ท่ามกลางข่าวร้ายอาจมีข่าวดี ท่ามกลางวิกฤติอาจมีโอกาส ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรม ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) คาดการณ์ว่าราคาสินค้าเกษตรในเดือนเมษายนนี้ จะปรับตัวสูงขึ้น ได้แก่ ข้าวเปลือกเจ้า ราคาอยู่ที่ 8,637–8,690 บาท/ตัน ข้าวเปลือกหอมมะลิ ราคาอยู่ที่ 14,023–14,589 บาทนายสมเกียรติ กิมาวหา ผู้ช่วยผู้จัดการ ธ.ก.ส.ชี้แจงว่า เหตุที่ราคาสินค้าเกษตรมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เนื่องจากความ ต้องการข้าวในตลาดโลกเพิ่มขึ้น เพราะการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด–19 มีคำสั่งซื้อข้าวจากประเทศที่มีการระบาด เพื่อสำรองไว้บริโภค และเพิ่มความมั่นคงด้านอาหาร เช่น สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ และ สหภาพยุโรปสอดคล้องกับรายงานข่าวหน้าเศรษฐกิจ “ไทยรัฐ” ที่ระบุว่า สิงคโปร์กับนิวซีแลนด์เตรียมชักจูงไทย เวียดนาม และอินเดีย ซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกข้าวรายใหญ่ของโลก ให้ทำข้อตกลงจะไม่ห้ามส่งออก หรือจำกัดการส่งออกข้าวในช่วงโควิด–19 ระบาด เพราะอาจทำให้สิงคโปร์ขาดแคลนข้าวบริโภคในยามวิกฤติโควิด–19 เป็นเจ้าตัวร้ายที่คุกคาม และทำลายชีวิตของประชากรทั่วโลกนับหมื่นนับแสน แต่ก็ยังให้คุณเล็กๆน้อยๆแก่ประเทศไทย โดยเฉพาะชาวนาผู้ผลิตข้าวเปลือกเจ้า และข้าวเปลือกหอมมะลิ ที่อาจขายได้ราคาที่ถือว่าดี เกือบเท่ากับยุครับจำนำข้าว แต่เป็นไปตามกลไกตลาด เพราะชาวโลกต้องการข้าวไทยแต่น่าเสียดายที่ชาวนาไทยอาจไม่ได้รับอานิสงส์ขายข้าวได้ราคากันโดยถ้วนหน้า เนื่องจากฤดูกาลผลิต 2562–2563 นี้ ประเทศไทยประสบภัยแล้งรุนแรงที่สุด ในรอบหลายปี จึงผลิตข้าวได้น้อยลง ข้อมูลจากสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยระบุว่า ขณะนี้ภาคเอกชนมีข้าวในสต๊อกไม่ต่ำกว่า 4 ล้านตันข้าวสารมีข้าวนาปรังอีก 5 ล้านตันประเทศไทยจึงมีข้าวเพื่อการบริโภคอย่างเหลือเฟือ คนไทยจึงไม่ต้องแห่กักตุนข้าวสารจนวุ่นวาย เหมือนกับกรณีหน้ากากอนามัยกับไข่ไก่ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องไข่ไก่ยืนยันว่าประเทศไทยมีไข่ไก่เพียงพอ เพราะผลิตได้วันละ 40–41 ล้านฟอง แต่บริโภคภายในประเทศแค่ 38–39 ล้านฟองต่อวัน ผู้กักตุนไข่ไก่และหน้ากากอนามัยคือผู้มีเจตนาร้ายคนไทยไม่ควรต้องกังวลว่าจะเกิดการขาดแคลน เรื่องข้าวปลาอาหารและสิ่งจำเป็นอื่นๆในขณะที่อยู่ภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกข้าว และอาหารรายใหญ่ของโลก ไทยเป็นแชมป์ผู้ส่งออกข้าวมากที่สุดของโลก แต่ถูกอินเดียและเวียดนามแย่งไปในช่วงรับจำนำข้าว ไม่ทราบว่าคราวนี้ข้าวขึ้นราคาจะอยู่ได้นานแค่ไหน.