ข่าว
100 year

แฉกรณ์ออก โดนลดบทบาทไม่เหลือที่ยืน

ไทยรัฐฉบับพิมพ์16 ม.ค. 2563 05:15 น.
SHARE

เสรีพิศุทธ์จองป้อม-ศรัณย์วุฒิโอ่มีเด็ดกว่านาฬิกา

ปชป.เลือดไหลไม่หยุด ส.ส.-สมาชิกพรรคแห่ไขก๊อก “กรณ์” ส่งเลขาฯยื่นใบลาออก โพสต์เฟซบุ๊กแจงทิ้ง ปชป.ก้าวตามฝัน ทำการเมืองกล้าเปลี่ยนแปลง “อรรถวิชช์” ออกตามไปร่วมงานในนามกลุ่มไทยมูฟ “ดร.โรจน์” แยกวงไปตั้งพรรครัฏฐาธิปัตย์ ชี้ศึกชิง หน. พรรคแตกหักทำเละเทะ “เทพไท” เห็นใจอดีตขุนคลังถูกลดบทบาทไม่เหลือที่ยืน “จุรินทร์” ปัดไม่มีปัญหาขัดแย้ง แต่โลกเปลี่ยนจำเป็นต้องใช้คนรุ่นใหม่นำทีมเศรษฐกิจพรรค “มาร์ค” ลั่นเพื่อนกันไม่เปลี่ยนแปลง “ชวน” เปรยถ้าคนออกไปเก่งถือว่าพรรคสูญเสีย “บิ๊กป้อม” ฟุ้งถูกซักฟอกตอบได้สบายอยู่แล้ว ปัดซุ่มเจรจาลับ “เฉลิม” ด้าน “ภูมิธรรม” โต้ไม่จริงบิ๊กรัฐบาลล็อบบี้วุ่น ไม่ปิดกั้นใครมีหลักฐาน “ศรัณย์วุฒิ” ย้ำมีทีเด็ดหนักกว่านาฬิกาหรู ถึงขั้น รมต.อยู่ไม่ได้ “เสรีพิศุทธ์” หมายหัวถล่ม “ประวิตร” ปฏิเสธไม่มีใครมาดีลพรรคเล็ก

จากกรณีพรรคประชาธิปัตย์เกิดความขัดแย้งภายในเรื้อรังมาจากการชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคคนใหม่ที่ผ่านมา แต่ยังคงส่งผลให้เกิดปัญหาเลือดไหลไม่หยุด มี ส.ส.และอดีต ส.ส.ลาออกจากสมาชิกพรรคอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเป็นนายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรองหัวหน้าพรรคและอดีต รมว.คลัง ลาออกไปทำงานการเมืองกับกลุ่มไทยมูฟเพื่อขับเคลื่อนเปลี่ยนแปลงบ้านเมือง

“ชวน” รอฟังเหตุผล “กรณ์” ทิ้ง ปชป.

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 15 ม.ค. ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ กล่าวถึงกรณีนายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ลาออกจากพรรคว่า ต้องรอให้นายกรณ์แถลงความชัดเจนก่อน เมื่อถามย้ำว่าพรรคประชาธิปัตย์กำลังประสบปัญหา ภายหลังมีสมาชิกพรรคหลายคนลาออก นายชวนตอบว่า ถ้าคนที่ลาออกไปเป็นคนเก่งมีความสามารถ พรรคก็มีความสูญเสีย

อดีตขุนคลังส่งเลขาฯยื่นหนังสือไขก๊อก

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายกรณ์ ได้ให้เลขานุการส่วนตัวมายื่นหนังสือขอลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนสมาชิกพรรค ลงเลขรับที่ 63800032 ระบุว่าขอลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ด้วยกระผมนายกรณ์ จาติกวณิช มีความประสงค์ลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ตั้งแต่วันที่ 15 ม.ค.2563 เป็นต้นไป ขอเรียนผ่านไปยังหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ให้ทราบด้วยจดหมายฉบับนี้ จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและดำเนินการต่อไป ขอแสดงความนับถือ ลงชื่อ กรณ์ จาติกวณิช

ขอบคุณพรรค-ทุกคะแนนเสียงที่ให้

จากนั้นนายกรณ์ได้โพสต์เฟซบุ๊กหัวเรื่อง “ขอบคุณพรรคประชาธิปัตย์” ว่า ทำงานภาคเอกชนสายการเงินอยู่เกือบ 20 ปี ตำแหน่งสุดท้ายคือประธานธนาคาร JP Morgan (ประเทศไทย) ลาออกตอนอายุ 39 มาสมัครเป็น ส.ส.สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ เพราะอิ่มตัวกับการทำงานหาเงินสร้างเนื้อสร้างตัว อยากหันมาทำงานรับใช้บ้านเมือง พรรคได้ให้โอกาสตลอดมา โอกาสสำคัญที่สุดคือ การเป็นรัฐมนตรีคลังในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่ง ด้วยความผูกพันที่มีกับพรรคและเพื่อนร่วมพรรค จึงเป็นสิ่งที่จะอยู่กับผมตลอดไป เมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้ร่วมพิจารณาอนุมัติงบประมาณแผ่นดินจนเสร็จเรียบร้อย หมายความว่ารัฐบาลเดินหน้าได้เต็มที่ขับเคลื่อนนโยบายของพรรคที่ผมได้ช่วยร่างไว้ในฐานะ (อดีต) ประธานนโยบาย จึงคิดว่าได้ทำภารกิจที่พรรคได้มอบหมายไว้จนครบถ้วนหมดแล้ว จึงได้ยื่นใบลาออกตามที่ตั้งใจไว้ ขอขอบคุณมิตรภาพที่เพื่อน ส.ส.และอดีต ส.ส.ได้มอบให้ ผมจากพรรคไปแต่จะยังคิดถึงเพื่อนๆทุกคน แต่ที่สำคัญที่สุดขอขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกคนที่ได้ให้โอกาสทำงานเพื่อบ้านเมือง ไม่มีวันลืมทุกคะแนนที่ให้ตั้งแต่ปี 2548 ในฐานะผู้สมัครประชาธิปัตย์ รวมถึงกำลังใจของทุกคนที่กรุณามอบให้เสมอมา

ก้าวตามฝันทำการเมืองกล้าเปลี่ยน

“ผมมีความฝันที่อยากจะสร้างการเมืองแห่งความเปลี่ยนแปลง การเมืองที่กล้าคิด กล้าทำ มีความรอบคอบแต่ไร้ความกลัว มีความเด็ดเดี่ยวแต่มีคุณธรรม เป็นการเมืองที่จะชวนผู้คนในสังคมไทยที่มีศักยภาพ มาร่วมกันออกแบบและขับเคลื่อนประเทศไทยไปด้วยกัน ตลอดเวลาที่ทำงานการเมือง ได้มีส่วนร่วมกับประชาชนหลากหลายกลุ่ม ทำให้ได้มองเห็นประเทศไทยและสังคมการเมืองไทยในภาพที่กว้างขึ้นและลึกขึ้นประสบการณ์เหล่านี้ทำให้ตัดสินใจเดินหน้าสร้างทางเลือกทางการเมืองที่คนไทยแสวงหา เป็นการเมืองที่ต้องกล้าคิด กล้าทำ กล้าแม้แต่จะพลั้งพลาด และเป็นการเมืองที่มั่นใจในศักยภาพของคนไทย เป็นการเมืองที่มีเป้าหมายเปลี่ยนแปลงประเทศในหลากหลายมิติ ด้วยความเชื่อว่าหากเราไม่กล้าเปลี่ยน ไม่กล้าท้าทายตัวเอง คนไทยจะลำบาก เพราะเราจะแข่งขันไม่ได้ การจะตัดสินใจสิ่งใดๆก็ตาม ที่เป็นก้าวที่สำคัญของชีวิตจะต้องฟังเสียงข้างในของตัวเอง แต่สำหรับนักการเมืองไม่ว่าจะก้าวเล็กหรือก้าวใหญ่ต้องมาจากการรับฟัง “เสียงของประชาชน” อีกด้วย ดังนั้นทุกๆก้าวต่อไป ตั้งใจจะเดินไปพร้อมกับพี่น้องประชาชนทุกคน” นายกรณ์ระบุ

“จุรินทร์” ยันไร้ขัดแย้งชูคนรุ่นใหม่

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ยังไม่ทราบเหตุผล ยอมรับไม่ได้คุยกับนายกรณ์ เพิ่งทราบจากข่าวพร้อมคนอื่น ส่วนที่มองว่านายกรณ์เคยเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจแต่ถูกลดบทบาท และให้นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ มาเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจแทน ไม่มีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์และการทำหน้าที่ ส.ส. ทีมเศรษฐกิจไม่ได้มีปัญหา เพียงแต่ช่วงหลังมีคนรุ่นใหม่มาช่วยเสริมทีมเศรษฐกิจทันสมัย เพราะโลก ภาวะเศรษฐกิจ กลไกรูปแบบต่างๆเปลี่ยนไปจำเป็นต้องได้คนรุ่นใหม่มาร่วมทีมในพรรคมากขึ้น และไม่ทราบกระแสข่าวมีสมาชิกคนอื่นจะลาออกอีก พรรคอยู่มากว่า 70 ปี ผ่านร้อนผ่านหนาวมีทั้งคนเข้าและออกเป็นปกติทุกสมัย ปีที่ผ่านมามีคนลาออกจากสมาชิกพรรค 700-800 คน และสมัครเป็นสมาชิกพรรค 14,000 คน

เตือน “เทพไท” จ้ออย่ากระทบเพื่อน

นายจุรินทร์กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช ที่วิจารณ์รัฐบาลจน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ขอให้มาพูดคุยทำความเข้าใจ ตนและเลขาธิการพรรคได้พูดคุยทำความเข้าใจกับนายเทพไทคงเข้าใจดีแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่า พล.อ.ประวิตรจะมาสั่งพรรคประชาธิปัตย์ แต่บทบาท ส.ส.ในพรรคประชาธิปัตย์ ได้พูดในที่ประชุม ส.ส.แล้วว่าอุดมการณ์พรรคคือประชาธิปไตยระบบรัฐสภาอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การที่รัฐบาลจะอยู่ได้ต้องมีเสียงข้างมากในสภาฯ ในฐานะ ส.ส.ของพรรคเป็นสมาชิกร่วมรัฐบาล ทุกคนต้องมีหน้าที่ทำตามมติพรรคและมติวิปรัฐบาล การแสดงความคิดเห็นของ ส.ส.พรรค ได้พูดกับทุกคนชัดเจนแล้วว่าไม่ใช่จำกัดสิทธิเสรีภาพการแสดงความคิดเห็น แต่ต้องไม่ส่งผลกระทบกับเพื่อนร่วมพรรคหรือ ส.ส.คนอื่นของพรรค จึงขอให้ทุกคนระมัดระวังการแสดงความคิดเห็น ทุกคนในพรรคเข้าใจมากขึ้น

“มาร์ค” ให้กำลังใจเพื่อนกันไม่เปลี่ยน

ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ภาพสวมกอดให้กำลังใจนายกรณ์ในงานเลี้ยงปีใหม่เมื่อคืนวันที่ 14 ม.ค. ระบุข้อความว่า “ขอบคุณเพื่อนที่สนับสนุนการทำงานของผมและพรรคประชาธิปัตย์มาเป็นอย่างดี ไม่ว่าพรรคจะอยู่ในสถานะใด ทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน ทั้งในยามรุ่งเรืองและมีปัญหา ผลงานและความสามารถเป็นที่ประจักษ์สำหรับทุกคนที่ได้ร่วมงาน เมื่อเพื่อนตัดสินใจจะเดินไปบนเส้นทางใหม่ ขอให้ประสบความสำเร็จในสิ่งที่หวังและตั้งใจจะทำให้กับส่วนรวม ความเป็นเพื่อนยังเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง”

“คึก” เห็นใจถูกลดบทบาทไร้ตำแหน่ง

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า รู้สึกใจหายเห็นใจและเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกคุณกรณ์เป็นอย่างดี ตอนเป็นแคนดิเดตหัวหน้าพรรค แข่งกับนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ปกติประเพณีปฏิบัติคนแพ้จะได้รับการสนับสนุนให้เป็นรองหัวหน้าพรรคเช่นครั้งนายบัญญัติ บรรทัดฐาน ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรค นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้พ่ายแพ้ได้เป็นรองหัวหน้าพรรค ตอนนายอภิสิทธิ์ได้รับการไพรมารีโหวตเป็นหัวหน้าพรรค นายอลงกรณ์ พลบุตร ผู้แพ้ก็ได้รับการสนับสนุนให้เป็นรองหัวหน้าพรรคเช่นกัน แต่ครั้งล่าสุดสมัยนายจุรินทร์ผู้พ่ายแพ้ไม่มีใครได้เป็นรองหัวหน้าพรรคแม้แต่คนเดียว คนที่เคยเป็น รมว.การคลังดีเด่นระดับโลก เคยเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของพรรค เคยเป็นรองหัวหน้าพรรค เคยเป็นประธานนโยบายของพรรค เมื่อไร้บทบาทในพรรคยากจะทำใจ เข้าใจและเห็นใจเพื่อน เมื่อเพื่อนลาออกไป ขอให้โชคดี

“ฐนโรจน์” ออกอีกตั้งพรรครัฏฐาธิปัตย์

นายฐนโรจน์ โรจนกุลเสฏฐ์ อดีต ส.ส.ชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ส่งข้อความเข้าไลน์กลุ่ม ส.ส.ประชาธิปัตย์ ระบุว่า “ได้ทำหน้าที่จัดหาสมาชิกพรรคจัดตั้งตัวแทนเขตเพื่อส่งมอบหน้าที่ให้กับพรรคเปรียบเสมือนพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดทางการเมืองเสร็จสมบูรณ์ไปแล้วเมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 ม.ค. วันนี้ขอกราบลาผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือทุกท่านในพรรคและเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆผู้ร่วมอุดมการณ์กันมาตั้งแต่ปี 2544 เพื่อออกไปสร้างครอบครัวใหม่ตามแนวคิดทฤษฎีทางการเมืองของผมต่อไปครับ นายฐนโรจน์ให้สัมภาษณ์ว่าได้ยื่นลาออกจากสมาชิกพรรคที่ กกต. เมื่อวันที่ 13 ม.ค. และวันที่ 14 ม.ค. ได้จดตั้งพรรครัฏฐาธิปัตย์ ไม่ได้เป็นสาขาของใคร ไม่ได้ชวนใครในพรรคประชาธิปัตย์มาอยู่ด้วย ต้องยอมรับว่ามีปัญหาทุกครั้งจากการ เลือกหัวหน้าพรรคที่เป็นประชาธิปไตยเกินไป ทำให้แตกกันเละเทะ วิธีนี้ไม่ใช่ทางออก ดังนั้น คงพูดคุยกันดีกว่า เป็นประชาธิปไตยแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย และการบริหารของพรรคก็มีข้อบกพร่องเหมือนรถที่มีปัญหาเรื่องเบรก เขาก็แก้ไม่ได้ เป็นเส้นผมบังภูเขา

หลานเสี่ยต่อเลื่อนขึ้นปาร์ตี้ลิสต์

นต.สุธรรม ระหงษ์ ผอ.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นายกรณ์ลาออกทำให้สิ้นสุดการเป็น ส.ส.ผู้ที่อยู่ในลำดับที่จะได้เลื่อนเป็น ส.ส.คนต่อไปคือลำดับที่ 26 นายจักพันธ์ ปิยพรไพบูลย์ หรือ ส.จ.เซ้ม หลานชายของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯและเลขาธิการพรรค เป็นอดีตสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) อ.ปราณบุรี เจ้าของโควเซ้มฟาร์มและฟาร์มไก่ชน

“อรรถวิชช์” ไขก๊อกร่วมกลุ่มไทยมูฟ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าวันที่ 15 ม.ค.นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต ส.ส.กทม. 2 สมัยอดีตทีมงานเศรษฐกิจสมัยนายกรณ์เป็น รมว.คลัง เดินทางไปที่สภาฯ เข้าพบนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ในฐานะผู้ใหญ่ของพรรคเพื่อกราบลาแจ้งให้ทราบว่าจะลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ โดยจะแถลงข่าวลาออกเป็นทางการ และการดำเนินงานการเมืองในนามกลุ่มการเมืองใหม่ ก่อนหน้านี้นายอรรถวิชช์ได้ทำกิจกรรมงานด้านสังคมในนามกลุ่มไทยมูฟ หรือกลุ่มขับเคลื่อนไทย มีแจ้งอย่างเป็นทางการวันที่ 16 ม.ค.

“ประวิตร” คุยตอบได้สบายอยู่แล้ว

ส่วนการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจที่เกิดปัญหาไม่ลงตัวในพรรคเพื่อไทย ท่ามกลางกระแสข่าวการล็อบบี้แกนนำพรรคเพื่อไทยไม่ให้มีชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯติดโผถูกซักฟอก ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีฝ่ายค้านเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจอาจมีชื่อ พล.อ.ประวิตร ด้วยว่า หากฝ่ายค้านอภิปรายเกี่ยวโยงมาถึงตนไม่ว่าเรื่องใดตนพร้อมชี้แจง สบายอยู่แล้ว ตอบได้ไม่มีปัญหา เพราะมั่นใจว่าไม่ได้ทำอะไรผิด ตอบได้ทุกเรื่อง แม้กระทั่งเรื่องงานด้านความมั่นคง อาวุธยุทโธปกรณ์ที่จัดซื้อถูกต้องตามระเบียบการซื้อขายรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) เมื่อถามว่า มั่นใจว่าจะไม่ถูกล้ม พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “จะไปล้มได้อย่างไร มีแต่เดินอยู่”

ปัดดีลเจรจากับคนของ “เฉลิม”

เมื่อถามกรณีที่มีกระแสข่าวว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย ส่งคนมาพูดคุยว่าจะไม่อภิปราย พล.อ.ประวิตรกล่าวปฏิเสธว่า ไม่ได้พูดคุยกับเขา จะไปรู้อะไรจะมีชื่อตนหรือไม่มีในการถูกอภิปรายครั้งนี้ก็ได้

“ภูมิธรรม” ปัดถูกล็อบบี้-ไม่ปิดกั้นใคร

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณี ร.ต.อ.เฉลิมระบุไม่มีชื่อ พล.อ.ประวิตรในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่สมาชิกบางส่วนไม่เห็นด้วยว่า ตัวบุคคลและประเด็นอภิปรายของพรรคคณะกรรมการกิจการพิเศษรวบรวมประเด็นและกำหนดไว้ ยึดหลักอภิปรายประเด็นสำคัญที่มีหลักฐานชัดเจนจะไม่หว่านแหรัฐมนตรีที่หลักฐานไม่ชัด รวบรวมได้ 5 คน แต่ยืนยันไม่ได้ปิดกั้นถ้าสมาชิกคนใดมีประเด็นอื่นและมีหลักฐานชัดเจน ที่บอกว่ามีการรับโน่นนี่มาทำให้บางคนไม่มีชื่อไม่เป็นความจริง พรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นถ้ามีข้อมูลหลักฐานนำมาพูดคุยกันได้ ครั้งนี้จะเน้นน้ำหนักเนื้อหา ไม่เฉลี่ยเวลา ถ้าใครมีน้ำหนักพร้อมให้เวลาเต็มที่

ป้อง กก.พิเศษยังไม่ฟันธงตัดชื่อ “ป้อม”

นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เป้าหมายหลักการอภิปรายคือนายกฯและเรื่องเศรษฐกิจ แต่ถ้าเรามีข้อมูลมีหลักฐานใหม่ของ พล.อ.ประวิตรก็ควรอภิปราย ร.ต.อ.เฉลิมไม่ได้ระบุชัดเจนเสียทีเดียวว่าจะไม่อภิปราย ยังต้องรอพรรคร่วมฝ่ายค้านเสนอชื่อผู้ที่ควรถูกอภิปรายเพิ่มเติม ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค เป็นผู้ร่างหลัก กำลังจะส่งให้พรรคร่วมฯพิจารณา 1-2 วันญัตติคงแล้วเสร็จ

“ศรัณย์วุฒิ” ยันมีทีเด็ดขย้ำ “ประวิตร”

นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้ตนทำงานรวบรวมข้อมูลในส่วนของ พล.อ.ประวิตรต่อไป เพราะข้อมูลที่มีเป็นประโยชน์ของประเทศชาติ ร.ต.อ.เฉลิมพูดว่าจะไม่อภิปราย พล.อ.ประวิตร ในประเด็นนาฬิกาเข้าใจ แต่ข้อมูลของตนไม่ใช่เรื่องนาฬิกาแน่นอน ร.ต.อ.เฉลิมเป็นผู้ใหญ่ทางการเมืองอยู่ฝ่ายประชาธิปไตยมาตลอด และเป็นคนมีอุดมการณ์สูง ถ้าได้เห็นข้อมูลของตนจะเห็นว่าเป็นประโยชน์ประเทศชาติ ท่านคงพร้อมทำเพื่อประโยชน์ประเทศชาติเช่นกัน ด้วยการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประวิตร

อุบไต๋ปมร้อนหนักยิ่งกว่านาฬิกาหรู

“ข้อมูลที่ผมมีหนักแน่ ไม่ใช่เรื่องนาฬิกาที่ผ่าน ป.ป.ช.มาแล้ว แต่จะเป็นเรื่องใดขอไว้รอฟังในวันอภิปรายทีเดียว มั่นใจว่าจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน บ้านเมืองเราเสียหายมามากพอแล้วจากปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ที่สร้างความเสียหายจนเกินเยียวยาและเกินจะทน เมื่อผมทำการบ้านเสร็จแล้ว คงได้มีการพูดคุยกัน การอภิปรายไม่ไว้วางใจจะทำเล่นๆไม่ได้ ข้อมูลต้องชัดเจนไม่เช่นนั้นจะไม่อภิปราย เพราะทำอะไรต้องมีความรับผิดชอบ เมื่อถามว่าข้อมูลที่ว่าจะล้มรัฐบาลได้หรือไม่ นายศรัณย์วุฒิตอบว่า ข้อมูลที่มีถ้าเป็นประเทศอื่นรัฐบาลคงอยู่ไม่ได้ ถ้าเป็น ส.ส.ประเทศอื่นต้องลาออกก็แล้วกัน แต่สำหรับประเทศไทยต้องยอมรับว่าที่นี่ประเทศไทย ประเทศกูมี ไม่เหมือนอย่างที่คิด อะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งสิ้น” นาย ศรัณย์วุฒิกล่าว

พท.สอบ 3 ส.ส.ผิดวินัยร้ายแรง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 15 ม.ค. พรรคเพื่อไทยเปิดเผยผลสอบของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่มี พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ เป็นประธาน กรณี 3 ส.ส. คือ น.ส.พรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม. และนายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี ฝ่าฝืนมติพรรคและข้อตกลงร่วมกันของพรรคร่วมฝ่ายค้าน มีข้อสรุปว่าทั้ง 3 กรณีกระทำความผิดจริงต่างกรรมต่างกรณี ถือเป็นการกระทำความผิดวินัยและจริยธรรมของการเป็นสมาชิกอย่างร้ายแรง ฝ่าฝืนข้อบังคับพรรคเพื่อไทย จึงขอส่งบันทึกการสอบสวนให้คณะกรรมการวินัยและจริยธรรมของพรรค และคณะกรรมการบริหารของพรรคเพื่อดำเนินการต่อไป ทั้งนี้ จะมีการนัดหมายคณะกรรมการวินัยและจริยธรรมของพรรค ประชุมพิจารณาตัดสินเรื่องนี้โดยลำดับ ในวันที่ 16 ม.ค.

“เสรีพิศุทธ์” ขึ้นบัญชีขย่ม “บิ๊กป้อม”

ที่รัฐสภา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า ในส่วนพรรคยืนยันจะขออภิปราย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม นายวิษณุ เครืองาม รวมถึง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ แต่อาจอยู่ในโควตาของพรรคอนาคตใหม่ คงต้องตกลงกับพรรคเพื่อไทยก่อนเพื่อหาข้อสรุปในวิปฝ่ายค้านภายในสัปดาห์นี้อีกครั้ง

ปฏิเสธไม่มีใครมาล็อบบี้พรรคเล็ก

เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวมีการล็อบบี้พรรคเพื่อไทยไม่ให้อภิปราย พล.อ.ประวิตร พรรคเสรีรวมไทยถูกล็อบบี้ด้วยหรือไม่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ตอบว่า ไม่มีการล็อบบี้พรรคเสรีรวมไทยในการ อภิปรายครั้งนี้ เพราะเราเป็นพรรคเล็กเขาคงไม่มองเรา เขาคงคุมเราได้แค่เรื่องการจัดสรรเวลาอภิปราย แต่คุมเราไม่ได้ว่าจะอภิปรายหรือไม่อภิปรายใคร เนื้อหาที่จะอภิปราย พล.อ.ประวิตรจะเป็นเรื่องเก่าๆ อาทิ การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ การละเว้นปฏิบัติหน้าที่ไม่ตรวจสอบการย้าย พล.ต.ท.สุรเชษฐ หักพาล จาก ผบช.สตม.มาเป็นที่ปรึกษาพิเศษสำนักนายกฯ ปกติต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ากระทำผิดอะไร แต่ไม่มีการตรวจสอบอะไร รวมถึงเรื่องคดีนาฬิกายืมเพื่อนของ พล.อ.ประวิตรที่ กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาฯกำลังขอหลักฐานจาก ป.ป.ช.อยู่ เมื่อถามว่า การตรวจสอบเรื่องเก่าไม่ใช่ในรัฐบาลนี้ทำได้หรือไม่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ตอบว่า ทำได้ ที่ผ่านมาสมัยรัฐบาล คสช.ไม่เคยมีการตรวจสอบ จึงต้องถูกตรวจสอบ ความผิดเรื่องการทุจริตจะเอาผิดเมื่อไรก็ได้

ไม่รีบฟ้อง ส.ส.โหวตหนุนงบฯปี 63

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวอีกว่า กรณีจะยื่นฟ้องดำเนินคดี ส.ส.ที่ลงมติผ่านร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 2563 ได้ลงนามในหนังสือวันที่ 15 ม.ค.ไปยังสภาฯ เพื่อขอข้อมูลการประชุมร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 63 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาทของสภาฯวันที่ 8-11 ม.ค. เพื่อตรวจสอบรายละเอียดการอภิปรายและการลงมติของ ส.ส.แต่ละคน ก่อนจะยื่นเรื่องให้หน่วยงานตรวจสอบ จะดูว่า ส.ส.ลงมติสนับสนุนอย่างเดียวหรืออภิปรายให้ตัดลดงบฯ แต่กลับลงมติสนับสนุน ยังไม่กำหนดว่าจะยื่นฟ้องดำเนินคดีเมื่อใด ต้องใช้เวลาตรวจสอบ แต่ไม่มีอายุความ ไม่จำเป็นต้องรีบ

“วิษณุ” ชี้พรรคกู้เงิน ก.ม.เก่าใหม่ต่างกัน

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงกรณีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.เปิดเผยว่า มี 18 พรรคกู้เงินว่า ไม่ทราบไม่มีความเห็น จะกู้เงินได้หรือไม่ได้ถูกหรือผิดต้องถาม กกต.พ.ร.บ.พรรคการเมือง ฉบับเก่ากับปัจจุบัน เรื่องรายได้พรรคการเมืองมีเนื้อหาลักษณะคล้ายๆกัน ไม่แน่ใจว่าเคยเกิดกรณีเช่นนี้ขึ้นหรือไม่ พฤติกรรมการกู้อาจจะเหมือนกันบ้าง ไม่สามารถวินิจฉัยได้ว่าถูกผิดอย่างไร เมื่อถามว่าตามกฎหมายพรรคกู้เงินได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่าไม่ทราบ เหมือนพรรคอนาคตใหม่ที่ยังเป็นปัญหาอยู่ว่าได้หรือไม่ได้ ต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยก่อนจึงค่อยเอาไปเทียบกับกรณีพรรคอื่น ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมแต่ละคดี มีทั้งกู้ตามกฎหมายเก่าและกฎหมายใหม่ ไม่เหมือนกันทุกคดี และบังเอิญเรื่องอื่นยังไม่เป็นคดี ตรวจสอบให้หมดจะได้หมดเรื่อง เมื่อถามว่าคดีของพรรคอนาคตใหม่จะเป็นบรรทัดฐานให้พรรคอื่นใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ก็มีโอกาส ต้องฟังศาลวินิจฉัยก่อน ขณะนี้เป็นเพียงคำวินิจฉัยของ กกต. จะถูกหรือผิดยังไม่รู้ และวันที่ 21 ม.ค.ที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านวินิจฉัย ยังไม่ใช่คดีกู้เงิน

กกต.สอบรายได้ทุกพรรคเหมือนกัน

วันเดียวกัน สำนักงาน กกต.ได้ออกเอกสารข่าว เรื่อง การตรวจสอบรายได้ของพรรคการเมือง กรณีมีข่าวพรรคการเมืองที่มีรายการกู้เงิน ในเอกสารงบการเงินประจำปีของพรรคการเมืองที่นายทะเบียนพรรคการเมืองประกาศให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไป กกต.ได้ดำเนินการให้เป็นไปแนวทางเดียวกันกับพรรคอนาคตใหม่หรือไม่ว่า กรณีมีเรื่องร้องเรียน กล่าวหาว่าพรรคอนาคตใหม่ทำสัญญากู้ยืมเงินจากนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เมื่อยื่นคำร้อง กกต.ได้ดำเนินการคดีอาญา ได้สืบสวน ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาและวินิจฉัยชี้ขาดของ กกต. ส่วนคดียุบพรรคการเมือง กกต.มีมติให้นายทะเบียนพรรคการเมืองพิจารณาและดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจที่กำหนดไว้ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 ปรากฏว่าพรรคอนาคตใหม่กระทำการฝ่าฝืนมาตรา 72 แห่ง พ.ร.บ.ฉบับเดียวกัน จึงเป็นเหตุให้ กกต.ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อมีคำสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่

ไล่ตรวจสอบงบการเงินปี 57-61

เอกสารข่าว กกต.ระบุอีกว่า ส่วนกรณีไม่มีเรื่องร้องเรียน เป็นกรณีการตรวจสอบรายได้จากงบการเงินของพรรคการเมืองตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 ซึ่งกำหนดให้ทุกพรรคการเมืองต้องจัดทำงบการเงินประจำปีของพรรคการเมือง ส่งให้แก่นายทะเบียนพรรคการเมืองภายในเดือน พ.ค.ของปีถัดไป และเมื่อได้รับงบการเงินดังกล่าวแล้ว นายทะเบียนฯต้องประกาศให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไป มีพรรค การเมืองที่ต้องจัดทำงบการเงินประจำปี 2557 ถึงงบการเงินประจำปี 2561 และส่งงบการเงินของพรรคการเมืองดังกล่าวต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองภายในเดือน พ.ค.2562 ดังนี้ งบการเงินประจำปี 2557 มี 73 พรรค ปี 2558 มี 72 พรรค ปี 2559 มี 70 พรรค ปี 2560 มี 69 พรรค ปี 2561 มี 100 พรรค นายทะเบียนพรรคการเมืองได้ประกาศงบการเงินประจำปีของพรรคการเมืองให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไปแล้ว เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.61 นายทะเบียนพรรคการเมืองอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายได้ของพรรคการเมือง ปรากฏตามงบการเงินประจำปี 2557 ถึงงบการเงินประจำปี 2561 หากตรวจสอบแล้วพบว่าพรรคใดกระทำการเข้าข่ายฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 นายทะเบียนพรรคการเมืองจักได้แจ้งให้พรรคดังกล่าว ชี้แจงข้อเท็จจริงและแสดงพยานหลักฐานภายในระยะเวลาที่กำหนด ตามมาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 ต่อไป

“ศรีสุวรรณ” ยื่นสอบเงินกู้ 32 พรรค

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่สำนักงาน กกต. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้ายื่นคำร้องให้ กกต. ตรวจสอบกรณีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. เปิดเผยข้อมูลว่ามี 34 พรรค ปรากฏรายการกู้เงินในเอกสารงบการเงินของพรรคประจำปี 2561 แต่พรรคไทยรักษาชาติถูกศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ยุบพรรคไปแล้ว และพรรคอนาคตใหม่ กกต.ส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้ว จึงยื่นเรื่องให้ กกต. ตรวจสอบ 32 พรรคที่เหลือ คือ พรรคพลังศรัทธา พลังชาติไทย ไทยธรรม รวมพลังประชาชาติไทย รวมใจไทย ประชาธิปไตยใหม่ เพื่อสหกรณ์ไทย พลังไทยรักชาติ เมืองไทยของเรา เพื่อชีวิตใหม่ เงินเดือนประชาชน ไทรักธรรม พลังประชาธิปไตย ครูไทยเพื่อประชาชน พลังท้องถิ่นไท ชาติพัฒนา พลังไทยรักษาชาติ เพื่อสันติ พลังประชาธิปไตย พลังชล พลังสหกรณ์ รักษ์ผืนป่าประเทศไทย พลังคนกีฬา เพื่อธรรม เพื่อไทย ชาติไทยพัฒนา อนาคตไทย ภูมิใจไทย ประชากรไทย มหาชน และพรรคความหวังใหม่

แนะตีความเงินกู้-เงินยืม-ทดรองจ่าย

นายศรีสุวรรณกล่าวอีกว่า ขอให้ กกต.ตรวจสอบว่าทั้ง 32 พรรคเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรา 62 ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 หรือไม่ หากเข้าข่ายต้องเอาผิดตามมาตรา 72 ของ พ.ร.บ.พรรคการเมือง กกต.เคยวินิจฉัยกรณีเงินกู้ของพรรคอนาคตใหม่ไปแล้ว ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคตามมาตรา 92 (3) พ.ร.บ.พรรคการเมืองต่อไป แต่กรณีนี้อาจยังมีข้อถกเถียงกันอยู่ ถ้อยคำที่พรรคการเมืองใช้มีถ้อยคำแตกต่างกัน ทั้ง “เงินกู้” “เงินยืม” “เงินทดรองจ่าย” กกต.ต้องวินิจฉัยให้เป็นบรรทัดฐานเดียวกันว่าเงินยืม เงินทดรองจ่าย ถือเป็นเงินตามมาตรา 62 ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมืองหรือไม่ หรือเป็นเงินที่ไม่เป็นไปตามมาตรา 62 ลักษณะเดียวกันกับเงินกู้ หาก กกต.วินิจฉัยว่าเงินยืมและเงินทดรองจ่ายไม่ใช่เงินกู้ต้องว่ากันไปอีกเรื่อง กกต.ต้องทำเรื่องนี้ให้ปรากฏเพราะเอกสารและข้อมูลเรื่องงบการเงินของพรรคการเมืองอยู่ในมืออยู่แล้ว พรรคการเมืองคงอ้างไม่ได้ว่าเป็นเงินกู้ก่อนที่ พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมืองปี 2560 บังคับใช้ เพราะข้อมูลการกู้เงินดังกล่าวปรากฏอยู่ในเอกสารงบการเงินปี 2561

“วิษณุ” จี้ อนค.แจ้งมติขับ “ศรีนวล”

อีกเรื่อง ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึง น.ส.ศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ ขอให้สำนักงาน กกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง ตรวจสอบความชัดเจนกรณีถูกพรรคอนาคตใหม่มีมติให้ขับออกจากพรรค แต่ไม่มีหนังสือพ้นสมาชิกภาพเป็นลายลักษณ์อักษร อาจสมัครเข้าพรรคอื่นไม่ทันภายใน 30 วัน ที่จะครบกำหนดวันที่ 16 ม.ค. ว่า กกต.กำลังจะดำเนินการ ปกติควรจะต้องทัน มีวิธีนับอยู่ว่าแจ้งเมื่อไหร่ นับอย่างไร มีมติก็ใช่แล้ว แต่มีปัญหาว่าแล้วรู้ได้อย่างไรว่ามีมติ แค่ออกข่าวสมัยนี้พลิกลิ้นได้ ส่วนกรณี ส.ส.ไปร่วมแฟลชม็อบ ไม่แปลกหากสภาฯไม่อนุญาตให้ส่งตัวไปดำเนินคดี เมื่อปิดสมัยประชุมปลายเดือน ก.พ.นำตัวไปได้อยู่ดี เมื่อถามถึงกรณีศาลพัทยานัดอ่านคำพิพากษาคดีล้มการประชุมอาเซียนเมื่อปี 2552 ของ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ วันที่ 15 ม.ค. สมาชิกภาพ ส.ส.ยังอยู่จนกว่าศาลจะอ่านคำพิพากษา

“อนุทิน” อ้าแขนรับคนในบ้าน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย นางศรีนวลแสดงเจตจำนงชัดเจนเข้าเป็นสมาชิกพรรค ทุกวันนี้ได้เข้ามาให้ความคิดเห็นช่วยเหลือ เรื่องต่างๆของพรรค ถือว่าเป็นคนในบ้านเดียวกันแล้ว อยู่ระหว่างรอการลงวันที่ในหนังสือที่พรรคอนาคตใหม่จะยื่นให้ กกต. และรอ กกต.ดำเนินการ จากนั้นพรรคภูมิใจไทยจะลงวันที่ในหนังสือ เพื่อรับเป็นสมาชิกพรรคต่อไป

“อ.ป๊อก” เช็กมติขับ 4 งูเห่าไม่ถูกต้อง

นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ความไม่ ชัดเจนของพรรคในการขับ 4 ส.ส. ออกจากพรรคว่า กำลังตรวจสอบตามขั้นตอน ตกใจอยู่ที่เห็นข่าวนี้ ไม่น่าจะมีปัญหา เดิมที่ประชุมวิสามัญเสนอให้ขับ 4 ส.ส.ออก แต่ตามรัฐธรรมนูญต้องใช้มติที่ประชุม ส.ส.และกรรมการบริหารพรรค ได้จัดประชุมพรรคทันทีวันรุ่งขึ้นและมีมติขับออก มติที่เกิดขึ้นต้องตรวจสอบรายชื่อผู้เข้าร่วมประชุมและจัดทำรายงานการประชุมให้ กกต.ต่อไป เมื่อถามว่า กกต.ยังไม่ได้รับรายงานการประชุมเรื่องการขับอดีต 4 ส.ส.อนาคตใหม่ออกจากพรรค เนื่องจากมีปัญหาประชุม ส.ส.อนาคตใหม่วันดังกล่าวมีองค์ประชุมไม่ครบ ขาด ตัวแทนภาคร่วมประชุม นายปิยบุตรตอบว่า กำลังตรวจสอบ ขั้นตอนวันนั้นค่อนข้างรีบเร่ง ต้องไปตรวจสอบรายละเอียดและลายเซ็นผู้ร่วมประชุมว่าครบองค์ประชุมหรือไม่ มิเช่นนั้นจะกลายเป็นมติไม่ชอบ ส.ส.เหล่านั้นจะไม่ถูกขับออกจากพรรคจริง

ปัดดึงเกม-ขู่ชื่อซ้ำซ้อนหลุด ส.ส.

นายปิยบุตรกล่าวว่า ยังไม่แน่ใจว่ามีปัญหาเรื่องใด ต้องตรวจสอบผู้เข้าร่วมประชุมเซ็นชื่อครบองค์ประชุมหรือไม่ ทำตามข้อบังคับใหม่หรือไม่ มีมติไม่ใช่ว่าจะสมบูรณ์ทันทีต้องรอส่งเอกสารหนังสือรับรองให้ กกต.ยืนยัน หากยังไม่ชัดเจนเรื่องการประชุมพรรคในวันดังกล่าวถูกต้องหรือไม่ อาจส่งผลให้ 4 อดีต ส.ส.อนาคตใหม่ต้องสิ้นสภาพ ส.ส.ในวันที่ 16 ม.ค. ที่ต้องหาสังกัดใหม่ใน 30 วัน เป็นเรื่องของ กกต.จะระบุว่าใครจะอยู่สังกัดพรรคใด แต่ถ้ามีชื่อซ้ำซ้อนกันทั้งสองพรรคถือว่าหลุดจาก ส.ส.ทั้งสองพรรค ตามเรื่องอยู่ทุกวันมีหลายเรื่องมากต้องแก้คดีทุกวันเต็มไปหมด ถ้าลดคดีให้น้อยๆหน่อยจะมีเวลาไปทำเรื่องพวกนี้ เมื่อถามว่า ตั้งใจทำให้ 4 ส.ส.มีชื่อซ้ำซ้อน 2 พรรคหรือไม่ นายปิยบุตรตอบว่า จะทำไปทำไม ภารกิจเราจัดทำเอกสารให้ครบถ้วน ทั้ง 4 คนต้องรับผิดชอบเองต่อสิ่งที่กระทำไป แต่อนาคตใหม่ต้องไปตามรับผิดชอบให้ทั้ง 4 คนคงต้องดูแลตัวเองด้วย ขอให้ใจเย็นๆ ดูแล้วออกอาการไปนิด

ศาลฎีกาสั่งจำคุก “ไวพจน์” 4 ปี

ที่ศาลจังหวัดพัทยา ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขดำ อ.3537/2552 คดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง กับพวก รวม 18 คนเป็นจำเลย กรณีบุกโรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท พัทยา จ.ชลบุรี ขัดขวางการประชุมอาเซียนซัมมิตปี 2552 มีจำเลยหลบหนี 3 คน ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง 2 คน ชั้นฎีกายกฟ้อง 1 คน ครั้งนี้ศาลนัดอ่านคำพิพากษาในส่วนของ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ อดีต ส.ส. กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ จำเลยที่ 3 หลังจากวันที่ 3 ธ.ค.62 ศาลจังหวัดพัทยาออกหมายจับให้มาฟังคำพิพากษาฎีกาในวันที่ 15 ม.ค. แต่ปรากฏว่ามีเพียงทนายความมาศาล จึงอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยพิพากษายืนจำคุก พ.ต.ท.ไวพจน์ 4 ปี และปรับ 200 บาท ไม่รอลงอาญา หลังอ่านคำพิพากษาศาลจังหวัดพัทยาออกหมายจับ พ.ต.ท.ไวพจน์มารับโทษ หมายจับมีอายุความ 10 ปีนับจากวันออกหมาย

ลูกชายส่อวืดลง ส.ส.แทนพ่อ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคพลังประชารัฐว่า กรณี พ.ต.ท.ไวพจน์ถูกพิพากษาจำคุกและออกหมายจับ คดีล้มประชุมอาเซียนซัมมิต ซึ่งก่อนหน้ามีกระแสข่าวเตรียมส่งนายเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ บุตรชายของ พ.ต.ท.ไวพจน์ ลงเลือกตั้งซ่อมแทน

ล่าสุดมีกระแสข่าวแกนนำพรรคกำลังพิจารณาให้นายจุลพันธ์ ทับทิม อดีตนายก อบจ.กำแพงเพชร 12 ปี (3 สมัย) อดีตสมาชิกสภาจังหวัด 2 สมัย และอดีต ส.ว.ลงสมัครด้วยโดยอยู่ระหว่างการตัดสินใจ

“นฤมล” ลั่นนายกฯให้ทำงานต่อ

ที่ทำเนียบรัฐบาล นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวการเปลี่ยนตัวโฆษกประจำสำนักนายกฯว่า การทำงานย่อมมีคนถูกใจไม่ถูกใจ ที่ติติงมาพร้อมรับไปปรับปรุง เข้าใจดีว่าเป็นเรื่องการเมืองภายในพรรคพลังประชารัฐ มีบางเรื่องเข้าใจผิดคุยกันเข้าใจแล้ว ไม่ได้ยึดติดตำแหน่งอยู่ตรงไหนทำงานได้และไม่คิดน้อยใจจนต้องลาออก งานของสำนักโฆษก สำนักเลขาธิการ นายกฯเป็นเพียงหน่วยงานหนึ่ง เราไม่สามารถไปควบคุมได้ทั้งหมด ไปสั่งสถานีโทรทัศน์ช่องใดช่องหนึ่งให้นำเสนอข่าวไม่ได้ แม้แต่จัดรายการช่อง 9 ยังทำไม่ได้ ประเด็นการเมืองนำไปสู่ความขัดแย้งนั้นนายกฯไม่อยากให้ตอบโต้ และได้ให้กำลังใจทำงานต่อไป

ไอลอว์แชร์ข้อมูลคุกคามวิ่งไล่ลุง

เมื่อเวลา 13.30 น.โครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) โดยนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ได้เผยแพร่ข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดียเรื่อง “วิ่งไล่ลุงจบแล้ว แต่การคุกคามยังไม่จบ” ระบุว่า ตำรวจยังคงคุกคามผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่ไอลอว์รวบรวม ได้ดังนี้ 1.ถูกไปเยี่ยมที่บ้าน คือ จ.พังงาและปัตตานี 2.ถูกตำรวจแจ้งข้อหาไม่แจ้งการชุมนุมสาธารณะ ประกอบด้วย จ.บุรีรัมย์ ยโสธร สุรินทร์ นครพนม และตรัง 3.ถูกแจ้งข้อหาไม่ขออนุญาตใช้เครื่องขยายเสียงคือที่ จ.แพร่ 4.การปลดและเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของนักศึกษามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จ.นครศรีธรรมราช นศ.ที่จัดกิจกรรมถูกปลดจากศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดของมหาวิทยาลัย ต่อมามีกระแสวิพากษ์วิจารณ์จึงยกเลิกปลด และมีการละเมิดนำข้อมูลส่วนตัวของนักศึกษามาเผยแพร่สู่สาธารณะได้อย่างไร

มติสภาฯไม่ส่ง 3 ส.ส.อนค.คดีแฟลชม็อบ

ช่วงค่ำ ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาฯ โดยนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯเป็นประธานเพื่อพิจารณาการขออนุญาตสภาฯเรียกตัวนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ น.ส.พรรณิการ์ วานิช และนายปิยบุตร แสงกนกกุล 3 ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ไปสอบสวนในคดีอาญา ระหว่างสมัยประชุมสภาฯตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ขอตัวมากรณีร่วมชุมนุมบริเวณสกายวอล์ก เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.62 อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 ส.ส.ส่วนใหญ่อภิปรายไม่เห็นด้วยให้ส่งตัว 3 ส.ส.ไปสอบสวนคดีอาญา โจมตีการทำงานของตำรวจที่ออกหมายเรียกทั้งที่เหลืออีก 1 เดือนกว่าจะปิดสมัยประชุม ดูเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนสำคัญ เหตุใดประธานจึงบรรจุเป็นวาระเร่งด่วนในสภาฯ ผบ.ตร.ไม่มีงานทำใช่หรือไม่ โจรปล้นทอง จ.ลพบุรี เมื่อไหร่จะจับได้

ขณะที่นายปิยบุตรกล่าวว่า การชุมนุมที่สกายวอล์กถูกกล่าวโทษโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย พวกตนพร้อมเดินเคียงข้างประชาชนที่ถูกดำเนินคดี จากนั้นที่ประชุมลงมติเอกฉันท์ไม่เห็นด้วยกับการส่งตัว 3 ส.ส.อนาคตใหม่ไปดำเนินคดีด้วยคะแนน 368 ต่อ 0 งดออกเสียง 8

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กรณ์ จาติกวณิชกรณ์ จาติกวณิช ลาออกข่าวหน้า1พรรคประชาธิปัตย์กรณ์ จาติกวณิช ลาออกพรรคประชาธิปัตย์จักรพันธ์ ปิยพรไพบูลย์ข่าวการเมือง

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้