ภาพรวมการช่วยเหลือ อุทกภัย ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เที่ยวนี้ ได้เห็นถึงน้ำจิตน้ำใจคนไทยที่หลั่งไหลกันมาอย่างไม่ขาดสาย ไม่ว่าจะเด็ก คนด้อยโอกาส หรือคนทั่วไป อะไรที่ช่วยกันได้คนไทยไม่เคยทิ้งกันและดูเหมือนว่า เหตุการณ์เหล่านี้จะเป็นการแสดงถึง เอกลักษณ์ของคนไทย ที่มีจิตใจดีงาม ตั้งแต่เรื่องของอุทกภัยทุกครั้งไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ ภาคกลาง หรือภาคใต้ ยอดเงินบริจาคทั้งภาครัฐและเอกชน จะระดมกันมาอย่างรวดเร็ว บางปีมียอดบริจาคเป็นพันล้านด้วยซ้ำ หรือ การช่วยเหลือหมูป่าออกจากถ้ำ การวิ่งรับบริจาคเงินช่วยเหลือโรงพยาบาลของ ตูนบอดี้สแลม เป็นการยืนยันถึงเอกลักษณ์ความเป็นไทยที่ชัดเจนอย่างกรณีของ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ยอดบริจาคเพิ่มขึ้นจาก 100 ล้านเป็น 300 ล้านในเวลาแค่ข้ามคืน แม้แต่ บิณฑ์ ยังออกมาให้สัมภาษณ์แบบงงๆ เพราะคิดว่าจะเอาเงินส่วนตัวล้านกว่าบาทช่วยชาวบ้านเท่านั้น ใครอยากจะร่วมบริจาคก็เชิญ ไม่คาดคิดว่ายอดบริจาคจะถล่มทลายขนาดนี้มีการเอาไปเปรียบเทียบกับการรับบริจาคของภาครัฐ หรือรัฐบาลที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลงทุนมานั่งรับโทรศัพท์เองและพยายามเชิญ บิณฑ์ มาร่วมรับบริจาคด้วยกลายเป็นกรณี ดราม่า ระหว่าง บิณฑ์ กับ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าชาวบ้านจะมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ความเชื่อมั่นระหว่างภาคประชาชนกับภาครัฐอย่างไร ในที่สุดการช่วยเหลือก็จะต้องเป็นไปตามกระบวนการอยู่ดีรัฐบาลก็ต้องมีมาตรการช่วยเหลือในระยะยาวออกมา ไม่ว่าจะเป็นการเยียวยา ภาคประชาชน ที่อยู่อาศัย ภาคการเกษตร ซึ่งเป็นโครงการในระยะยาวเช่นเดียวกับ บิณฑ์ ที่จะต้องวางแผนการช่วยเหลือชาวบ้านในระยะยาว ไม่ใช่แค่แจกเงินครอบครัวละ 5,000 บาทแล้วก็จบเนื่องจากจำนวนเงินที่่ไม่ใช่น้อย การบริหารจัดการ เป็นเรื่องที่หนักใจแทนบิณฑ์ เนื่องจากสังคมไทยเป็นที่รู้กันว่า ชอบจับผิด ชอบวิจารณ์ หรือชาวบ้านที่ไม่ได้รับการช่วยเหลือก็จะงอแง กลายเป็นดราม่าน้ำท่วมอีกระลอกเช่นเดียวกับการให้การช่วยเหลือของภาครัฐ จากงบกลางและงบฉุกเฉิน จะถูกจับตาเป็นพิเศษ เนื่องมาจากความเชื่อมั่น ที่มีต่อภาครัฐ และมีขั้นตอนมากมายกว่าจะถึงมือชาวบ้านที่แท้จริง ยิ่งมีเรื่องข้าราชการสั่งรื้อเต็นท์ที่พักชาวบ้านเพราะขบวนรถนายกฯจะผ่านด้วยแล้วไปกันใหญ่ภาครัฐจะต้องทำแผนการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทุกด้านเป็นคู่มือในการปฏิบัติให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด และที่ต้องตั้งข้อสังเกตก็คือ การเข้ามาช่วยเหลือเหตุการณ์ภัยพิบัติทุกครั้ง นอกจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนแล้ว รัฐวิสาหกิจและองค์กรขนาดใหญ่มีส่วนร่วมและบทบาทอย่างมากเช่น การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และกลุ่มบริษัท กฟผ. ร่วมกันบริจาคเงินจำนวน 10 ล้านบาท สมทบกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยสาธารณะ สำนักนายกรัฐมนตรี นำส่งถุงยังชีพและน้ำดื่ม เต็นท์ ที่พักชั่วคราว รถเครน รถบรรทุก หลังน้ำลดก็ต้องส่งทีมลงทำความสะอาดซ่อมแซมระบบไฟฟ้า ที่ควรจะให้ความสำคัญกับองค์กรเหล่านี้ในการช่วยเหลือและฟื้นฟูภัยพิบัติด้วย.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th