“กลุ่มราษฎร” คึกคัก ดีเดย์ 24 มิถุนา วันครบรอบ 89 ปีวันเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 นำมวลชน บุกรัฐสภายื่นหนังสือให้ฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ระหว่าง “สิระ เจนจาคะ” รับหนังสือฐานะตัวแทนรัฐบาล ถูกผู้ชุมนุมขว้างขวดน้ำใส่และฮือเข้าประชิดตัวต้องแหวกวงล้อมหนีเข้าสภาได้หวุดหวิด ลูกน้องเจ็บเล็กน้อย “อานนท์” เผยยินดีร่วมกิจกรรมกับทั้งกลุ่ม “จตุพร” และทนายนกเขา แต่ยังยึดข้อเรียกร้อง 3 ข้อของราษฎร หลังจากนั้น เพนกวิน-ไผ่-รุ้ง นัดหมายกลุ่มราษฎรรวมตัวสกายวอล์ก จี้ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านแก้รัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ส่วน “จตุพร” และทนายนกเขา นำมวลชนไปทำเนียบรัฐบาลกดดัน “บิ๊กตู่” ต้องลาออกกรณีมวลชนหลายกลุ่มทั่วประเทศ นัดชุมนุมรำลึกวันเปลี่ยนแปลงการปกครองวันที่ 24 มิ.ย.2475 และเรียกร้องให้แก้รัฐธรรมนูญ เปิดเผยขึ้น เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 24 มิ.ย. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เครือข่ายกลุ่มราษฎรรวมตัวชุมนุมเนื่องในโอกาสครบรอบ 89 ปีการเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศโดยคณะราษฎร เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.2475 ก่อนกิจกรรมเริ่มกลุ่มเดินทะลุฟ้านำป้ายข้อความมาติดบนเสารอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มีข้อความ “89 ปีอภิวัฒน์ สยาม 24 มิถุนา วันที่ทุกคนอยู่ใต้ รธน. ประเทศนี้เป็นของราษฎร ราษฎรทุกคนมีสิทธิ์เสมอภาคกัน ไม่ให้ผู้ใดมีสิทธิ์เหนือผู้อื่น” ส่วนวงเวียนหน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ฝั่งถนนราชดำเนินกลางขาออก นำหมุดคณะราษฎรจำลองขนาดใหญ่มาตั้งขนาบด้วยป้ายข้อความ ประกาศการเคลื่อนไหว ราษฎรยืนยันเพดานและการเชิญชวนแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีศิลปินเสื้อแดง นำโดย นายโชคดี หรืออาเล็ก ร่มพฤกษ์ มาบรรเลงเพลงขับกล่อมมวลชนที่เริ่มทยอยเข้าพื้นที่ จุดเทียนเป่าเค้กวันเกิด ปชต.ต่อมาเวลา 05.30 น. กิจกรรมสำคัญเริ่มด้วยการจุดเทียนรำลึกคุณความดีของการเปลี่ยนประเทศสู่ระบอบประชาธิปไตย ต่อด้วยการแสดง Perfor- mance Art ของกลุ่มนักเรียนเลว แสดงการเผาหนังสือแบบเรียนประวัติศาสตร์ เพื่อสื่อให้เห็นว่าระบอบเผด็จการเข้ามาครอบงำสังคมไทย ทำให้ประวัติศาสตร์การเปลี่ยนแปลงการปกครองของคณะราษฎรถูกบิดเบือนจากตำราเรียน นอกจากนี้นำเค้กรูปหมุดคณะราษฎรมาวางพร้อมจุดเทียนร้องเพลงอวยพรวันเกิดประชาธิปไตย ฉายภาพหมุดของกลุ่มราษฎรที่เคยไปฝังบริเวณท้องสนามหลวงและถูกเจ้าหน้าที่นำไปทิ้ง และอ่านแถลงการณ์คณะราษฎรฉบับ 2475 ฉบับเต็มวันเปลี่ยนแปลงการปกครอง มีแกนนำกลุ่มราษฎรที่ได้รับการประกันตัวจากคดีมาตรา 112 ประกอบด้วยนายอานนท์ นำภา นายพรหมศร วีระธรรมจารี และ น.ส.ปนัดดา ศิริมาศกูล จากกลุ่มทะลุฟ้าเข้าร่วม ปิดท้ายด้วยการร่วมกันร้องเพลงฉลองวันชาติ 24 มิถุนา แต่งคำร้องและทำนองโดยนายมนตรี ตราโมทรวมตัวบุกรัฐสภาร้องแก้ รธน.สำหรับการรวมตัวจัดกิจกรรมรำลึกคณะราษฎรปีนี้น่าสังเกตว่า มีเยาวชน นักเรียน นักศึกษามาร่วมจำนวนมาก และมีแกนนำกลุ่มราษฎรและเครือข่าย อาทิ นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง น.ส.เบนจา อะปัญ แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม นายนวพล ต้นงาม แกนนำเครือข่าย หมู่บ้านทะลุฟ้า นายธนพัฒน์ กาเพ็ง หรือปูน นาย สหรัฐ จันทสุวรรณ์ เครือข่ายศิลปากรเพื่อประชาธิปไตย นายธนชัย เอื้อฤาชา น.ส.ฉัตรพี อาจสมบูรณ์ แกนนำภาคีศาลายา น.ส.อาทิตยา พรพรม แกนนำ กลุ่มเดมโฮป นายเอฐ์เรียฐ์ ฟอฟิ แกนนำกลุ่มศิลปะปลดแอก นายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือครูใหญ่ หัวหน้าพรรคก้าวล่วง น.ส.สุวรรณา ตาลเหล็ก แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย หลังสิ้นสุดกิจกรรมทางกลุ่มนัดหมายมวลชนรวมตัวกันอีกครั้งเวลา 11.00 น. เตรียมเคลื่อนขบวนไปยังหน้ารัฐสภาเรียกร้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญปลื้มคณะราษฎรกลับชาติมาเกิดด้านนายอานนท์ นำภา กล่าวว่า กิจกรรมรำลึกคณะราษฎรจัดทุกปีที่ลานพระบรมรูปทรงม้า กลุ่มนักเขียนเป็นเจ้าภาพ ปัจจุบันไม่สามารถจัดได้ต้องเปลี่ยนมาที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ปีนี้น่าแปลกคนมาร่วมงานส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ แสดงว่าตื่นตัวทางการเมืองและเห็นสิ่งที่คณะราษฎรทำในอดีตเหมือนการสร้างบ้านต้องลงเสาต้นแรก เป็นนิมิตหมายที่ดีที่กลุ่มราษฎรกับเยาวชนคนรุ่นใหม่พยายามสานต่อให้สำเร็จ ว่าไปแล้วเหมือนเป็นคณะราษฎรกลับชาติมาเกิด สิ่งที่เราพูดตรงกับสิ่งที่คณะราษฎรเคยพูดไว้ เมื่อคู่ขัดแย้งของเรายังเป็นชนชั้นนำเหมือนเดิม ส่วนการออกมาเคลื่อนไหวช่วงประกันตัวเชื่อว่าไม่มีปัญหา มองว่าเงื่อนไขการประกันเหมือนเตือนให้ขับรถต้องระวังและทำอะไรต้องมีสติ การรวมตัวมวลชนกลุ่มต่างๆ ครั้งนี้ไม่ได้นัดหมายมาก่อน ส่วนกลุ่มสามัคคีประชาชนล่าสุดหารือกับนายจตุพรเห็นพ้องกันว่า ต้องปรับปรุงสถาบันกษัตริย์ ส่วนกลุ่มนายนิติธร ล้ำเหลือ หรือทนายนกเขา แม้เห็นแตกต่างกันบ้างแต่บางอย่างตรงกัน ทุกกลุ่มชวนเราไปร่วมได้ แต่หลักการเดิมของกลุ่มราษฎรยังคงไว้ 3 ข้อคือ พล.อ.ประยุทธ์ต้องออกไป ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และปฏิรูปสถาบันให้จบในรุ่นเราตำรวจพร้อมรับมือเต็มที่ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. เผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมดูแลสถานการณ์การชุมนุม ส่วนการดำเนินคดีทางกฎหมายอาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ร.บ.ความสะอาด และ พ.ร.บ.จราจร ส่วนกรณีผู้ต้องหาติดเงื่อนไขกระทำผิดแล้วหรือไม่ อาจต้องดูจากการชุมนุมว่า ทำผิดเงื่อนไขหรือไม่ หากทำผิดต้องรวบรวมพยานหลักฐานให้ศาลพิจารณา ส่วนเส้นทางเข้าออกรัฐสภาต้องเข้าออกได้ ไม่ปิดถนนแยกเกียกกายให้ประชาชนใช้เส้นทางปกติ ให้ ส.ส. และ ส.ว.ปฏิบัติหน้าที่ได้ ส่วนทำเนียบรัฐบาลใช้การดูแลลักษณะเดียวกัน ถ้าไม่มีความจำเป็นจริงๆจะไม่ใช้สิ่งกีดขวาง ขณะนี้ไม่มีการข่าวใดน่าเป็นห่วง “บิ๊กตู่” เผ่นเลี่ยงเผชิญหน้าม็อบสำหรับความเคลื่อนไหว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ที่ทำเนียบรัฐบาลตามปกติ มีเพียงงานช่วงเช้าต้อนรับเอกอัครราชทูตรัฐอิสราเอลประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะในโอกาสพ้นจากหน้าที่ จากนั้นเวลา 11.30 น. เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาล ก่อนขึ้นรถนายกฯโบกมือให้กับสื่อมวลชน แต่ไม่ได้กล่าวอะไร คณะทำงานนายกฯแจ้งเพียงว่า มีภารกิจข้างนอกตร.ตั้งคอนเทนเนอร์สกัดขณะที่บรรยากาศภายในทำเนียบฯเตรียมพร้อมรับมือการชุมนุมโดยรอบ เจ้าหน้าที่นำตู้คอนเทนเนอร์มาวางปิดการจราจรบริเวณถนนพระราม 5 ข้างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครใกล้กับแยกพาณิชยการ ฝั่งตรงข้ามทำเนียบรัฐบาล บริเวณนี้เป็นจุดที่กลุ่มประชาชนคนไทยนำโดยนายนิติธร ล้ำเหลือ หรือทนายนกเขา ประกาศว่าจะมาชุมนุม เจ้าหน้าที่ทำเนียบรัฐบาลขอความร่วมมือเจ้าหน้าที่และสื่อมวลชนที่ไม่มีภารกิจ ขอให้ออกจากทำเนียบรัฐบาลเวลา 14.00 น. และขอความร่วมมือสื่อมวลชนงดบันทึกภาพการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ภายในทำเนียบฯกลุ่มล่วงหน้ายึดพื้นที่หน้าสภาต่อมาเวลา 12.00 น. บรรยากาศการชุมนุมบริเวณรัฐสภา แยกเกียกกาย กลุ่มวิน จยย.รับจ้างเคลื่อนที่เร็วกว่า 100 คัน เป็นแนวหน้ากลุ่มผู้ชุมนุมเข้ายึดพื้นที่บริเวณสี่แยกเกียกกาย ถนนทหาร ทางเข้าด้านข้างอาคารรัฐสภา ตึกพระสุริยัน (ฝั่ง ส.ส.) กระจายการ์ดผ้าพันคอเขียว และการ์ดอาชีวะปลอกแขนฟันเฟืองสีขาว-แดง 4 มุมแยกเกียกกาย พร้อมตั้งเวทีชั่วคราวที่หัวมุม 4 แยกเกียกกายติดถนนสามเสนด้านหน้าอาคารรัฐสภา มีการเล่นดนตรีเพื่อรวบรวมผู้ชุมนุมให้เกาะกลุ่มกัน มีการขึ้นปราศรัยจากกลุ่มไอลอว์ให้ผู้ชุมนุมร่วมลงชื่อให้ครบ 5 หมื่นชื่อ เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญภาคประชาชน และการแสดงจากวงสามัญชนและกลุ่มราษฎรมูเตลูสลับกันไป“รีโซลูชัน” ตั้งเต็นท์ล่าชื่อแก้ รธน.ขณะที่มวลชนทยอยเดินทางเข้าร่วม มีการตั้งซุ้มสีส้มเพื่อล่ารายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับภาคประชาชนของกลุ่ม Re-solution เพื่อรื้อระบอบประยุทธ์ให้ครบ 5 หมื่นรายชื่อ มีแกนนำเข้าร่วม อาทิ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา นายภาณุพงศ์ จาดนอก และ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล นอกจากนี้มีการตั้งร้านค้ากลุ่ม CIA ขายของกิน น้ำเย็น ข้าวเหนียวไก่ย่าง ลูกชิ้น ตลอดแนวถนนทหารถึงทางเข้าอาคารรัฐสภา พท.รับหนังสือแกนนำราษฎรต่อมาเวลา 13.00 น. ขบวนกลุ่มทะลุฟ้า กลุ่มธรรมศาสตร์และการเมืองตั้งขบวนที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน เดินเท้าพร้อมรถเครื่องเสียงนำขบวน 5 คัน มีสัญลักษณ์หมุดราษฎรขนาด 2 เมตร เป็นธงนำเคลื่อนขบวนเดินเท้ามาถึงแยกเกียกกายสู่ถนนทหารเข้าร่วมกับมวลชนที่ปักหลักรออยู่ก่อนหน้า แกนนำประสานนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ยื่นข้อเรียกร้องส่งนายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ขณะที่ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลมีนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ออกมาร่วมรับหนังสือเพียงคนเดียว นายพริษฐ์มอบหมุดคณะราษฎรจำลอง พร้อมด้วยสำเนาธรรมนูญชั่วคราว 2475 แก่ตัวแทนวิปฝ่ายค้าน ปาขวดโห่ไล่ “สิระ” เผ่นเข้าสภาระหว่างนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ ขึ้นไปบนเวทีเพื่อรับข้อเรียกร้อง ผู้ชุมนุมบางส่วนขว้างปาขวดน้ำขึ้นไปบนเวที พร้อมตะโกนด่าทอด้วยคำหยาบคายต่างๆนานา ทำให้คณะผู้ติดตามนายสิระเข้าล้อมป้องกันอย่างชุลมุนและพาลงจากเวที ระหว่างนั้นมีมวลชนบางส่วนติดตามมาประชิดตัวจะทำร้ายนายสิระ แต่เข้าไม่ถึงตัวเพราะมีผู้ติดตามและการ์ดวีโว่ช่วยกันไว้ ทำให้นายพีรวัส สมวงศ์ ผู้ช่วยนายสิระถูกถีบและต่อยที่หลัง ก่อนนำตัวนายสิระหลบเข้ารัฐสภาทางฝั่งถนนทหาร อาคารพระสุริยันต์ประกาศล้ม “ระบอบประยุทธ์”หลังจากนั้น น.ส.จุฑาทิพย์ หรืออั๋ว ศิริขันธ์ อ่านแถลงการณ์เรียกร้องการเคลื่อนไหวครั้งนี้ว่า วันนี้ครบรอบ 89 ปี การอภิวัฒน์สยาม เปลี่ยนแปลงการปกครองของคณะราษฎร 2475 เริ่มประชาธิปไตยก่อเกิดรัฐธรรมนูญ ทำให้ประชาชนมีสิทธิ์มีเสียงเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นพวกเราจึงมีจุดยืนที่จะยื่นหนังสือต่อฝ่ายนิติบัญญัติ รัฐธรรมนูญเป็นของประชาชน การแก้ไขหรือร่างรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมจะต้องผ่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนร้อยเปอร์เซ็นต์ ต้องไม่มีการสืบทอดอำนาจของ “ระบอบประยุทธ์” และต้องยกเลิกอำนาจวุฒิสภา (ส.ว.) โหวตเลือกนายกฯ ทั้งนี้รัฐธรรมนูญต้องแก้ไขได้ทุกมาตราโดยไม่มีข้อยกเว้น“นิติธร” ขอคุยนายกฯให้ลาออกต่อมาเวลา 15.00 น. กลุ่มประชาชนคนไทย นำโดยนายนิติธร ล้ำเหลือ นัดรวมตัวแยกอุรุพงษ์เคลื่อนตัวไปทำเนียบรัฐบาล เพื่อเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออก ถึงแยกพาณิชยการหน้าโรงเรียนราชวินิตมัธยม เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนตั้งแถวถือโล่วางแผงเหล็กขวางปิดถนนพิษณุโลกฝั่งมุ่งทำเนียบฯ นายนิติธรเข้าเจรจาเปิดทาง เมื่อเจ้าหน้าที่ไม่ยอมจึงขู่จะใช้รถขยายเสียงชนทำให้เจ้าหน้าที่เปิดช่องจราจรหนึ่งช่องให้กลุ่มชุมนุมเคลื่อนตัวไปถึงแยกพาณิชยการ เชิงสะพานชมัยมรุเชฐ นายนิติธร เผยว่า ต้องการบอกข้อผิดพลาดการบริหารของพล.อ.ประยุทธ์ บอกให้ลาออก 2 ครั้งแล้วแต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ต้องการพูดกับนายกฯเท่านั้น ถ้าไม่ได้คุยก็จะยังคงชุมนุมต่อเนื่องตำรวจใช้รถจีโน่ 2 คันสกัดเย็นวันเดียวกันบรรยากาศจุดนี้เริ่มตึงเครียด เมื่อนายนิติธรสั่งให้รถเครื่องขยายเสียงดันแนวตำรวจควบคุมฝูงชนเพื่อเคลื่อนตัวข้ามสะพานชมัยมรุเชฐ ขู่จะขับรถฝ่าแนวกั้น ทำให้ตำรวจที่คุมเชิงหน้าทำเนียบรัฐบาลสั่งเตรียมรถฉีดน้ำแรงดันสูงหรือจีโน่ 2 คันมาจอดประจันหน้ากับรถเครื่องเสียงหลังจากนั้นสถานการณ์เริ่มสงบลง “ไทยไม่ทน” รวมตัวผ่านฟ้าอีกด้านหนึ่งเวลา 15.40 น. ที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ กลุ่มไทยไม่ทนคณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย นำรถบรรทุก 6 ล้อที่ดัดแปลงเป็นเวทีปราศรัย และรถเครื่องเสียง 2 คัน เคลื่อนเข้ายึดพื้นที่กลางสะพานผ่านฟ้าฝั่งป้อมมหากาฬเพื่อปิดการจราจรบนถนนราชดำเนินกลางฝั่งขาออกถึงแยกถนนมหาไชยยึดเป็นพื้นที่ปราศรัย เตรียมเคลื่อนขบวนไปทำเนียบรัฐบาลเพื่อขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ แกนนำอาทิ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. นายธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ โฆษก นปช. นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง แกนนำเครือข่ายราษฎรนนทบุรี ฯลฯ ท่ามกลางมวลชนเสื้อแดงรุ่นใหญ่วัยกลางคนทยอยเดินทางเข้าร่วม แกนนำสลับขึ้นเวทีเพื่อปราศรัยโจมตีการสืบทอดอำนาจและความล้มเหลวการบริหารประเทศของรัฐบาลอย่างดุเดือด“จตุพร” ประกาศบุกทำเนียบนายจตุพรกล่าวว่า กลุ่มสามัคคีประชาชนเริ่มเคลื่อนไหวมาตั้งแต่เดือน เม.ย. ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ 4 ครั้งเพื่อเรียกร้องให้รับผิดชอบกับความล้มเหลวการบริหารประเทศด้วยการลาออก แต่ไม่ได้รับการตอบสนองการลงถนนจึงเป็นหนทางสุดท้าย เพราะอีกไม่เกิน 2 เดือนคนไทยจะเดือดร้อนสาหัสและอยู่ในภาวะล้มละลาย กลุ่มทุนมีอำนาจเหนือรัฐบาล เราจะปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้ การเคลื่อนขบวนไปทำเนียบวันนี้จะไม่มีการยื่นหนังสือเพราะยื่นไปหลายรอบ แค่ต้องการไปอธิบายเหตุผลที่ต้องออกมาขับไล่ จะไปด้วยสันติวิธีตำรวจเจรจาเส้นทางไปทำเนียบต่อมา พล.ต.ต.ปราศรัย จิตตสนธิ ผบก.น.1 มายังเวทีปราศรัยกลุ่มไทยไม่ทนสามัคคีประชาชน เจรจาแกนนำถึงเส้นทางการเคลื่อนมวลชนไปยังทำเนียบ แนะนำใช้ถนนนครสวรรค์มุ่งหน้าแยกนางเลิ้ง ต่อมานายจตุพรเป็นตัวแทนประกาศต่อมวลชนให้เคลื่อนขบวน ระบุให้สวมหน้ากากอนามัย เดินแบบจัดระยะห่าง ยึดแนวสันติวิธี“ราษฎร” ชุมนุมสกายวอล์กบริเวณสกายวอล์ก สี่แยกปทุมวันเย็นวันเดียวกัน เครือข่ายกลุ่มราษฎร นำโดยนายธัชพงศ์ แกดํา หรือบอย จากภาคีนิรนาม เคลื่อนขบวนจากบริเวณหน้ารัฐสภามาจัดชุมนุมแสดงพลังคนหนุ่มสาวเรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ให้ยกร่างรัฐธรรมนูญมาจากประชาชน และเรียกร้องให้การปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ มีคณะแกนนำประกอบด้วย นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ นายพรหมศร วีระธรรมจารี หรือฟ้า น.ส.เบญจา อะปัญ และน.ส.วรรณวลี ธรรมสัตยา หรือตี้ พะเยา สลับกันขึ้นเวทีปราศรัย บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีเยาวชน นักเรียน นักศึกษา เข้าร่วมจำนวนมากไอติม-ปิยบุตรล่าชื่อแก้ รธน.อีกด้านหนึ่งบริเวณหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพฯ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า พร้อมด้วยนายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือไอติม อดีตผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพฯ แกนนำคนสำคัญของกลุ่มรีโซลูชัน มาตั้งเต็นท์รณรงค์โครงการ “ขอคนละชื่อรื้อระบอบประยุทธ์” ล่ารายชื่อประชาชนสนับสนุนการแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรารื้อระบอบสืบทอดอำนาจ คสช.มีประชาชนจำนวนมากร่วมลงชื่อ นายปิยบุตรเผยว่า ขณะนี้มีประชาชนทั่วประเทศเห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญกลุ่มรี-โซลูชันลงชื่อสนับสนุนแล้ว 7 หมื่นคน คาดว่าอีกไม่นานจะทะลุหลักแสน เพราะกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่อยู่ในรัฐสภาขณะนี้ เป็นการฉกฉวยอำนาจจากประชาชนไปปู้ยี่ปู้ยำเพื่อประโยชน์ของนักการเมือง“จตุพร” ตั้งเวทีแยกนางเลิ้งต่อมาเวลา 18.40 น. กลุ่มไทยไม่ทนสามัคคีประชาชน เคลื่อนขบวนมวลชนถึงบริเวณแยกนางเลิ้ง นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำประกาศหยุดขบวนตั้งเวทีปราศรัย เนื่องจากกลุ่มประชาชนคนไทย นำโดย ทนายนกเขาเข้ายึดพื้นที่ชุมนุมตั้งแต่เชิงสะพานชมัยมรุเชฐถึงหน้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร อยู่ระหว่างเจรจาตำรวจขอข้ามสะพานชมัยมรุเชฐไปยังหน้าทำเนียบรัฐบาล ระหว่างขบวนใหญ่หยุดตั้งเวที มีการเจรจาแบ่งพื้นที่ชุมนุมบนถนนพิษณุโลกคนละครึ่ง กลุ่มประชาชนคนไทยอยู่ฝั่งพาณิชยการพระนคร ส่วนกลุ่มสามัคคีประชาชนอยู่ฝั่ง ร.ร.ราชวินิต มีเกาะกลางถนนพิษณุโลกเป็นแนวกั้น ระหว่างนั้นเกิดเหตุวุ่นวายเล็กน้อย เมื่อกลุ่มแนวร่วมวัยรุ่นม็อบราษฎร พยายามเข้าประชิดแนวตำรวจบนสะพานชมัยมรุเชฐ ทำให้แกนนำกลุ่มสามัคคีประชาชนสั่งให้การ์ดชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งนำเชือกไปกั้นไม่ให้เข้าใกล้ เกรงเกิดการปะทะ สร้างความไม่พอใจให้แนวร่วมกลุ่มราษฎรฮือเข้าดันแนวตำรวจจนเกิดด่าทอกันเอง ต้องชี้แจงทำความเข้าใจจึงสงบลงหวั่นมือที่สามยุติชุมนุมผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากทั้งสองม็อบปักหลักบนถนนพิษณุโลก และพยายามจะเคลื่อนขบวนผ่านสะพานชมัยมรุเชฐไปยังทำเนียบรัฐบาลแต่ไม่ประสบความสำเร็จ เวลาประมาณ 19.35 น.เวทีไทยไม่ทนสามัคคีประชาชน แยกนางเลิ้ง นายจตุพร พรหมพันธุ์ กล่าวบนเวทีปราศรัยประกาศยุติการชุมนุมว่า วันนี้เรามากันเพื่อเตรียมความพร้อม แต่จะนัดรวมตัวกันใหม่วันเสาร์นี้ (26 มิ.ย.) เวลา 16.00 น. ที่แยกผ่านฟ้า การประกาศยุติการชุมนุมในวันนี้ไม่ใช่เป็นการถอย แต่ไม่อยากตกเป็นเหยื่อพวกที่เตรียมสร้างสถานการณ์ตามที่ได้ทราบข่าวมาขณะที่กลุ่มประชาชนคนไทย หลังจากยึดพื้นที่บริเวณเชิงสะพานชมัยมรุเชฐฝั่งพณิชยการพระนครมาตั้งแต่ช่วงเย็น เวลาประมาณ 19.40 น. นายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษากลุ่ม ประกาศให้มวลชนถอยไปรวมตัวกันที่บริเวณแยกนางเลิ้ง เนื่องจากมีข่าวว่าจะมีการแทรกแซงจากบุคคลที่ 3 ทำให้เกิดสถานการณ์ความวุ่นวายจึงต้องยุติการชุมนุมก่อน