกรับผลประโยชน์ พร้อมตรวจสอบเรื่องนี้ ติดคุกไม่พอ ควรเอาคนเหล่านี้ไปตัดหัวประจานให้ประชาชนรู้ “เจ๊หน่อย” เบิกโรงไทยสร้างไทยเมื่อเวลา 09.00 น. ที่พรรคไทยสร้างไทย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย จัดประชุมผู้บริหารพรรค ตัวแทนสาขาพรรค และสมาชิกพรรค ผ่านระบบซูม ภายใต้งาน “ไทยสร้างไทย เดินหน้าสร้างประเทศไทย” คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ทำงานการเมืองมา 29 ปี ไม่คิดว่าจะเห็นประเทศไทยถึงจุดตกต่ำและวิกฤติสุด ประชาชนทุกข์ยากแสนสาหัสจากการทำงานไร้ประสิทธิภาพของเผด็จการอำนาจนิยม ทำให้เกิดวิกฤติโควิดวิกฤติเศรษฐกิจ รัฐบาลไม่ใส่ใจขวนขวายหาวัคซีนให้ประชาชน ขัดขวางวัคซีนเอกชนไม่ยอมนำเข้าวัคซีนคุณภาพดี ภายใต้รัฐราชการอำนาจนิยมมาถึงจุดอันตรายที่สุด บริหารประเทศไร้ประสิทธิภาพ สร้างความขัดแย้ง เศรษฐกิจย่ำแย่ ประชาชนสิ้นหวัง หากปล่อยให้ดำรงอยู่ความขัดแย้งจะรุนแรงมากขึ้น ประเทศจะล่มสลายในที่สุดอาสาเป็นนั่งร้านสร้างประเทศคุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ไม่ได้มุ่งหวังชื่อเสียงเกียรติยศ อำนาจใดๆ ตั้งใจทำภารกิจครั้งสุดท้ายในชีวิตทางการเมือง ก่อตั้งพรรคไทยสร้างไทยเป็นเครื่องมือนำประเทศออกจากความตกต่ำเลวร้าย นำประเทศสู่ความรุ่งเรือง เป็นมรดกชิ้นสุดท้ายส่งมอบให้คนรุ่นต่อไป ตั้งใจทำหน้าที่เป็นเสาเข็มตั้งพรรคไทยสร้างไทยเป็นสถาบันการเมือง รับใช้ประชาชน แสวงหาทางออกให้สังคม ขออาสาเป็นนั่งร้านเชิญชวนผู้มีความรู้ความสามารถมาร่วมกัน เป็นสะพานเชื่อมคนทุกรุ่นสร้างประเทศไทย อยากให้เป็นพรรคของคนตัวเล็ก มีความคิดความสามารถ ความฝัน แต่ขาดโอกาส เพราะถูกกดทับจากระบบรัฐราชการรวมศูนย์มาร่วมกับเรา ให้คนตัวเล็กมีสิทธิ์มีเสียง มีโอกาสดีในสังคม ขอเชิญชวนทุกคนมาร่วมพลิกมหาวิกฤติให้เป็นโอกาสยิ่งใหญ่ของประเทศเปิดตัว 8 แนวทางวางนโยบายคุณหญิงสุดารัตน์กล่าวต่อว่า พรรคไทยสร้างไทยมีนโยบายสร้างฐานรายได้ใหม่ให้คนไทย มีเป้าหมายที่สำคัญคือ 1.คนวัยทำงานได้รับโอกาสบนศักยภาพสูงสุด 2.เป็นศูนย์กลางผลิตอาหารปลอดภัยขายคนทั้งโลก 3.เป็นศูนย์กลางท่องเที่ยวของคนทั่วโลก 4.เป็นศูนย์บริการด้านสุขภาพ และ Wellness ระดับโลก 5.เป็นศูนย์กลางเดินทางและการขนส่งของโลก 6.ต้องเป็นสถานที่ที่บริษัท Tech และ Startup จากทั่วโลกอยากมาตั้งบริษัท 7.ผู้สูงวัยได้รับการดูแล มีสุขภาพแข็งแรง มีเงินพอเลี้ยงชีพ ด้วยกองทุนบำนาญประชาชน ผู้เกษียณจากการทำงาน โดยไม่มีรายได้และสวัสดิการอื่น จะได้รับการดูแลเดือนละ 3,000 บาท 8.ประชาชนทุกวัยมีรายได้ ดำรงชีพได้ ประเทศไทยไม่ได้สร้างจากใครกลุ่มหนึ่ง แต่เป็นของคนไทยทุกคน ต้องถูกสร้างจากคนไทยทุกคน สิ่งสำคัญคือนำพาประเทศไทยออกจากรัฐราชการอำนาจนิยมที่กดทับโอกาสประชาชนมายาวนาน สร้างพลังให้คนไทย“ปรีชา” เปิดตัวพรรคใหม่ด้านนายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข หัวหน้าพรรคเพื่อประชาชน กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคนอกรอบ ที่โรงแรมคุ้มภูคำ จ.เชียงใหม่ ว่า ที่ประชุมพิจารณาจัดตั้งสาขาพรรค 4 ภาค ภายในเดือน ก.ค.นี้ และให้สาขาแต่ละภาคเร่งเปิดรับสมัครสมาชิกระดับตัวแทนเขต เตรียมเลือกตั้งตามกติกาเก่าและกติกาใหม่ เมื่อสถานการณ์โควิดคลี่คลายจะจัดประชุมใหญ่เลือกกรรมการบริหารเพิ่ม พร้อมเปิดรับคนรุ่นใหม่ลงสมัคร ส.ส. โดยจะส่งผู้สมัคร ส.ส.ทั่วประเทศ ขณะนี้มีอดีต ส.ส.หลายจังหวัดยกจังหวัดมาร่วม มีนายเอกภาพ พลซื่อ นายก อบจ.ร้อยเอ็ด มาร่วมอุดมการณ์ นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ อดีต รมช.มหาดไทย เข้ามาเสริม “จุรินทร์” ย้ำลูกพรรคเข้าประชุมอีกเรื่อง นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กำชับ ส.ส.พรรคเข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพราะถือเป็นหน้าที่และภารกิจสำคัญของ ส.ส. เน้นย้ำทุกคนต้องให้ความร่วมมือกับมาตรการดูแลของรัฐสภา ต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ ระเบียบที่รัฐสภาวางไว้ พรรคพร้อมให้ความร่วมมือกับประธานรัฐสภาเต็มที่ เพราะมีกฎหมายสำคัญหลายฉบับค้างการพิจารณาอยู่ รวมถึงญัตติด่วนเรื่องการแก้ปัญหาการบริหารจัดการโรคโควิด แต่คงต้องรอผลการพิจารณาของวิป 4 ฝ่าย วันที่ 6 ก.ค.ก่อน ผลเป็นอย่างไรพรรคพร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่“ปู” ขอ “ตู่” ปัดฝุ่นแจกแท็บเล็ตวันเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ช่วงสถานการณ์โควิดที่แพร่ระบาดทั่วโลกรวมถึงในบ้านเรา การปรับตัวเพื่อเรียนออนไลน์จึงมีความจำเป็น เพื่อเน้นความปลอดภัยจากการติดเชื้อ และให้การเรียนการสอนของนักเรียนดำเนินไปได้โดยไม่ติดขัด แท็บเล็ตพีซีจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ไม่ใช่แค่เทคโนโลยีในการเรียนรู้เท่านั้น แต่ยังเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญในการเรียนการสอนในปัจจุบัน โดยพัฒนาให้นักเรียนเป็นศูนย์ กลาง รู้จักแสวงหาความรู้ และแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง พร้อมปรับบทบาทครูเป็นผู้อำนวยการสอนเท่านั้น จึงหวังว่ารัฐบาลจะใจกว้างนำนโยบายแท็บเล็ตพีซี และการเรียนออนไลน์เข้ามาใช้ในสถานศึกษาอย่างจริงจัง และลงทุนให้ทุกโรงเรียนของรัฐมีอุปกรณ์การเรียนการสอน ทั้งครูผู้สอนและนักเรียนคนยังไม่ตัดสินใจเลือกผู้ว่าฯ กทม.ขณะที่นิด้าโพลเปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง “อยากได้ใครเป็นผู้ว่าฯ กทม.” ระหว่างวันที่ 30 มิ.ย.-2 ก.ค. จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งใน กทม.จำนวน 1,315 หน่วยตัวอย่าง พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 27.98 ยังไม่ตัดสินใจเลือกใครเป็นผู้ว่าฯ กทม. ร้อยละ 26.16 จะเลือกนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ร้อยละ 14.60 เลือก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ร้อยละ 9.58 เลือก พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง รองลงมาเป็นผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย ผู้สมัครจากคณะก้าวหน้า หรือพรรคก้าวไกล น.ส.รสนา โตสิตระกูล ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ขณะที่นายสกลธี ภัททิยกุล กับโหวตไม่เลือกใคร (Vote NO) มีสัดส่วนที่เท่ากัน สำหรับปัญหาที่ประชาชนอยากให้ผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่ เร่งแก้ไขมากที่สุด ส่วนใหญ่ ร้อยละ 40.76 ระบุว่าปัญหาการจราจร รองลงมาปัญหาสุขภาพ/สาธารณสุข ค่าครองชีพ บช.น. แจง 3 ม็อบผิด 4 ข้อหาหลักที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย โฆษก บช.น. กล่าวว่า จากการชุมนุมของมวลชน 3 กลุ่ม เมื่อวันที่ 3 ก.ค. ได้แก่กลุ่มของนายนิติธร ล้ำเหลือ หรือทนายนกเขา แกนนำกลุ่มประชาชนคนไทย กลุ่มนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำกลุ่มไทยไม่ทนฯ กลุ่มนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด ที่จัดกิจกรรม “แฟลชม็อบ สมบัติทัวร์” เบื้องต้นแกนนำทุกกลุ่มเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.อื่นที่เกี่ยวข้องเป็น 4 ข้อหาหลัก แต่กำลังพิจารณาว่าพฤติกรรม และการปราศรัยของแกนนำจะเข้าข่ายข้อหาอื่นเพิ่มเติมอีกหรือไม่ โดยพนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง เตรียมออกหมายเรียกนายนิติธรกับพวก และนายจตุพรกับพวก เข้ารับทราบข้อกล่าวหาคดีการชุมนุมเมื่อวันที่ 24 มิ.ย. และ 26 มิ.ย. คนละ 2 ข้อหาในสัปดาห์หน้ายื่นถอนประกัน 5 แกนนำราษฎรพล.ต.ต.ปิยะกล่าวต่อว่า ส่วนกระแสข่าวว่าตำรวจยื่นเพิกถอนการประกันตัวแกนนำกลุ่มราษฎร ที่ได้รับการประกันตัวออกมาโดยติดเงื่อนไขศาล พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน รอง ผบช.น. ได้พิจารณาพฤติกรรมของแกนนำเหล่านี้แล้วพบว่า มีแกนนำที่ฝ่าฝืนเงื่อนไข 5 คน ที่มีพฤติกรรมการร่วมชุมนุมในลักษณะมั่วสุม หรือปราศรัยพาดพิงที่เข้าข่ายละเมิดเงื่อนไขศาล ละเมิดเงื่อนไขที่ศาลตั้งไว้ ดังนั้นพนักงานสอบสวนได้ยื่นคำขอเพิกถอนประกันแกนนำ โดยส่งให้พนักงานอัยการเรียบร้อยแล้ว อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการของพนักงานอัยการกลุ่มโมกหลวงฯจี้หาคนถูกอุ้มหายเมื่อเวลา 17.20 น. ที่บริเวณถนนพระราม 5 ฝั่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร เครือข่ายนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน ในนามกลุ่มราษฎรโมกหลวงริมน้ำ นำโดยนายโสภณ สุรฤทธิ์ธำรง ร่วมกับแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชันแนล ประเทศไทย และมูลนิธิผสานวัฒนธรรม จัดกิจกรรมชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยุติการกระทำคุกคามประชาชน นักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยกับสิทธิพลเมืองทุกรูปแบบ รวมทั้งเร่งรัดสอบสวน และค้นหาข้อเท็จจริงในคดีบุคคลถูกบังคับสูญหายอย่างรอบด้าน นำตัวคนผิดมาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรมอย่างเป็นธรรม ทั้งนี้ กิจกรรมของกลุ่มราษฎรโมกหลวงริมน้ำเป็นการปราศรัยสด และวิดีโอคอลจากผู้แทนของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชันแนล ประเทศไทย ตัวแทนมูลนิธิผสานวัฒนธรรม และสมาชิกครอบครัวบุคคลที่ถูกบังคับสูญหาย อาทิ ครอบครัวบิลลี่-พอละจี รักจงเจริญ ครอบครัวทนงค์ โพธิ์อ่าน ครอบครัวผู้ที่ถูกคุกคามของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ น.ส.สิตานัน สัตย์-ศักดิ์สิทธิ์ พี่สาวนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์