ข่าว
100 year

เหลิมไม่แตะป้อม แต่ลูกพรรคไม่ยอม

ไทยรัฐฉบับพิมพ์15 ม.ค. 2563 05:15 น.
SHARE

ปีนเกลียววุ่น เกม ‘ซักฟอก’ ตู่ให้ทบทวน ‘ไล่-เชียร์ลุง’ กรณ์ทิ้งปชป.

“นายกฯตู่”สั่งฝ่ายความ มั่นคงทบทวนทั้ง “วิ่งไล่ลุง-เดินเชียร์ลุง” ระบุไม่อยากให้เกิดเหตุ รุนแรงย้อนอดีต ไม่ต้องการให้แบ่งแยกชนชั้นคนรุ่นใหม่-เก่า “บิ๊กป้อม” เบรกทั้งวิ่ง-เดินหวั่นสังคมแตกร้าว “บิ๊กป๊อก” วอนคิดถึงส่วนรวม “ประยุทธ์” ลั่นเตรียมข้อมูลพร้อมแจงศึกซักฟอก “ประวิตร” ยันทำทุกอย่างโปร่งใส สะกิด ปชป.กำราบ “เทพไท” ขย่ม รบ. “เดอะคึก” สวน ส.ส.ไม่ใช่ทหารสั่งซ้ายหันขวาหัน ขู่ รมต.ตอบไม่ชัดหลักฐานมัดไม่โหวตให้ จับตาทีมซักฟอก พท.

“วิสาร” แฉได้กลิ่นล็อบบี้เป่าทิ้งชื่อ “ลุงป้อม” ลั่นจองกฐินถล่มครบทีม 3 ป. ถ้าไม่แตะลุงป้อมต้องตอบประชาชนให้ได้ “ศรัณย์วุฒิ” โอ่มีข้อมูลหนักกว่านาฬิกาหรู โอ่เปิดมาชาวบ้านรับไม่ไหวถึงขั้นอยู่ไม่ได้ “เฉลิม” แจงไม่มีรายการคุณขอมา แต่ไม่มีมูลหลักฐานถึง แย้มยุครัฐบาล คสช. มีตัดถนนโค้งเฉียดที่ดินพ่อนายกฯ “สุทิน” แพลมเชือดเพิ่ม 2 รมต.เศรษฐกิจ

จากกรณีที่ภาคประชาชนแบ่งเป็นสองฝ่าย จัดกิจกรรมทั้ง “วิ่งไล่ลุง” และ “เดินเชียร์ลุง” คู่ขนานกันไป ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ระบุไม่อยากให้มีการจัดกิจกรรมที่จะนำไปสู่ความแตกแยก จึงสั่งให้หน่วยงานฝ่ายความมั่นคงไปทบทวน ไม่อนุญาตให้จัดกิจกรรมลักษณะดังกล่าว

“บิ๊กตู่” คุยกำลังใจล้นสู้ทุกวันอยู่แล้ว

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 14 ม.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนการประชุมนายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมฯ นำเยาวชนต้นแบบ ทีมแกะสลักน้ำแข็งวิทยาลัยสารพัดช่างตราด ผู้ชนะเลิศ อันดับที่ 1 พร้อมรางวัล Best creative Award ในชิ้นงาน “รัก ยืน ยาว” ทีมแกะสลักน้ำแข็งทีมวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี ได้รางวัลที่ 2 ชื่อชิ้นงาน “พลังแห่งความสามัคคี” นายภานุวัฒน์ ดียะตาม นักเรียน ม.4 โรงเรียนเทศบาลวัดกลาง จ.ขอนแก่น นักกีฬายูยิตสูเยาวชนทีมชาติไทย จากเด็กติดเกมสู่แชมป์โลกกีฬายูยิตสู และนักจัดกิจกรรม กลุ่มแกนนำเยาวชน 30 คนเข้าพบนายกฯ โดยนายกฯกล่าวว่าขอให้ช่วยกันทำอะไรให้สังคมดีกว่าให้ประเทศเกิดความขัดแย้ง ขณะที่ตัวแทนเยาวชนได้ให้กำลังใจนายกฯสู้ในการทำงาน นายกฯได้ตอบว่า “ผมก็สู้ทุกวันอยู่แล้ว”

แขวะวิ่งมาราธอนดีกว่าวิ่งอย่างอื่น

จากนั้นนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นำศิลปินจีน The untamed boy นักแสดงจากซีรีส์ “ปรมาจารย์ลัทธิมาร” เข้าพบในฐานะทูตท่องเที่ยวงานเทศกาลตรุษจีนประเทศไทย ประจำปี 2563 โดยนายกฯได้กล่าวอวยพรเป็นภาษาจีนว่า “ซินเหนียนไคว้เล่อ” สวัสดีวันตรุษจีน ขอให้ทุกคนมีความสุขในปีใหม่จีน นายพิพัฒน์ยังได้นำคณะผู้จัดการแข่งขันวิ่งมาราธอนระดับโลก เข้าพบนายกฯประชาสัมพันธ์การจัดการแข่งขันวิ่งมาราธอนส่งเสริมการท่องเที่ยวระดับโลก ครั้งที่ 3 ประจำปี 2563 รายการ AMAZING THAILAND MARATHON BANGKOK 2020 ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้า เจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา 8 รางวัล วันที่ 2 ก.พ. ผู้จัดงานมอบเสื้อวิ่งและป้าย bib ชื่อ PRAYUT ให้นายกฯเป็นที่ระลึก ผู้สื่อข่าวถามว่าจะไปวิ่งด้วยหรือไม่ นายกฯตอบว่า “ยังไม่รู้ ดูเวลาก่อน อยากให้มาวิ่งที่มีประโยชน์ดีกว่าไปวิ่งอย่างอื่น” และนายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม องค์กรเครือข่ายทางพระพุทธศาสนา เข้าพบนายกฯประชาสัมพันธ์กิจกรรม 150 ปีชาตกาล พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ที่ยูเนสโกประกาศยกเป็นบุคคลสำคัญของโลก สาขาสันติภาพ

สั่งฝ่ายมั่นคงทบทวนวิ่งไล่-เดินเชียร์ลุง

ต่อมาเวลา 13.50 น. พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ครม.ถึงกรณีหลายฝ่ายเป็นห่วงกิจกรรมวิ่งไล่ลุงและเดินเชียร์ลุง จะกลายเป็นชนวนเพิ่มความขัดแย้งรอบใหม่ว่า ไม่รู้ว่าคิดกันอย่างไร สื่อถามว่าจะกลายเป็นชนวนเพิ่มความขัดแย้งรอบใหม่หรือไม่นั้น แต่เห็นสื่อประโคมข่าวกันโครมๆทุกวันทั้ง 2 ฝ่าย ได้ให้ฝ่ายความมั่นคงไปดูว่าจะทำอย่างไรกันต่อไป ถ้าเกิดอย่างนี้ ไม่อยากให้ประชาชนถูกแยกออกเป็น 2 ฝ่ายหรือหลายคนหลายพรรคไปแยกชนชั้น กลุ่มโน้นกลุ่มนี้มาหรือแยกตามเจเนอเรชัน วัยเยาวชนคนรุ่นใหม่กับคนรุ่นเก่าอะไรพวกนี้ ไม่เกิดอะไรดีกับบ้านเมือง ควรต้องหาทางร่วมมือกัน เดี๋ยวฝ่ายความมั่นคงจะทบทวนเรื่องนี้อีกที ไม่ว่าจะเชียร์จะไล่อะไรก็ตาม อะไรที่ทำให้เกิดสถานการณ์รุนแรงขึ้นอย่างที่เคยเกิดขึ้นในอดีตไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก ใครอยากให้เกิดล่ะ เมื่อถามถึงกระแสข่าวการเปลี่ยนตัวโฆษกประจำสำนักนายกฯว่ายังไม่มีแนวคิดเรื่องนี้ ทุกคนตั้งใจทำงานเต็มที่อยู่แล้วแต่ต้องปรับปรุงแก้ไข เพราะทุกวันนี้มีกระแสจากโซเชียลอะไรต่างๆ ได้เน้นย้ำสร้างความเข้าใจให้มากยิ่งขึ้น ได้ทำอะไรไว้บ้างใน 5 ปีที่ผ่านมา

“บิ๊กป้อม” เบรกจัด “วิ่งไล่ลุง” รอบ 2

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กล่าวถึงกรณีนายธนวัฒน์ วงศ์ไชย หรือ “บอล” นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แกนนำผู้จัดงาน วิ่งไล่ลุงออกมาระบุว่าจะจัดกิจกรรม “วิ่ง ไล่ ลุง” ครั้งที่สองในวันที่ 2 ก.พ. ที่ จ.เชียงใหม่ ว่า ตนไม่อยากให้วิ่งหรือเดินแล้ว เพราะจะทำให้เกิดความแตกแยกในสังคม และเป็นปัญหาที่จะทำให้รัฐบาลเดินไปข้างหน้า ขอให้มาช่วยกันแก้ไขปัญหาจะดีกว่าขอไม่ต้องไปวิ่งหรือเดินอะไรแล้ว เมื่อถามว่า จะไม่อนุญาตให้จัดกิจกรรมดังกล่าวได้แล้วหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่รู้ แล้วแต่เรื่องกฎหมาย เมื่อถามย้ำว่าดูเหมือนนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ไม่ปฏิเสธว่ากิจกรรมวิ่งไล่ลุงเป็นจุดเริ่มต้นของการชุมนุม พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่มีการเริ่มต้น ให้ลองไปถามนายธนาธรเอง

ส่งข้อความกำลังใจให้ “บิ๊กตู่”

ต่อมาเวลา 15.40 น. ที่ประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล กลุ่มแอดมินเพจ “เชียร์ลุง” นำโดยแอดมินเจน มามอบโพสต์อิตข้อความให้กำลังใจ พล.อ.ประยุทธ์ 5,000 ใบ ผ่านนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ โดย น.ส.วนิษนันนท์กล่าวว่า มีประชาชนเข้าร่วมเกินคาดมาเดินส่งความสุขให้ พล.อ.ประยุทธ์ ตอนแรกคาด ว่าจะมา 5-6 พันคนแต่มากว่า 2 หมื่นคน เมื่อไรที่ท่านเหนื่อยให้หยิบข้อความเหล่านี้มาอ่าน ทั้งหมดเป็นความรักจากประชาชนต้องการส่งถึงท่าน ส่วนกลุ่มวิ่งไล่ลุงจะจัดกิจกรรมอีกครั้งวันที่ 2 ก.พ. เราเป็นเพจเล็กๆไม่มีกำลังจะไปดูแลต่างจังหวัด แต่ถ้าจัดในกรุงเทพฯตนพร้อมจัดเช่นกัน ได้ให้คำแนะนำกลุ่มแนวร่วมอื่นที่อยากจัดงานว่าเราแสดงออกในฐานะประชาชนได้ มาถามประสบการณ์ได้ เมื่อถามว่า นายกฯไม่อยากให้มีกิจกรรมทั้ง 2 กลุ่มจะทำให้ประชาชนแตกเป็น 2 ฝ่าย น.ส.วนิษนันท์ ตอบว่า ไม่แตกแยก เราพยายามรักษาพื้นที่ ไม่มีนโยบายทะเลาะกัน เพื่อนฝูงตนมีทั้ง 2 กลุ่ม หลังเลิกกิจกรรมทั้งวิ่งทั้งเดินมานั่งทานข้าวได้เหมือนเดิม

“บิ๊กตู่” ลั่นพร้อมแจงไม่หวั่นศึกซักฟอก

ส่วนการเตรียมพร้อมการรับมือการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของพรรคฝ่ายค้าน เมื่อเวลา 13.50 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการเตรียมข้อมูลชี้แจงกรณีฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า พร้อมชี้แจงเพราะได้เตรียมพร้อมข้อมูลต่างๆ มาตลอดในการอธิบายข้อเท็จจริง เพราะไม่สามารถพูดอะไรที่ไม่เป็นข้อเท็จจริงได้ ทุกอย่างต้องอยู่ในกระบวนการของกฎหมาย รัฐบาลทำงานด้วยกฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ แต่ต้องรอฟังอีกทีจะยื่นญัตติอภิปรายประเด็นอะไรบ้าง แต่ก็ทราบกันดีอยู่แล้วทุกคนมีโอกาสพูดได้ทุกเรื่อง บางครั้งก็พูดกันนอกกรอบเป็นสิทธิของแต่ละคนและเป็นเรื่องของสภาฯ ถึงอย่างไรต้องเตรียมการแต่จะให้สมบูรณ์ 100 เปอร์เซ็นต์หรือไม่ คงบอกไม่ได้ เพราะไม่รู้ฝ่ายค้านจะเล่นงานอะไรตนบ้าง เพราะเขาไม่ได้บอกตน แต่อาศัยเจตนาอันบริสุทธิ์ของตนในการทำงานชี้แจงในข้อเท็จจริง

“บิ๊กป้อม” บอกทำทุกอย่างโปร่งใส

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีฝ่ายค้านเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในวันที่ 20 ม.ค.ว่า เราเตรียมพร้อมอยู่แล้ว ไม่มีอะไรหน้าหนักใจเชื่อว่าจะชี้แจงในทุกเรื่องได้เพราะเราไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมายหรือทำในสิ่งที่ไม่โปร่งใส

โยน ปชป.กำราบ “เทพไท” โจมตี รบ.

พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงกรณีนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์โจมตีรัฐบาลต้องพูดคุยกับพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ ว่าคงต้องให้พรรคประชาธิปัตย์ไปพูดคุยกับนายเทพไท เพราะหัวหน้าพรรคเขาร่วมกับเราอย่างดี ไม่รู้ว่าในพรรคเขามีปัญหาอะไรกัน แต่รัฐบาลไม่ได้มีปัญหาอะไรกับเขา ต้องไปถามนายเทพไท เป็นเรื่องพรรคประชาธิปัตย์ต้องไปตกลงกันเอาเอง ยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องปรับ ครม.ที่ให้สัมภาษณ์ไปไม่ได้เตือนนายเทพไท แต่เป็นเรื่องหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ไปพูดคุย ตนจะไปเตือนอะไรนายเทพไทได้ ที่นายเทพไทแถลงว่าไม่ใช่ทหารจะมาสั่งซ้ายหันขวาหันได้ จะมาโต้อะไรตน ถามว่าไปว่าอะไร ไม่ได้เป็นคนสั่งซ้ายหันขวาหัน ไม่ได้สั่งอะไรเลย เป็นเรื่องของพรรคเขา ได้บอกนายจุรินทร์ไปแล้วว่าให้สัมภาษณ์แบบนี้

“วิษณุ” บอก รมต.เตรียมตัวต่ำๆ 7 วัน

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจวันที่ 20 ม.ค.ว่าจะอภิปรายวันไหนวิป 2 ฝ่ายต้องไปคุยกัน ต้องมาถามรัฐบาลว่ารัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายอยู่หรือไม่ แล้วแจ้งให้ประธานสภาฯ ทราบว่าจะเป็นวันใด กรณีมีผู้ถูกอภิปรายหลายคนควรให้เวลาเตรียมการอย่างน้อย 7 วัน เมื่อเขายื่นมาวันที่ 20 ม.ค. ไม่ตรงวันตรุษจีนอยู่แล้ว รัฐบาลเตรียมตัวไม่ทันอยู่แล้ว ถ้าจะระวังอย่าให้ตรงกับวันมาฆบูชาเท่านั้น ในส่วนของตนฝ่ายค้านบอกข้อสอบมาแล้วครึ่งหนึ่ง ที่เหลือไม่ต้องไปเก็ง แต่ไม่ใช่ทั้งหมดเป็นหัวข้อกว้างๆ แต่คำถามจะเป็นเรื่องอะไรก็เป็นได้ทุกเรื่อง เหมือนกระทู้ถามสดที่วกไปเรื่องนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมดา คนอยู่ในแวดวงการเมืองต้องเข้าใจว่าเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน ไม่ถึงกับการกังวล หากจะนำเรื่องเก่ามาอภิปราย ทุกเรื่องตอบได้ แต่ถูกระเบียบหรือไม่อยู่ที่วินิจฉัยของประธานสภาฯ หากประธานสภาฯบอกว่าได้ ก็ตอบไป

“สนธิรัตน์” ดักคอพูดอยู่ในกรอบ

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อชัดเจนแล้วว่าฝ่ายค้านจะอภิปรายอย่างไร พปชร.ต้องหารือเตรียมการ รัฐบาลพร้อมตอบตามข้อเท็จจริงว่าสิ่งที่รัฐบาลดำเนินการมาช่วงการทำงาน 6 เดือนที่ผ่านมาเป็นอย่างไร เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านจะขุดเรื่องเก่าในอดีตขึ้นมาอภิปรายเป็นหลัก นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ต้องขอดูว่าจะอยู่ในกรอบอะไร และเป็นกรอบที่เราต้องตอบหรือไม่ เมื่อถามว่า จะมีงูเห่าเพิ่มเติมเข้ามาฝ่ายรัฐบาลอีกหรือไม่ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ผู้ที่เข้ามาสนับสนุนรัฐบาล ท่านเหล่านั้นคงอยากเห็นการเดินหน้าในภาวะที่รัฐบาลมีเสียงแตกต่างกับฝ่ายค้านไม่มากนัก และบางครั้งที่เห็นออกมากันเป็นมุมมองของผู้สนับสนุนรัฐบาล ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของท่านเหล่านั้นว่าอยากเห็นประเทศจะเดินต่อไปอย่างไร

“เฉลิมชัย” ให้รอดูมาตรการจัดการ “คึก”

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ฝากให้พรรคประชาธิปัตย์ตักเตือนนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส. นครศรีธรรมราช ที่วิพากษ์วิจารณ์โจมตีรัฐบาลว่า เรามีมาตรการอยู่แล้วให้รอดูแล้วกัน ได้หารือกับนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคแล้ว

“เทพไท” โต้ไม่ใช่ทหารสั่งซ้ายขวาหัน

ที่รัฐสภา เกียกกาย นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่ พล.อ.ประวิตร ระบุให้แกนนำพรรคประชาธิปัตย์มากำราบ หลังชอบพูดโจมตีรัฐบาลว่า เรื่องนี้แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ต้องไปทำความเข้าใจกับ พล.อ.ประวิตรด้วยว่า ตนกำลังทำหน้าที่ในฐานะผู้แทนราษฎรอยู่ ไม่เกี่ยวกับการโจมตีรัฐบาล พล.อ.ประวิตรต้องเคารพความเห็นต่างของสมาชิกสภาฯ ไม่ใช่ว่าผู้มีอำนาจต้องการอย่างไรแล้วต้องทำตาม จะมาสั่งซ้ายหันขวาหันแล้วต้องหันตาม สิ่งเหล่านี้ถือเป็นบรรยากาศทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับที่ คสช.กำหนดเอง ที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์ให้เสรีภาพการแสดงความคิดเห็นกับ ส.ส.ทุกคน ยืนยันว่าการแสดงความเห็นส่วนตัว ไม่ได้ทำผิดมติพรรคหรือทำผิดข้อตกลงการเข้าร่วมรัฐบาล

ขู่ศึกซักฟอกตอบไม่ได้โหวตสวน

“ที่ผ่านมาเห็นต่างกรณีญัตติขอตั้งคณะ กมธ.วิสามัญศึกษาผลกระทบจากคำสั่ง คสช.ตามมาตรา 44 ถือเป็นญัตติพรรค นอกนั้นโหวตตามมติพรรคร่วมรัฐบาล แม้แต่ร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 63 มีตำหนิมากมาย รวมถึงญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ฝ่ายค้านกำลังจะยื่นต่อประธานสภาฯ หากรัฐมนตรีที่ถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ หักล้างสิ่งที่ฝ่ายค้านกล่าวหาได้ผมพร้อมสนับสนุน เว้นเสียแต่ว่าคำชี้แจงของรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตอบชี้แจงไม่ชัดเจนและฝ่ายค้านมีหลักฐานถึงขนาดมีใบเสร็จมาแสดง ผมก็ไม่สามารถโหวตให้ได้ ถือเป็น 1 ใน 3 เงื่อนไขของพรรคประชาธิปัตย์ในการเข้าร่วมรัฐบาล ไม่ยอมรับให้มีการทุจริตคอร์รัปชัน” นายเทพไทกล่าว

“เฉลิม” อยากตบปากเนติบริกร

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ทำการพรรคเพื่อไทย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย เรียกประชุมกำหนดประเด็นความพร้อมการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดย ร.ต.อ.เฉลิมแถลงว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ได้รับร้องเรียนอย่างมากว่ารัฐบาลนี้ไม่สามารถจัดการปัญหายาเสพติดได้ เป็นความล้มเหลวสิ้นเชิง ในส่วนของพรรคเพื่อไทยมีรายชื่อรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายมี 5 คนแน่นอน แต่จะมีเพิ่มหรือไม่อยู่ที่หลักฐาน ข้อมูลของตนและนายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้านตรงกัน เราทำงานเป็นทีม อภิปราย 3 วันกำลังพอดี อยากตบปากทนายหน้าหอ เนติบริกร ไอ้หน้าโง่ทั้งหลายเอาอะไรมาบอกว่า อภิปรายได้แค่ช่วงเป็นรัฐบาล 5 เดือน เอาที่ไหนมาพูด รัฐมนตรีเป็นมาแล้ว 6-7 ปี ไม่มีใครเคยถูกอภิปรายมาก่อน ไม่ต้องมาท้าทายฝ่ายค้าน ไม่ต้องเอาม้าไม่มีราคามาท้าทายว่าฝ่ายค้านไม่มีข้อมูลถึงมีข้อมูลก็ไม่บอก ไปรอฟังในสภาฯ รัฐบาลไหนทำงานตรงไปตรงมาอยู่ได้ แต่ถ้าไม่ตรงไปตรงมาก็อยู่ไม่ได้

ออกตัวตัดชื่อ “บิ๊กป้อม” ไม่มีคุณขอมา

“ขอให้เลิกพูดกันเสียที ที่ผมไม่ใส่ชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เพราะมีการมาขอ ไม่มี ผมเล่นการเมืองแบบแตกหัก เล่นการเมืองมีเหตุมีผล เมื่อ ป.ป.ช.ดำเนินการแล้วถือว่าจบ เอาเถอะรับรองงานนี้ไม่มีผิดหวัง ระวังจะมีคนถูกหวยเพิ่ม วันนี้หายใจรวยริน กินไม่ได้นอนไม่หลับกันหลายคนแล้ว เอาเป็นว่าเพื่อไทยเอาจริงแล้วกันพร้อมที่สุด ส่วนพรรคร่วมฝ่ายค้านใดจะอภิปรายเป็นเรื่องที่เขาจะไปพูดคุยกัน” ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว เมื่อถามว่าจะไม่อภิปราย พล.อ.ประวิตรใช่หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า พล.อ.ประวิตรไม่มี แต่ถ้าพรรคอื่นจะอภิปรายไปห้ามเขาไม่ได้ ยืนยันไม่มี เราตัดสินใจแล้วว่าไม่มีชื่อ พล.อ.ประวิตร เมื่อถามอีกว่าที่ไม่มีชื่อ พล.อ.ประวิตรเพราะหลักฐานไม่เพียงพอหรือไม่พบการกระทำผิดใช่หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า “นั่นนะซิ สิ่งที่น้องพูดน่ะถูกแล้ว มันไม่มีมูลจะอภิปรายไม่ไว้วางใจที่เป็นเรื่องใหญ่ไม่ใช่เรื่องสนุก ไม่ใช่ไก่ขันก็เอาแล้วไม่ใช่”

ตัดถนนโค้งผ่านที่ดิน “พ่อประยุทธ์”

ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวอีกว่า สำหรับข้อมูลที่จะ อภิปรายเรื่องการซื้อขายที่ดินย่านบางบอนของบิดา พล.อ.ประยุทธ์ที่บริษัทเครือข่ายนายทุนใหญ่มาซื้อ แม้จะมีการซื้อขายกันตั้งแต่ปี 2556 สมัย พล.อ.ประยุทธ์ เป็น ผบ.ทบ.ล่าสุดตนมีข้อมูลใหม่ว่าหลังการซื้อขายที่ดินในรัฐบาล คสช.มีการตัดถนนไป จ.สมุทรสาคร แต่สงสัยทำไมตัดถนนให้มันโค้งๆ เพื่อให้เฉียดๆบริเวณที่ดิน ที่มีการซื้อขาย

“สุทิน” แย้ม รมต.ทีม ศก.โดนอีก 2 คน

นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า เราเตรียมความพร้อมการอภิปรายเต็มที่ อาจมีคนถูกอภิปรายเพิ่ม เช่น ประเด็นเศรษฐกิจจะมีรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายเพิ่มอีก 2 คน ส่วนรายชื่อที่ 7 พรรคฝ่ายค้านส่งกันมาตรงกันหลายคน ที่เพิ่มมาก็มีแต่ละพรรคยังไม่ได้สรุป แต่ข้อมูลจะใช้ในการอภิปรายเราจะช่วยๆกัน

“วิสาร” จองกฐินซักฟอกครบทีม 3 ป.

นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทยและอดีต รมช.มหาดไทย กล่าวว่า เตรียมเสนอตัวขออภิปรายประเด็นความมั่นคง พุ่งเป้าไปที่ 3 ป. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประเด็นภาพรวมการบริหารล้มเหลว พล.อ.ประวิตร เรื่องการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์และการจ้างบริษัทโฆษณารับงานของหน่วยงานความมั่นคง มีข้อมูลว่ามีการล็อกสเปกให้บางบริษัทที่ผู้บริหารสนิทสนม และผู้บริหารนามสกุลเหมือนผู้ใหญ่ในรัฐบาล ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ จะเป็นประเด็นการก่อสร้างโรงไฟฟ้าจากขยะมูลฝอย โดยจะนำข้อมูลเหล่านี้เสนอต่อคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย เพื่อนำไปพิจารณายื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ยืนยัน มีข้อมูลหลักฐานชัดเจน

ไม่แตะ “ประวิตร” ต้องตอบ ปชช.ให้ได้

“ถ้าที่ประชุมจะไม่ยื่นอภิปราย พล.อ.ประวิตร ต้องมีเหตุผลตอบประชาชนให้ได้ว่าทำไมถึงไม่ซักฟอก เชื่อมั่นว่าประชาชนอยากให้เราอภิปราย พล.อ.ประวิตร ในฐานะที่เป็นพี่ใหญ่ของ 3 ป. และขอเตือนไปถึง 3 ป.ด้วย ในอดีตเคยทำงานร่วมกับอดีต รมว.มหาดไทยคนหนึ่ง ได้เห็นถึงความเชื่อมโยงเกี่ยวพันกับกลุ่มทุนใหญ่ วันนั้นอยากได้อะไรทุนทำให้ได้หมด แต่พอหมดอำนาจปั๊บเขาตามเอาคืนทันที พวก 3 ป.ก็เหมือนกัน ถ้าวันหนึ่งหมดผลประโยชน์ โดนเขาเฉดหัวแน่ และไม่ใช่แค่เฉดหัว เขายังตามรื้อตามฟ้องด้วย เพราะทุกวันนี้เขาวางมัดจำกับคุณไว้เยอะแล้ว วันไหนหมดอำนาจถูกเขาเอาคืนแน่” นายวิสารกล่าว

ได้กลิ่นล็อบบี้บิ๊ก พท.เป่าชื่อทิ้ง

เมื่อถามว่ามีกระแสข่าว พล.อ.ประวิตร ประสานงานกับคนในพรรคบางคน เพื่อไม่ให้มีชื่อติดโผอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายวิสารกล่าวว่า ได้ยินมาเช่นนั้นเหมือนกัน แต่ไม่น่าจะเป็นการประสานผ่าน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง โดยบริบททางการเมือง พล.อ.ประวิตร เป็นพี่ใหญ่ เป็นประธานยุทธศาสตร์ของพรรคพลังประชารัฐ เป็นพี่ใหญ่ 3 ป. ข้อมูลที่ตนมีได้นำเสนอต่อคณะกรรมการกิจการพิเศษของพรรคไปแล้ว ส่วนตัวยังเห็นว่า พล.อ.ประวิตร สมควรจะถูกอภิปราย เพราะมีส่วนเกี่ยวข้องรู้ทุกเรื่องของรัฐบาล แต่ถ้าจะไม่มีชื่อต้องมีเหตุผลออกมาให้ประชาชน

“ศรัณย์วุฒิ” โอ่มีข้อมูลสาหัสกว่านาฬิกา

ด้านนายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันทั้ง 3 ป.ควรถูกอภิปรายครบทั้งหมด ข้อมูลเอกสารเกี่ยวกับทั้ง 3 คน ที่ตนทำการบ้านมาบรรจุอยู่เต็มกระเป๋าเดินทางที่นำมาร่วมประชุมกับคณะกรรมการกิจการพิเศษวันนี้ โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับ พล.อ.ประวิตรถ้าได้พูดไปในภาวะที่รัฐบาลกำลังเสื่อมทรุดจะยิ่งเป็นการซ้ำเติม เพราะเป็นเรื่องที่คนไทยรับไม่ได้ การที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษ ยืนยันชัดเจนไม่มีข้อมูลพอที่จะยื่นอภิปราย พล.อ.ประวิตรเรื่องนี้ตนไม่ทราบ แต่ในส่วนของตนได้ทำการบ้านของ 3 ป.อย่างดี ถ้าข้อมูลไม่หนักไม่จริง จะไม่อภิปรายเด็ดขาด ท่านต้องรู้นิสัยนักรบพันธุ์ดุคนนี้ ไม่กลัวใคร ไม่มีใครมาจูงจมูกได้ รู้ว่าสู้กับใครอย่างไร และรู้ว่าเขาเตรียมจัดทัพรับมือไว้อย่างดี หากมีการอภิปราย พล.อ.ประวิตร ส่วนจะเป็นเรื่องอะไรขออุบไว้ก่อน บอกได้แค่ว่าไม่ใช่เรื่องนาฬิกาแน่นอน จะหนักถึงขนาดอยู่ไม่ได้

วิปค้านยันไม่ส่งตัว “ปิยบุตร-ช่อ-พิธา”

ช่วงสายที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วม 7 พรรคฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย แจ้งต่อที่ประชุมวิปฝ่ายค้านว่า ฝ่ายค้านยืนยันจะไม่ส่งตัว 3 ส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่ คือ นายปิยบุตร แสงกนกกุล นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช ตามหมายเรียกตัวของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ คดีอาญาในสมัยประชุม ด้วยข้อกล่าวโทษการจัดชุมนุมสาธารณะที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือคดีแฟลชม็อบที่สกายวอล์กเมื่อวันที่ 14 ธ.ค.62 วันที่ 15 ม.ค.การประชุมสภาฯมีวาระด่วนเรื่องดังกล่าวด้วย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามประเพณีปฏิบัติของสภาฯที่ผ่านมาไม่เคยลงมติส่งตัว ส.ส.ไปตามหมายเรียกของตำรวจ เพราะเป็นความเป็นอิสระในการทำงานของ ส.ส.หรือเอกสิทธิ์ของ ส.ส. การประชุมวันที่ 15 ม.ค.น่าจะมีการอภิปรายให้เหตุผลเรื่องนี้

“ปิยบุตร” ซัด กกต.ดิ้นเจอเอกสารจริง

อีกเรื่อง เมื่อเวลา 09.45 น. ที่รัฐสภา นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อและเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ แถลงว่าจากเอกสารแถลงข่าวของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมหาสาเหตุที่เอกสารการสอบสวนคดียุบพรรคในชั้นคณะอนุกรรมการ กกต.หลุด และจะดำเนินการตามกฎหมายนั้น แสดงให้เห็นว่าเอกสารดังกล่าวเป็นของจริง เพราะถ้าไม่ใช่ของจริง กกต.คงปฏิเสธไปนานแล้ว แทนที่ กกต.จะชี้แจงให้สิ้นสงสัย แต่กลับปกป้องตัวเอง ใช้กฎหมายมาข่มขู่ กกต.ควรแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุเรื่องการทำงานของ กกต.มากกว่า พรรคในฐานะผู้ถูกร้องให้ยุบพรรคกรณีการกู้เงินเราไม่มีสิทธิรู้เลยใช่หรือไม่ หลักกระบวนการพิจารณาที่ถูกต้องควรให้คู่ความโต้แย้งเต็มที่ กกต.ไม่ใช่นักร้องทั่วไป เป็นองค์กรอิสระต้องมีหลักประกันสิทธิของคู่ความด้วย

อัดพิรุธชัดอ้าง ม.72 ตั้งธงยุบ อนค.

นายปิยบุตรกล่าวอีกว่า ส่วนตัวมีข้อสังเกต 2 ประการ 1. กกต.อธิบายชัดเจนว่าเรื่องนี้แยกออกเป็นสองช่องทาง คือ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 66 และ มาตรา 72 ทว่า กกต.ได้เคยเรียกพรรคไปเป็นพยาน เพื่อให้ข้อมูลตามมาตรา 66 แต่กลับใช้คำให้การเรื่องนี้มายุบพรรค โดยอ้างมาตรา 72 ทั้งที่ไม่เคยเรียกให้ไปชี้แจงกรณีตามมาตรา 72 และ 2.กรณีนี้มีการยกคำร้องถึงสองครั้งแล้ว พฤติกรรมแบบนี้เรามีสิทธิตั้งคำถามหรือไม่ว่า เมื่อ กกต.ต้องการดำเนินการให้เป็นไปตามธงที่ตั้งไว้ตามมาตรา 66 แต่พอไม่ตรงธงจึงมาดำเนินการตาม 72 ถือว่าเป็นการตั้งธงหรือไม่ ในคดีถือหุ้นบริษัทวีลัคมีเดีย เราได้ต่อสู้ว่ากระบวนการพิจารณาของ กกต.ไม่ชอบ แต่ศาลรัฐธรรมนูญยืนยันว่าชอบด้วยกฎหมายแล้ว ครั้งนี้จะเป็นการพิสูจน์ว่าเมื่อคณะอนุกรรมการถึงสองคณะยกคำร้องแล้ว ต้องดูว่าศาลรัฐธรรมนูญจะรับรองกระบวนการพิจารณาของ กกต.หรือไม่

โต้พรรคอื่นก็กู้เงินภายใต้ ก.ม.ใหม่

เมื่อถามถึงกรณีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.ออกมาเปิดเผยว่า มี 17 พรรคการเมืองกู้เงินแบบเดียวกับพรรคอนาคตใหม่ นายปิยบุตรกล่าวว่า ที่ผ่านมาเคยให้ความเห็นแล้วว่าพรรคการเมืองมีการกู้เงินกันหลายพรรค แต่เวลานั้นมีการโต้เถียงกันว่าเวลานั้นเป็นกฎหมายพรรคการเมืองเก่า ส่วนตัวยืนยันว่าปัจจุบันมีหลายพรรคกู้เงินภายใต้กฎหมายพรรคการเมืองฉบับใหม่ เรื่องนี้อยู่ในงบการเงินที่ต้องเปิดเผยต่อสาธารณะ การกู้เงินของพรรคอนาคตใหม่มีสัญญากู้เงินและดอกเบี้ยและการชำระเงินบางส่วน การกู้เงินของพรรคการเมืองกระทำได้ โดยไม่มีกฎหมายห้าม แต่ตนไม่อยากแสดงความคิดเห็นว่าเมื่อพรรคอนาคตใหม่โดนแล้ว พรรคการเมืองอื่นต้องโดนไปด้วยหรือไม่ เราไม่ขอก้าวล่วง แต่ในเมื่อการดำเนินการกับพรรคอนาคตใหม่ไม่ถูกต้อง ขอให้ยุติเรื่องนี้เสีย วันข้างหน้าถ้าไม่อยากให้พรรคการเมืองกู้เงินกันต้องเขียนกฎหมายให้ชัดเจน

ชทพ. ไม่เคยกู้แค่มีเจ้าหนี้ทางรูปบัญชี

ที่พรรคชาติไทยพัฒนา นายนิกร จำนง ผอ.พรรคชาติไทยพัฒนา เผยแพร่แถลงการณ์พรรคชาติไทยพัฒนา ระบุว่าตามที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีพรรคการเมืองที่เคยกู้ยืมเงินมาใช้ในกิจกรรมทางการเมือง ค้นข้อมูลย้อนหลังงบการเงินพรรคการเมืองที่ส่งให้ กกต. ประจำปี 2556 มีหลายพรรคที่กู้ยืมเงินจากบุคคลอื่นมาใช้ในกิจกรรมทางการเมือง ได้ระบุชื่อพรรค ชาติไทยพัฒนาด้วยนั้น กรณีนี้พรรคได้เคยแถลงไว้อย่างชัดเจนแล้วเมื่อวันที่ 23 พ.ค.2562 จึงจะไม่ขอชี้แจงให้ความเห็นถึงกรณีนี้ซ้ำอีก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนิกรเคยออกแถลงการณ์พรรค ชทพ. เมื่อวันที่ 23 พ.ย.62 ว่าความเห็นกรณีนายปิยบุตรแถลงว่าพรรค ชทพ.ได้กู้เงินมาเป็นรายได้ของพรรคว่าไม่เป็นความจริง ตั้งแต่ตั้งพรรคมาไม่เคยกู้เงินผู้ใดมาเป็นรายได้พรรคเลย เอกสารที่นายปิยบุตรนำมาแถลงเป็นงบดุลเก่าเกี่ยวกับเจ้าหนี้-เงินยืมทดรองจากสาขาพรรค ช่วงที่กองทุนเพื่อพัฒนาพรรคการเมืองยกเลิกสนับสนุนสาขาพรรค แต่กฎหมายให้สาขาพรรคต้องแสดงค่าใช้จ่ายต่อไป กรรมการสาขาพรรคจึงต้องทดรองจ่ายไป ถือเป็นเจ้าหนี้ทางรูปบัญชีสะสมมาหลายปี พรรคได้สำแดงในรูปบัญชีส่งให้ กกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรค การเมืองรับทราบอยู่ตลอดมา มิได้เป็นเงินรายได้จากการกู้ยืม

“สมชัย” จี้ตอบ 18 พรรคกู้เล่นพรรคเดียว

เมื่อเวลา 13.50 น. ที่รัฐสภา นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.ให้สัมภาษณ์ว่ามี 18 พรรคที่มีรายการกู้เงินในเอกสารงบการเงินว่า รายการเงินกู้ปรากฏอยู่ในหมวดหนี้สินของพรรคการเมืองไม่ใช่รายได้ เป็นสิ่งที่ยึดถือปฏิบัติกันมาไม่ว่าจะปีไหน มีปรากฏรายการเงินกู้ในหมวดหนี้สิน พรรคการเมืองจึงกู้ยืมเงินได้ จนกระทั่งมีการตีความหมายว่าเงินกู้เป็นสิ่งที่ไม่ปรากฏในรายการของรายได้ การกู้เงินไม่สามารถทำได้ ขัดกฎหมายมาตรา 72 ของกฎหมายพรรคการเมือง ตรวจสอบย้อนหลังไปปี 61 เมื่อพรรคการเมืองทำบัญชีเสร็จต้องให้ผู้ตรวจสอบบัญชีอนุญาตรับรอง ก่อนนำเข้าที่ประชุมใหญ่พรรคในเดือน เม.ย.ของปีถัดไป หรือปี 62 จากนั้นต้องส่งให้ กกต. ภายใน 30 วัน กกต.จะได้เอกสารจากทุกพรรคภายใน พ.ค.ปี 62 และต้องนำงบการเงินประกาศเผยแพร่ต่อสาธารณะ เอกสารมี 609 หน้า นายจรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต.เซ็นรับรองในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง เท่ากับ กกต.รับทราบแล้ว ถ้าจะมองว่าเงินกู้เป็นเงินผิดกฎหมาย ต้องถือว่านายทะเบียนรู้เรื่องมาตั้งแต่ พ.ค.62 แล้วว่ามีถึง 18 พรรคที่กู้ยืมเงินต้องนำข้อมูลนำเสนอต่อ กกต.เพื่อมีมติว่าผิดหรือไม่ผิด นายทะเบียนหากบอกว่าผิดต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรคเช่นเดียวกับพรรคอนาคตใหม่ จึงต้องชี้แจงเหตุใดดำเนินคดีเพียงพรรคเดียว ส่วนที่ดำเนินการล่าช้า กกต.ต้องไปกำกับนายทะเบียนพรรคการเมืองเอาเอง จะเข้าข่ายว่า กกต.ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ขอให้ข้อมูลเพียงเท่านี้ก่อนไม่ขอชี้นำ

มีพรรคยืม 30 ล้านผิดมากกว่าเงินกู้

เมื่อถามถึงวงเงินเกิน 10 ล้านบาท ที่เป็นปัญหาต้องไปนำสืบที่มาของเงินกู้ว่ามาโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ นายสมชัยกล่าวว่า มีหลายคนพยายามเชื่อมโยง แต่เป็นคนละเรื่องกัน เพราะเป็นการบริจาคเงินเข้าพรรคได้ไม่เกิน 10 ล้านบาท แต่ประเด็นนี้ตกไปแล้ว ไม่ได้ตีความว่าเงินกู้เป็นเงินบริจาค แต่ไปตีความว่าเป็นผลประโยชน์อื่นใดที่ได้มาโดยมิชอบตามมาตรา 72 หากตีความตามหลักการในอดีตเงินกู้ไม่ได้ผิด ไม่เกี่ยวกับวงเงิน และหากไปนำสืบว่าที่มาเงินกู้มีที่มาไม่บริสุทธิ์ถือว่าผิดอีกคดี จากการสืบค้นข้อมูลงบการเงินนอกจาก 18 พรรคที่ระบุมีเงินกู้แล้ว แต่ยังมีอีก 17 พรรคที่ระบุเป็นเงินยืม เทียบแล้วถือว่าเงินยืมผิดมากกว่า เงินกู้มีสัญญามีดอกเบี้ยมีการใช้คืนตามกำหนด แต่เงินยืมมีบางพรรควงเงินถึง 30 ล้านบาท โดยไม่มีดอกเบี้ยและกำหนดใช้คืน หากมองว่าเป็นการครอบงำพรรคการเมืองโดยบุคคล ประเด็นเงินยืมถือเป็นประเด็นสำคัญ หลังได้รับความชัดเจนกรณีเงินกู้จาก กกต. แล้วจะเปิดเผยมีพรรคใดบ้าง แต่ไม่มีพรรคประชาธิปัตย์ พลังประชารัฐและพรรคเสรีรวมไทย

กมธ.แก้ รธน. เล็งเปิดเวทีฟังเสียง ปชช.

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปี 2560 มีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกฯในฐานะประธาน กมธ.เป็นประธาน เปิดให้สื่อมวลชนร่วมรับ นายพีระพันธุ์ให้ กมธ. แต่ละคนได้แสดงความเห็นกันอย่างกว้างขวาง บรรยากาศการประชุมราบรื่น กมธ. ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่าควรสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมและรับฟังความเห็นจากประชาชน อาทิ นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอเสนอให้ตั้งคณะอนุ กมธ. 5 ชุด ไปรับฟังความเห็นประชาชนทั่วประเทศ ไม่อยากให้พูดกันแค่ 49 คน เพราะทุกฝ่ายเรียกร้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมกับรัฐธรรมนูญ จำเป็น ต้องจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ ดีกว่าให้พรรคการเมืองจัดเวทีเอง และนำไปเคลื่อนไหวทางการเมือง จะยิ่งสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นในสังคม

ใช้การมีส่วนร่วมลดลากม็อบลงถนน

นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า การตั้ง กมธ.ชุดนี้เหมือนผ่อนหนักเป็นเบา ถึงอย่างไรก็ติดขัดที่วุฒิสภาอยู่ดี แต่จำเป็นต้องตั้ง กมธ.ชุดนี้เพื่อให้มีข้อเสนอออกมา สิ่งที่หลายคนกังวลจะเกิดการเมืองนอกสภานั้น ถ้ารัฐสภาตอบสนองข้อเรียกร้องประชาชนได้ การเมืองบนท้องถนน จะลดลง จึงจำเป็นต้องรับฟังความเห็นประชาชน เพื่อลดทอนความตึงเครียด ส่วนนายสมชัย ศรีสุทธิยากร รองประธาน กมธ. กล่าวว่าการมี ส.ส.ร.ใช้เวลา 2 ปี ปัญหาการเมืองอาจเกิดความรุนแรง จะทันกับการแก้ปัญหาหรือไม่

“กรณ์” หลั่งน้ำตาอำลา ปชป.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 18.00 น. กลุ่ม ส.ส.และอดีต ส.ส.บรรดาแฟนคลับกลุ่มใกล้ชิดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯและอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์จัดงานเลี้ยงปีใหม่ให้นายอภิสิทธิ์ มีคนเข้าร่วมกว่า 50 คนส่วนใหญ่ใกล้ชิดนายอภิสิทธิ์ อาทิ นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ และอดีต รมว.คลัง นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค แต่ไม่ปรากฏ ส.ส.สายนายนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคเข้าร่วมในงาน ทั้งนี้ นายกรณ์ได้คุยส่วนตัวกับ ส.ส.ว่าจะยื่นหนังสือลาออกวันที่ 15 ม.ค.เพื่อน ส.ส.ต่างขอถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก ช่วงหนึ่งนายกรณ์ขึ้นไปร้องเพลง “รักเธอเสมอ” พร้อมหลั่งน้ำตา พอร้องจบนายอภิสิทธิ์จึงเดินเข้าไปสวมกอดให้กำลังใจจน ส.ส.หลายคนร้องไห้ตามไปด้วย ซึ่งนายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ถึงกับเอ่ยปากว่าพรรคเราเดินมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การเมืองข่าวหน้า1เฉลิม อยู่บำรุงประวิตร วงษ์สุวรรณประยุทธ์ จันทร์โอชาวิ่งไล่ลุงเดินเชียร์ลุง

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้