หนึ่งปีหลังการดับขันธ์ของอาจารย์หลวงพ่อพุทธทาส คุณถวิล มนัสน้อม ชวนนั่งรถไฟไปสวนโมกข์ มีหนังสือธรรมะเล่มบางๆติดมือไปอ่าน แต่ขากลับ ได้ธรรมทานจากพระ เป็นหนังสือปึกใหญ่ หนังสือปกแข็งเล่มหนึ่ง ผมจำชื่อได้ว่ามีคำว่า “เพชร” นำหน้า หลวงพ่อพุทธทาส ชื่นชมว่า ธรรมะข้อกาลามสูตร ที่พระพุทธเจ้าสอนว่า “อย่าเชื่อใคร อย่าเชื่ออะไร” เป็นเพชรเม็ดใหญ่ในพระไตรปิฎกหลวงพ่อพุทธทาส ท่านจำแนกเรื่องราวในพระไตรปิฎก ร้อยละสี่สิบเหลวไหล ร้อยละยี่สิบก้ำกึ่งคือพออ่านได้ เหลือร้อยละสี่สิบเป็นแก่นแท้ธรรมะของพระพุทธเจ้าก็คงจะเป็นพุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ปฏิจจสมุปบาท จากพระโอษฐ์ ฯลฯ นั่นปะไรผมไปวัดอรุณฯหลายครั้ง มัวแต่เพลิดเพลินชมพระปรางค์...ชมโบสถ์วิหาร คุยเรื่องพระปางห้ามพระญาติ พระพุทธรูปสวย แฝงนัยการเมือง ฝีมือสมัยรัชกาลที่ 3 ฯลฯจนลืมไปว่า รูปปั้น นายเรือง นายนก ที่เคยเผาตัวถวายเป็นพุทธบูชา สมัย ร.1 ร.2 อยู่ที่ไหนหลังเสียกรุงศรีอยุธยา ทั้งพระเจ้าตากสิน ทั้งสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า พยายามฟื้นฟูพุทธศาสนาเป็นงานใหญ่ สมัย ร.4 ทรงใช้ประสบการณ์ตอนทรงผนวชถึง 27 ปี ชำระคณะสงฆ์ท่ีทรงเห็นว่า “หย่อนยาน”เรื่องพระฆ่าตัวตาย ถวายเป็นพุทธบูชา เป็นงานหนึ่งเค้าลางการเชือดเนื้อ เผาตัว ฆ่าตัว มีมาจากพระไตรปิฎก ที่ประเทศไทยสังคายนาไว้ทั้งสามตะกร้า หรือแปดหมื่นสี่พันพระธรรมขันธ์ เป็นหนังสือเล่มหนา ถึง 45 เล่มเนื้อหาใน 45 เล่ม แยกเป็นพระวินัย พระสูตร และพระอภิธรรม ผู้รู้บอกว่า รวมอรรถกถา ซึ่งครูอาจารย์รุ่นเก่า ท่านอธิบาย และข้อแย้งเพิ่มเติม เป็นฎีกา อนุฎีกา มหาฎีกาผมเข้าใจว่า เรื่องเหลวไหล เรื่องพออ่านได้ คงมาจากคำอธิบายในยุคต่อๆมาแต่โดยความรู้ระดับเด็กวัด...ผมไม่เคยมีตบะแก่กล้า พอที่จะอ่านพระไตรปิฎกให้จบ เลือกอ่านที่อาจารย์พระมหาประยุทธ์ ท่านชำระไว้หมดจดดีแล้ว ในหนังสือพุทธธรรม กว่าจะอ่านจบแรกก็สามเดือนโชคดีที่มีพระไทยดีๆ สอนธรรมะดีๆให้อ่านอยู่มาก หลวงพ่อปัญญานันทะ ก็ใช่ อาจารย์พระพยอม สำนักสวนแก้วก็ใช่ ฯลฯ รุ่นใหม่ ที่ศรัทธาได้สนิทใจ พระหนุ่ม ท่าน ว.วชิรเมธี ก็อีกหนึ่งผมมีหนังสือที่ซื้อเองก็มากมาย คนรักนับถือส่งมาให้ก็ไม่น้อย เพิ่งอ่านเจอ เค้าเรื่องพระฆ่าตัวตายจากหนังสือชุดที่หลวงพี่มหาจำเนียร ทรงฤกษ์ พระที่ผมคุ้นเคยสมัยบวชเณรอยู่วัดดาวดึงส์ ฝั่งธนบุรี เรียบเรียงในคัมภีร์สัมภารวิบาก มีเล่าเรื่องพระโพธิสัตว์ หรือคนผู้บำเพ็ญบารมีเพื่อจะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า เคยสละชีวิตและอวัยวะถวายเป็นพุทธบูชา นับภพนับชาติไม่ถ้วนหากเปรียบศีรษะที่ทรงสละ ก็มากกว่ามะพร้าวในชมพูทวีปในคัมภีร์อนาคตวงศ์ เล่าเรื่องพระศรีอาริยเมตไตรยบำเพ็ญบารมี สมัยเสวยพระชาติเป็นพระสังขจักร นครอินทปัตย์ วันที่ทรงทราบว่าพระสิริมัตตสัมมาสัมพุทธเจ้าอุบัติในโลก ก็ทรงสละราชสมบัติเสด็จด้วยพระบาทเปล่า จนสองพระบาทแตกช้ำเสด็จต่อไปไม่ไหว เสด็จต่อด้วยพระชงฆ์ (หน้าแข้ง) แล้วก็กระเสือกกระสนพระกายไปด้วยพระอุระ ในที่สุดก็ได้เข้าเฝ้าทรงฟังธรรมแล้วเกิดศรัทธายิ่งยวด ใช้พระนขา (เล็บ) ตัดพระเศียร ถวายเป็นพุทธบูชาเรื่องในพระไตรปิฎก ทำนองนี้ เป็นเหมือนเครื่องทดสอบปัญญาครับ หลวงพ่อพุทธทาส ท่านใช้หลัก กาลามสูตร พิจารณาแล้วบอกว่า “เหลวไหล” ผมอ่านแล้ว ก็คิดว่าขืนเชื่อ ก็ทั้งโง่ทั้งบ้าตายด้วยโรคทันสมัย โควิด-19 ยังหรูกว่า ทันสมัยกว่า ทั้งไม่อายฟ้าไม่อายดิน.กิเลน ประลองเชิง