รัฐธรรมนูญฉบับที่ 20 ฉบับใหม่ล่าสุด 2560 ประกาศใช้มาเกือบ 2 ปี มีการเลือกตั้ง และรัฐบาลใหม่ แต่การปกครองส่วนท้องถิ่นมีแนวโน้มจะถอยหลังมากกว่าก้าวแรก เช่นเดียวกับการปกครองส่วนกลางของประเทศ การทำตามสัญญาการหาเสียงของนักการเมืองบางพรรคเป็นไปได้ยาก เพราะแม้แต่พรรคการเมืองก็สวนทางการกระจายอำนาจรายงานข่าวระบุว่ามี ส.ส.ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านยื่นญัตติด่วนต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อพิจารณาศึกษา การจัดตั้งกระทรวงการปกครองท้องถิ่นขึ้นใหม่ แยกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ออกจากกระทรวงมหาดไทย โดยไม่ทราบเหตุผลที่ชัดเจน แต่ที่ชัดเจนที่สุดคือเสียงคัดค้านจากนักวิชาการคัดค้านว่าการจัดตั้งกระทรวงขึ้นใหม่ เป็นการขยายฐานอำนาจของระบบราชการ ทำให้การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นมีปัญหา เป็นการปลดแอกจากกระทรวงมหาดไทย (เจ้าเก่า) เพื่อความเป็นอิสระ แต่กลับไปคว้าเอาแอกใหม่ของกระทรวงใหม่มาสวมแทน เพราะกระทรวงใหม่อยู่ภายใต้รัฐบาล และใต้ระบบราชการส่วนกลางและภูมิภาคแม้แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็แสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับการตั้งกระทรวงใหม่ อ้างว่า อปท.เป็นนิติบุคคลและเป็นอิสระ แต่มีเสียงโต้กลับว่าเหตุที่มหาดไทยคัดค้านการตั้งกระทรวงใหม่ เพราะจะต้องสูญเสียอำนาจ และสูญเสียงบอุดหนุน อปท.ปีละหลายแสนล้านบาท โต้ด้วยว่า อปท.ไม่ได้เป็นอิสระภายใต้การกำกับดูแลของมหาดไทยการถอยหลังของ อปท.อีกด้านหนึ่งมาจากรัฐบาลโดยตรง รัฐมนตรีมหาดไทยประกาศต่อที่ประชุมคณะผู้บริหาร และผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ว่านายกรัฐมนตรีเห็นชอบในหลักการ ที่จะแก้ไขกฎหมายให้เทศบาลเมือง และเทศบาลนครกลับมามีกำนัน ผู้ใหญ่บ้านอีกครั้ง หลังจากที่หายไป 721 คน อ้างว่าจะให้ดูแลยาเสพติด และความสงบเรียบร้อยกฎหมายการปกครองท้องถิ่น ให้ตำแหน่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในเขตเทศบาลใหญ่ๆหมดไป เช่น เทศบาลเมือง และเทศบาลนคร เช่นเดียวกับกรุงเทพมหานคร ถ้าคงไว้จะเกิดการซ้ำซ้อน ทั้งด้านตัวบุคคลและงบประมาณ อีกทั้งเทศบาลใหญ่ๆก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อย และยาเสพติดอยู่แล้ว และดูแลดีกว่าผู้ใหญ่บ้านในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งพรรค การเมืองบางพรรคประกาศนโยบาย “ลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน” ด้วยการกระจายอำนาจให้ประชาชนในท้องถิ่น บางจังหวัดที่มีความพร้อม จะพัฒนาให้เป็น อปท.ขนาดใหญ่ แบบเดียวกับ กทม. แต่กลับกลายเป็นว่าพรรคการเมืองกำลังดิ้นรนที่จะตั้งกระทรวงใหม่ ถวายอำนาจให้ข้าราชการและนักการเมือง.