พบมีคลัง-ททท.ร่วมลงขัน แค่ยกหูขอเอกชนช่วยก็ผิด มาร์คบี้เปิด ‘ชื่อสปอนเซอร์’“บิ๊กตู่” ยันไม่ใช้ ม.44 แก้พรรคเดียวเบอร์เดียว ว้าก “จตุพร” อย่ามากดดัน ลั่นอยู่จนจบหน้าที่ พรรคการเมือง-ภาคประชาชนกระหน่ำโต๊ะจีนหรูพปชร.-รปช. “มาร์ค” จี้แบชื่อผู้บริจาค ลบครหาใช้ตำแหน่งหน้าที่รัฐบาลไประดมทุน “สมชัย” เย้ย กกต.งานเข้า สื่อโซเชียลแฉผัง ก.คลังจอง 20 โต๊ะ 60 ล้าน ททท. 3 โต๊ะ 9 ล้าน บี้สอบหน่วยงานรัฐใช้งบหลวงช่วยพรรคการเมือง หรืออ้างชื่อหาสปอนเซอร์ผิดกฎหมาย เตือนพลังประชารัฐขึ้นรูป “นายกฯตู่” เสี่ยงถูกฟ้อง “ภูมิธรรม” จี้สอบด่วน ขรก.ควักเงินแสนร่วมโต๊ะจีน “ปลอด” จวกจัดเลี้ยงหรูเหลื่อมล้ำตบหน้าประชาชน “ตู่” อัดซ้ำดินเนอร์การเมือง รีดห้างร้านมื้อละ 3 ล้าน รปช.อู้ฟู่ไม่เบาปิดยอดกาลาดินเนอร์ 234 ล้าน “เทือก” บอกไม่มีอะไรแปลกพิสดาร “ศรีสุวรรณ” ร้อง 7 เสือฟันผิด ม.73 พ.ร.บ.เลือกตั้ง ส.ส. “วีระ” กระตุก ป.ป.ช.สอบเจ้าหน้าที่รัฐรวยจัดซื้อบัตรใบละแสนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. เมินเสียงเรียกร้องของพรรคการเมือง ยืนยันจะไม่ใช้มาตรา 44 แก้ไขกฎหมาย เพื่อให้ใช้พรรคเดียวเบอร์เดียวทั่วประเทศ ขณะที่การจัดโต๊ะจีนระดมทุนของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) เป็นเป้าโจมตีของพรรคการเมืองและภาคประชาชนว่าอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และกฎหมายว่าด้วยพรรคการเมือง“บิ๊กตู่” ลั่นทำเพื่อสืบอำนาจประเทศเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 20 ธ.ค.ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานพิธีมอบรางวัลอุตสาหกรรม ประจำปี 61 โดยมีนายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม กล่าวรายงาน มี 92 สถานประกอบการได้รับรางวัล จากนั้นนายกฯกล่าวว่า การขับเคลื่อนทุกฝ่ายต้องช่วยกัน ไม่เช่นนั้นจะมีปัญหาการบริหารราชการแผ่นดิน ส่งผลเสียต่อการเดินหน้าการเมือง ได้พูดไปหลายครั้งแล้วว่าประเทศไทยต้องดูแลผู้มีรายได้น้อยกว่า 30 ล้านคนเกือบครึ่งประเทศ ต้องมีมาตรการดูแล ต้องหารายได้มาเพิ่มเติม ถ้าทุกอุตสาหกรรมดีขึ้นจะมีรายได้ภาษีมากขึ้น มีเงินมาเติมช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ยืนยันว่าการทำนโยบายต่างๆรัฐบาลไม่ได้ต้องการสืบทอดอำนาจใคร แต่เป็นการสืบทอดอำนาจประเทศและการบริหารของทุกรัฐบาลต่อไป ตนไม่ได้พูดเรื่องการเมือง ไม่รู้ว่าใครจะเข้ามาเป็นรัฐบาลวันข้างหน้า แต่ต้องศึกษาว่าเราได้ทำอะไรไปแล้ว ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ใช้ ม.44 แก้เบอร์เดียวทั้ง ปท.ต่อมาเวลา 10.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์โดยกล่าวอย่างมีอารมณ์ เมื่อถูกถามถึงกรณีหลายพรรคการเมืองเสนอให้แก้ไข พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.หรือใช้มาตรา 44 ให้การเลือกตั้งเป็นแบบพรรคเดียวเบอร์เดียวทั้งประเทศว่า ตนไม่ใช้ ไม่ใช่เรื่อง เป็นเรื่องที่ไปตกลงกันให้เรียบร้อยกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตนไม่ได้เกี่ยวข้องตรงนี้ อะไรก็มาตรา 44 ตลอด บอกแล้วให้แก้ไขปัญหาการบริหารราชการเป็นหลักว้ากอย่ากดดันจะอยู่จนจบหน้าที่เมื่อถามว่า นายจตุพร พรหมพันธุ์ กองเชียร์พรรคเพื่อชาติ เชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์อยากเป็นนายกฯต่อ และอีกไม่กี่วันจะตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งนายกฯและหัวหน้า คสช. พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไปถามจตุพรเขาโน่น ตนไม่ได้พูดสักคำ บอกแล้ว จะทำหน้าที่จนกว่าจะจบหน้าที่ของตน ตอนนี้จบหรือยัง อย่ามากดดันตนแบบนี้ ประเทศชาติ ประชาชน เขาต้องการอะไรในขณะนี้ เขาต้องการความสงบสุข เลือกตั้งที่สุจริต โปร่งใส เป็นธรรมใช่หรือไม่ หรืออยากได้แบบเดิม ที่พูดให้ร้ายกันแล้วไปกันไม่ได้ บอกแล้วว่าการเมืองคือการบริหารราชการแผ่นดิน แนะนำคนดี คือคนที่เก่ง ซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส ไม่มีความประพฤติเสียหายมัวหมองและต้องได้รับการพิจารณาจากประชาชนโดยตรงเข้ามา ใครที่ทำความผิดทำความเสียหาย สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน คนเหล่านี้ไม่ควรได้รับการสนับสนุน ตนพูดในฐานะที่เป็นรัฐบาล อยากได้นักการเมืองที่ปรับตัว ตนก็ต้องปรับเหมือนกันและเขาเป็นใครไม่ปรับตัวได้อย่างไรไม่ตอบแทน 4 รมต.ไล่ไปถามเองเมื่อถามว่า หาก 4 รัฐมนตรีที่ไปร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ ลาออกจะกระทบกับการทำงานของรัฐบาลหรือไม่ ปรากฏว่า นายกฯได้เดินออกจากวงสัมภาษณ์บริเวณทางเชื่อมตึกสันติไมตรีและตึกไทยคู่ฟ้าทันที แต่ระหว่างที่เดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า ได้กล่าวว่า “เขายังไม่ออก” ผู้สื่อข่าวตะโกนถามอีกว่า คิดว่า 4 รัฐมนตรีลาออกห้วงเวลาไหนถึงจะเหมาะสม และไม่กระทบงานรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ส่ายศีรษะก่อนตอบว่า “ไม่รู้ ไปถามเขาเอา” และเดินเข้าตึกไทยคู่ฟ้าทันที ปล่อยเมล์เอ็นจีวีของขวัญคนกรุงต่อมาเวลา 13.00 น. นายกฯเดินทางไปยังศาลาว่าการกรุงเทพฯ 2 เขตดินแดง เป็นประธานเปิดตัวรถโดยสารปรับอากาศใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (เอ็นจีวี) ใหม่ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จำนวน 489 คัน มอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้ชาว กทม. นายกฯกล่าวว่า อยากให้ประชาชนและนักการเมืองที่จะมาเป็นรัฐบาลต่อไปใช้สติปัญญาร่วมมือกันพัฒนา ไม่ใช่ว่ากันไปมาว่างบฯนี้มาจากไหน ขาดทุนไหม 4 ปีที่ผ่านมาทำไปเยอะ ไม่ได้พูดเพื่อหาเสียง เพราะรัฐบาลไม่ได้อยู่ต่อและตนไม่ได้ไปลงเลือกตั้งเซ็งเสียฤกษ์ซุ้มลมแฟบขวางรถจากนั้นนายกฯและคณะทำการกดปุ่มเปิดตัวบนเวที แต่ปรากฏว่าช่วงที่ก้าวลงบันไดจากเวทีและหันไปหยิบไมโครโฟน เกิดก้าวผิดจังหวะทำให้เซเล็กน้อยแต่ยังพอประคองตัวไว้ได้ ก่อนเดินออกไปเยี่ยมชมตัวรถ โชว์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรแมงมุมที่ใช้บริการกับรถเมล์เอ็นจีวี โบกธงปล่อยขบวนรถเมล์เอ็นจีวีใหม่ 50 คัน จากนั้นพากันทดลองขึ้นรถเมล์สาย 168 สวนสยาม-อนุสาวรีย์ชัยคันที่ 11 ทะเบียน 16-2053 ไปยังสุทธิสารวนกลับมาศาลาว่าการ กทม. 2 แต่ก่อนรถคันที่นายกฯนั่งจะเคลื่อนตัวอยู่ๆซุ้มโค้งพองลม หรืออาร์คเวย์ ที่อยู่หน้าจุดปล่อยรถค่อยๆยุบตัวแฟบลงมาขวางทาง เจ้าหน้าที่ต่างรีบวิ่งเข้ามาเก็บออกไป ทำให้นายกฯมีสีหน้าเซ็งเล็กน้อย ส่วนเจ้าหน้าที่ผู้จัดงานรีบชี้แจงว่า กระแสไฟฟ้าตก ขณะที่เจ้าหน้าที่บางคนบอกปลั๊กหลุดและบ่นว่าไม่น่าเกิดเหตุเช่นนี้เลยเสียฤกษ์หมดดันมาเกิดจังหวะปล่อยรถคันของนายกฯพอดี“สมชัย” ดันใช้ ม.44 อย่าว่าน่ารังเกียจเมื่อเวลา 11.00 น. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์กล่าวถึงกรณี กกต.ปฏิเสธไม่เสนอรัฐบาลใช้มาตรา 44 แก้ไขให้ใช้แบบเบอร์เดียวทั่วประเทศว่าจะทำให้พรรคใหญ่หาเสียงได้ง่ายและสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนเลือกพรรคได้สะดวกกว่า ส่วนพรรคขนาดกลางและเล็ก มองว่าจะทำให้ตัวเองเสียเปรียบ เพราะส่งไม่ครบทุกเขต ไม่ได้มองประโยชน์ประชาชน กกต.ทำงานได้ง่ายขึ้นไม่ต้องพิมพ์บัตรเลือกตั้ง 350 แบบ การนับและรวมคะแนนง่าย ทั้งนี้ ครม.และ กกต.เสนอ สนช.แก้ไขใน พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. หรือเสนอให้ คสช.ใช้มาตรา 44 ไม่ว่าเลือกทางใดควรทำให้เสร็จก่อนวันที่ 25 ม.ค. ช่วงได้หมายเลขผู้สมัคร แต่ยังไม่ได้พิมพ์บัตร อย่ามองว่าการใช้มาตรา 44 เป็นเรื่องน่ารังเกียจ ทุกอย่างอยู่ที่เหตุผลแนะไฟเขียวสังเกตการณ์ทุกกลุ่มนายสมชัยกล่าวอีกว่า ส่วนที่ กกต.เปิดทางให้ผู้สังเกตการณ์ต่างประเทศเข้ามาสังเกตการณ์เลือกตั้งนั้น ผู้สังเกตการณ์เลือกตั้งแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือ กกต.ประเทศอื่นซึ่งเป็นเครือข่ายของสำนักงาน กกต.อยู่แล้ว เวลามีเลือกตั้งจะผลัดกันไปดู ข้อสังเกตจะเป็นไปในทางที่ดีเหมือนลักษณะทางการทูต กลุ่มสองผู้สังเกตการณ์อาชีพจากองค์กรต่างชาติต่างๆ เช่น อัลเฟรลและอียู จะวิพากษ์วิจารณ์ตรงไปตรงมา อาจไม่ถูกใจผู้มีอำนาจ แต่หากไทยจัดการเลือกตั้งได้ดี สุดท้ายจะได้รับคำชื่นชม จึงไม่จำเป็นต้องเกรงกลัวอะไร กกต.ต้องไฟเขียวทุกกลุ่มไม่ใช่เลือกเฉพาะกลุ่มที่มีความสัมพันธ์กันนี้ เมื่อเปิดให้เข้ามาต้องให้ดูทุกพื้นที่เตือน พปชร.ขึ้นรูป “ลุงตู่” อาจโดนร้องนายสมชัยยังกล่าวถึงกรณีที่ กกต.จะกำหนด การใส่รูปบุคคลในป้ายหาเสียงในระเบียบว่าด้วยการหาเสียงว่า กกต.ไม่ควรกำหนดรายละเอียดจุกจิกเกินไป ควรให้เป็นดุลพินิจของผู้สมัครและประชาชนที่จะเลือก เพราะหากไปขึ้นรูปบุคคลที่มีคดีหรือไม่เหมาะสม ส่งผลต่อคะแนนของผู้สมัครและพรรคเอง ส่วนพรรคพลังประชารัฐประกาศขึ้นรูป พล.อ.ประยุทธ์ในฐานะผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯของพรรค ถ้าหากพรรคพลังประชารัฐขึ้นรูป พล.อ.ประยุทธ์กับผู้สมัครของพรรคแล้ว ต้องเอารูป พล.อ.ประยุทธ์ที่ขึ้นในโครงการของรัฐต่างๆเอาลงทั้งหมด ไม่ใช่นั้นอาจมีผู้ร้อง กกต.ว่ากระทำผิดกฎหมายฐานใช้ทรัพยากรของรัฐทำให้ได้เปรียบเสียเปรียบโต๊ะจีน พปชร.อลังการงานเข้า กกต.ต่อมาเมื่อเวลา 14.00 น. นายสมชัยโพสต์เฟซบุ๊กว่างานอาจเข้าที่พลังประชารัฐ งานโต๊ะจีน 200 โต๊ะน่าจะมีปัญหา เมื่อสำนักข่าวอิศรารายงานผัง การจัดโต๊ะจีนว่าเป็นของกระทรวงการคลัง 20 โต๊ะ เป็นเงิน 60 ล้านบาท ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย 3 โต๊ะ 9 ล้านบาท จึงเป็นคำถามว่า 1.ผู้เป็นรัฐมนตรีได้ใช้ตำแหน่งหน้าที่การงานเพื่อให้หน่วยงานราชการรัฐวิสาหกิจ สนับสนุนค่าโต๊ะจีนเมื่อคืนหรือไม่ และ 2.หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจใช้เงินงบประมาณของรัฐ หรือไปขอการสนับสนุนหน่วยงานเอกชนให้มาสนับสนุนงานดังกล่าวหรือไม่ เป็นหน้าที่ของ กกต.แสวงหาข้อเท็จจริง โดยไม่จำเป็นต้องมีผู้ร้องมิเช่นนั้นอาจถูกกล่าวหาว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้ บี้เช็กหน่วยงานรัฐใช้ภาษีซื้อโต๊ะจีนนายสมชัยให้สัมภาษณ์เพิ่มว่าต้องพิสูจน์ก่อนคำว่า “คลัง” คือกระทรวงการคลัง หรืออักษรย่อ ททท. เป็นกระทรวงการท่องเที่ยวฯหรือไม่ หากเป็นจริงถือว่าเป็นความผิดชัดเจน เป็นไปไม่ได้ที่หน่วยงานของรัฐจะเอาเงินหลวงมาซื้อโต๊ะในงานระดมทุน ไม่ใช่เรื่องมารยาทสมควรหรือไม่ แต่ผิดกฎหมายชัดเจน ถ้าใช้ชื่อหน่วยราชการ เช่น อ้างชื่อกระทรวง ทบวง กรม แล้วให้บริษัทเอกชนมาช่วยลงขันก็ทำไม่ได้ ถือว่าข้าราชการวางตัวไม่เป็น กลาง ไม่ว่ารัฐมนตรี อธิบดีหรือใครที่เป็นข้าราชการและลงนามในหนังสือขอความอนุเคราะห์ให้ช่วยซื้อโต๊ะระดมทุน หรือแม้กระทั่งยกหูโทรศัพท์ขอให้ เป็นสปอนเซอร์ซื้อโต๊ะก็มีความผิด เป็นหน้าที่ กกต.ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและชี้แจงต่อสังคม ไม่เช่นนั้น จะถือว่า กกต.จะมีควรมผิดฐานละเว้น ไม่ปฏิบัติหน้าที่“มาร์ค” จี้ พปชร.เปิดชื่อผู้บริจาคนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงจัดงานระดมทุนของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ยอดบริจาคกว่า 600 ล้านบาท ว่า ต้องยอมรับว่าถ้าเราตกลงกันว่าเขตหนึ่งใช้ได้ 2 ล้านบาท ถ้าใช้กันเต็มที่ 350 เขต ก็ 700 ล้านบาท เพราะเงินระดับหลายร้อยล้านบาทคงหลีกเลี่ยงได้ยากสำหรับพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัคร ถ้าส่งครบทุกเขตและยังมีกรณีของการรณรงค์หาเสียงในส่วนกลางด้วย ขอให้โปร่งใส เพราะการจะจัดระดมทุนขายโต๊ะจีนหรืออะไรแล้วแต่ ผู้บริจาคเงินเกินถ้าจำไม่ผิดคือ 1 แสนบาท หรือตั้งแต่ 1 แสนบาทขึ้นไปต้องเปิดเผยชื่ออยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าบอกว่าจัด 200 โต๊ะ ขายบัตรโดยไม่รู้ใครมาซื้อบัตร แล้วมีเงินมา 600 ล้านบาท อย่างนี้ทำไม่ได้ ต้องแสดงว่าใครเป็นคนซื้อโต๊ะ ถือเสมือนเป็นผู้บริจาค ต้องเปิดเผยชื่อ ผู้บริจาค สื่อไปตรวจสอบได้ว่าใครไปนั่งกินบ้าง กรณี พปชร.มีประเด็นว่าต้องให้มั่นใจด้วยว่าไม่มีการเอาตำแหน่งหน้าที่ในรัฐบาลไปใช้ในการระดมทุนยังมึนไม่เคลียร์ป้ายหาเสียงนายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า ค่าใช้จ่ายแต่ละเขต ได้ไม่เกิน 2 ล้านบาท สมเหตุสมผลระดับหนึ่ง และขอบคุณที่บัตรเลือกตั้งกลับมามีโลโก้พรรค ชื่อพรรค ส่วนจะมีรูปภาพของบางคนที่ไม่ได้ลงสมัคร มาเกี่ยวข้องพาดพิงถึงนายชวน หลีกภัย อดีตนายกฯ นายชวนเป็นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ มีสิทธิจะปรากฏตัวอยู่ในภาพโฆษณาต่างๆ ในอดีตภาพคนนอก จะถือหลักว่าเจ้าตัวอนุญาตหรือไม่ ถ้าไปห่วงว่ามีบุคคลที่ไม่ควรมามีส่วนเกี่ยวข้อง มีประเด็นอยู่แล้วว่าใครไม่เป็นสมาชิกพรรค มาครอบงำชี้นำพรรคไม่ได้ แต่กำลังกังวลอยู่เหมือนกัน เพราะบางทีการออกแบบป้ายหาเสียงจะให้ยืนเหมือนถ่ายรูปติดบัตรดูเชยๆ เกิดอยากจะมีโปสเตอร์ที่อยู่กับประชาชน เด็กนักเรียน ผู้สูงอายุ เกษตรกร เป็นรูปธรรมชาติ ไม่ได้จัดฉากขึ้นมา ทำได้หรือไม่ไล่ “ประยุทธ์” ไปปรับทัศนคตินายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการปาฐกถาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.ที่ระบุว่าการที่รัฐให้เงินไปไม่ใช่ไปซื้อถั่วแระถั่วเน่าของแบบนั้นซื้อร้านค้าปลีก ทัศนะของ พล.อ.ประยุทธ์ว่าร้านค้าปลีกขายแต่ของที่เป็นถั่วแระถั่วเน่าใช่หรือไม่ เป็นห่วงทุนใหญ่ถึงกับหลุดปากทำนองว่าร้านค้าปลีกขายแต่ของไร้คุณภาพ นายกฯควรปรับทัศนคติที่มีต่อร้านค้าชาวบ้านว่าของดีก็มีขาย การที่รัฐบาลแจกไม่หยุดฉุดไม่อยู่บอกว่าไม่ได้หวังหาเสียง แต่ชาวบ้านกลับเห็นต่างว่าเป็นการแจกเพื่อหวังผลอะไรหรือไม่ ซ้ำบางคำพูดของนายกฯยังแสดงถึงมีทัศนคติด้านลบต่อผู้ได้บัตรคนจน ยิ่งทุ่มเงินลงไปประชาชนกลับไม่รวยขึ้นจนเกิดปรากฏการณ์รวยกระจุกจนกระจายเพิ่มมากขึ้น และที่บอกว่าวันนี้ประชาชนยิ้มได้อาจไม่ใช่เพราะได้เงินจากรัฐ แต่ที่ยิ้มคงเป็นเพราะมีความสุขดีใจที่จะมีการเลือกตั้งจะได้เปลี่ยนรัฐบาลเศรษฐกิจจะดีขึ้นเสียทีพท.เชียร์เบอร์เดียวดีต่อรัฐบาลที่พรรคเพื่อไทย นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า มีอีกหลายเรื่องที่ กกต.ใช้อำนาจหรือนำเสนอให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ ยุติธรรมได้ ขอเสนอ 4 เรื่องคือ กกต.ไม่ควรควบคุมจำนวนและรายละเอียดของป้ายหาเสียง แต่ไปคุมค่าใช้จ่ายแทน กกต.ควรเสนอให้แก้กฎหมายให้พรรคเดียวกันใช้เบอร์เดียวกันทั่วประเทศ เพื่อความสะดวกของประชาชน กกต.ต้องดูแลให้การเลือกตั้งเสรีและเป็นธรรม เพื่อให้สังคมมั่นใจว่าจะไม่มีฝ่ายใดใช้อำนาจรัฐและทรัพยากรของรัฐกระทบต่อการเลือกตั้งและสร้างหลักประกันความเท่าเทียมนายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค พท. กล่าวว่า การให้ผู้สมัครแต่ละคนมีเบอร์ของตัวเองจะสร้างความสับสน ต่างจากการมีเบอร์เดียวกันจะทำให้ง่ายต่อการปฏิบัติ ส่วนที่ห่วงว่าอาจต้องไปแก้กฎหมาย ทำให้การเลือกตั้งเลื่อนออกไป ในแง่เทคนิคกฎหมายรัฐบาลมีช่องทางจะดำเนินการอยู่แล้ว นำเข้าสภาฯพิจารณา 3 วาระก็ได้ กกต.ควรทำหน้าที่ อย่าให้คนรู้สึกว่าไม่เห็นประโยชน์ของประเทศ ไม่เป็นกลาง ถ้ารัฐบาลมั่นใจว่าบริหารดีใช้เบอร์เดียวจะยิ่งดีกับรัฐบาลจี้สอบด่วน ขรก.แจมซื้อโต๊ะจีนนายภูมิธรรมกล่าวอีกว่า ส่วนการระดมทุนของพรรคเพื่อไทยควรทำและควรมีรูปแบบหลากหลาย แต่คงทำไม่เหมือนกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เขามีญาณวิเศษรู้ว่าจะทำอะไรได้บ้าง จองที่ทางก่อนปลดล็อกได้ แต่พรรคอื่นทำได้ยากมาก ไม่มีโอกาสรู้เมื่อปลดล็อกใกล้ช่วงเทศกาลปีใหม่สถานที่ต่างๆเต็มหมด และตามกฎหมายใหม่การระดมทุนครั้งนี้ ทำได้ก่อน พ.ร.ฎ.การเลือกตั้งจะออกหรือไม่ เฉพาะหน้าจึงต้องทำในรูปแบบการบริจาค หลังจากนี้จะดูว่าทำอะไรได้บ้าง แต่คงไม่มีศักยภาพพอจะทำได้เท่ารัฐบาลที่ขายโต๊ะละ 3 ล้านบาท ซื้อบัตรมานั่งทานอาหารที่ละ 3 แสนบาท สวนทางความเป็นอยู่ของประชาชนที่ยากลำบาก ยิ่งชี้ให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำ ส่วนที่มีคนเสนอให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบข้าราชการที่เข้าไปซื้อโต๊ะ เป็นสิ่งที่ควรตรวจ เพราะผิดปกติ นึกถึงตัวเองไม่ใช่คนยากลำบากแต่จะให้ควักเงิน 3 แสนบาทไปนั่งทานอาหารยังคิดเยอะเลย แต่นี่ทำได้ถึง 200 โต๊ะ มีคนถึง 2 พันคนที่ยอมควักเงิน 3 แสนไปนั่งทานอาหารมื้อหนึ่งเป็นเรื่องพิเศษที่ กกต.ควรเข้าไปตรวจสอบ“ปลอด” จวกจัดเลี้ยงหรูตบหน้า ปชช.นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การขายโต๊ะจีนของพรรคพลังประชารัฐตบหน้าประชาชน รัฐบาลแจกเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 500 บาท แต่กลับระดมทุนอย่างหรู มีกลุ่มนายทุนร่ำรวยไปร่วมงาน คนจนไม่มีสิทธิมีส่วนร่วม สะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำ ขอให้นายกฯนำไปหารือในคณะกรรมการแก้ไขความยากจน หากมี 4 รัฐมนตรีร่วมประชุมควรให้ชี้แจงด้วยว่าจะแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างไรหรือมีความละอายหรือไม่ พรรคเพื่อไทยจะไม่จัดงานระดมทุนใหญ่โต จะใช้จัดในที่กว้างๆ ปูเสื่อให้ประชาชนนำอาหารมาแลกเปลี่ยนนั่งกินร่วมกัน ตนจะทำอาหารมาร่วม ใครจะบริจาคแม้บาทเดียวพร้อมรับ ที่ 4 รัฐมนตรียืนยันไม่ลาออกเป็นเรื่องดี จะถูกใช้เป็นจุดอ่อน ทั้ง 4 คนไม่ขึ้นกล่าวบนเวทีงานระดมทุนชัดเจนว่ากลัวผิดกฎหมายเหน็บคนอยากได้แชมป์ไม่กล้าขึ้นชกร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าแม้ กกต.จะบอกว่าไม่ห้ามต่างชาติเข้ามาสังเกตการณ์เลือกตั้งในไทย แต่น่าจะสายเกินไปแล้ว เพราะต่างชาติคงเตรียมตัวไม่ทัน เนื่องจากต้องมีขั้นตอนมากมาย เช่น เตรียมคณะทำงานและการขออนุมัติเดินทาง ที่ผ่านมารัฐบาลไทยไม่ได้แสดงความจริงใจที่จะเชิญต่างชาติเข้ามาสังเกตการณ์เลือกตั้ง ทั้งที่เขาทวงถามมาเป็นปี รัฐบาลพูดปฏิเสธผ่านสื่อหลายครั้ง แต่พอใกล้ถึงวันเลือกตั้งและโดนกดดันหนัก สุดท้าย กกต.บอกว่าไม่ได้ห้าม สะท้อนให้เห็นความเจ้าเล่ห์ของรัฐบาลที่เป็นโรคกลัวการตรวจสอบจนขึ้นสมอง ถ้าไม่ได้คิดโกงเลือกตั้งแล้วจะกลัวทำไมกับการตรวจสอบ ส่วนที่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ยอมลาออกจากตำแหน่ง ทั้งที่เตรียมเป็นแคนดิเดตนายกฯในนามพรรคพลังประชารัฐ ถือว่าหมดความสง่างาม อยากได้เข็มขัดแชมป์ แต่ไม่กล้าขึ้นเวทีชกเอง แบบนี้ต่อให้ได้เข็มขัดแชมป์ก็ไม่สมศักดิ์ศรีและไม่มีความสง่างามอัด “สมศักดิ์–สุริยะ” ดีแต่หลบหลังเด็กนายโกศล ปัทมะ อดีต ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ โจมตี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย หลังเปิดเผยข้อมูลแบ่งเก้าอี้รัฐมนตรีของ พปชร. ว่าวัฒนธรรมการเมืองต้องรู้จักเด็กรู้จักผู้ใหญ่ นายธนกรเป็นมวยไม่มีราคา เป็นม้าไม่มีชั้น แต่มาวิจารณ์เหมือนต้องการใช้ ร.ต.อ.เฉลิมเป็นทางลัดสร้างชื่อเสียงทางการเมือง เท่าที่ดูคำพูดจากนายธนกร น่าเป็นคำพูดของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งพรรคพลังประชารัฐ และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งภาคอีสาน พรรคพลังประชารัฐ ที่ใช้เด็กออกมาพูด แต่ตัวเองยังหลบอยู่หลังฉาก หากไม่พอใจที่ ร.ต.อ.เฉลิมวิจารณ์ควรออกมาตอบโต้ด้วยตัวเอง ไหนๆเล่นการเมืองกันแล้ว ควรเปิดหน้าอย่ามัวแต่หลบหลังเด็กแบบนี้มันไม่สง่างาม“สงคราม” ขอเบอร์เดียวป้องกันบัตรเสียที่ จ.สมุทรสาคร นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ จ.สมุทรสาคร ว่าต่อไปจะลงพื้นที่ จ.สมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ วันที่ 22 ธ.ค.จะลงพื้นที่ จ.สระบุรี ลพบุรี อ่างทอง สิงห์บุรี และชัยนาท ส่วนการประชุมร่วมกับ กกต.เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. พรรคเน้นการให้เสรีภาพการหาเสียงทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์อย่างเต็มที่ จำเป็นมากในยุคนี้ และเรื่องพรรคเดียวเบอร์เดียวแต่ยังไม่มีการพูดคุยกัน ทั้งที่เป็นเรื่องสำคัญควรสนใจผลักดันให้เกิดขึ้น หาก กกต.มีอำนาจตัดสินใจอย่างอิสระจริง คงจะผลักดันทำตามที่ประชาชนร้องขอ ไม่เช่นนั้นจะวุ่นวายสับสนจนเกิดปรากฏการณ์บัตรเสียเป็นจำนวนมากคาใจมินิคอนเสิร์ตผิด ก.ม.หรือไม่น.ส.พรพรหม พรหมชาติ รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่าพรรคพลังประชารัฐจัดระดมทุนโดยมีมินิคอนเสิร์ตอาจเข้าข่ายกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 73 หรือไม่ กฎหมายระบุไม่ให้กระทำการสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่จูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปลงคะแนนให้ตนเองหรือผู้อื่นด้วยวิธีทำการโฆษณาหาเสียงโดยจัดให้มีมหรสพ หรืองานรื่นเริงต่างๆ กรณีนี้ กกต.ต้องชี้แจงว่าเข้าข่ายต่อการผิดกฎหมายดังกล่าวหรือไม่ “จตุพร” ชัวร์สุดท้ายผู้นำก็ไขก๊อกนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.และผู้สนับสนุนพรรคเพื่อชาติ กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์จะอยู่จนจบหน้าที่อย่ามากดดันให้ลาออกว่าไม่มีใครกดดันให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออกได้ เพราะถืออำนาจรัฏฐาธิปัตย์ ที่พูดว่านายกฯจะลาออก ประเมินจากการทำงานของ คสช.มักจะตัดสินใจทำอะไรตามอารมณ์ของ ประชาชน เช่น การให้ต่างชาติสังเกตการณ์เลือกตั้ง ก่อนหน้านี้แข็งกร้าวแต่วันนี้เบาลง ถึงวันที่ พล.อ.ประยุทธ์ได้รับเสนอชื่อเป็นนายกฯจากพรรคพลังประชารัฐ ท่านจะตัดสินใจครั้งสำคัญโดยลาออก ถ้า ยังไม่ลาออกจากได้เปรียบจะเสียเปรียบ คนจะรู้สึก ว่าการเลือกตั้งไม่ยุติธรรม ส่วนที่จะไม่ใช้มาตรา 44 แก้ไขกฎหมายให้บัตรเลือกตั้งเป็นเบอร์เดียวทั่วประเทศ บัตรเดียวเบอร์เดียวสร้างความสะดวกให้ประชาชนในการเลือกตั้ง กกต.จะบริหารจัดพิมพ์บัตรได้ง่าย ไม่เช่นนั้นต้องมีบัตรเลือกตั้ง 350 แบบ ควบคุมบัตรปลอมและปริมาณบัตรยาก ในอดีตเคยมีการร้องเรียนบัตรปลอมมาแล้ว เชื่อว่าหลายอย่างจะถอยมาตาม ลำดับ พรรคเดียวเบอร์เดียวสักพักจะคลี่คลาย เหมือนโยนหินถามทางแล้วจะทยอยปฏิบัติตาม ไม่ต้องการให้ กกต.คนใดต้องไปใช้ชีวิตในเรือนจำเหมือนในอดีตจี้แจงโต๊ะจีนการเมืองมื้อละ 3 ล้านเมื่อถามถึงการระดมทุนของพรรคพลังประชารัฐ นายจตุพรกล่าวว่า ขณะนี้ในโซเชียลมีเดียระบุข้อมูลว่าคนมาซื้อโต๊ะจีนของพรรคพลังประชารัฐ มีหน่วย งานใด ห้างร้านใดบ้าง ทุกคนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้งบประมาณของรัฐบาล เพราะเป็นทั้งหน่วยงานราชการ และห้างร้านที่เข้ามารับงานของรัฐบาล ดังนั้นเพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย พรรคพลังประชารัฐควรออกมาชี้แจงรายละเอียดของผู้ซื้อโต๊ะ ไม่เช่นนั้นประชาชนจะสงสัยว่าผู้ซื้อโต๊ะได้รับประโยชน์อะไรจากรัฐบาลหรือไม่ ถึงยอมควักเงินถึง 3 ล้านเพื่อกินข้าวมื้อเดียวรปช.อู้ฟู่กาลาดินเนอร์ 234 ล้านขณะที่ น.ส.จุฑาฑัตต เหล่าธรรมทัศน์ เหรัญญิกพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ออกแถลงการณ์ชี้แจงถึงการระดมทุนพรรครวมพลังประชาชาติไทย “ทุติยบท ภาคสองแห่งการปฏิรูป” ที่จัดขึ้นช่วงค่ำวันที่ 18 ธ.ค.ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ว่าในงานกาลาดินเนอร์ ระดมทุนของพรรค รปช. สรุปยอด จำหน่ายโต๊ะอย่างเป็นทางการ 234 โต๊ะ และ 4 ที่นั่ง รวมเป็นเงิน 234,400,000 บาท หลังหักค่าใช้จ่ายจัดงานแล้วจะเป็นเงินทุนจัดกิจกรรมของพรรคและเงินทุนใช้จ่ายหาเสียงเลือกตั้ง ส่วนสุนทรพจน์ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคได้ชี้ให้เห็นว่าพรรคการเมืองที่ผ่านมา มักถูกสร้างขึ้นมาเพื่อช่วงชิงอำนาจทางการเมือง และค้ำจุนอำนาจที่มีในขณะนั้น จนกลายเป็นปัญหาทุกยุคทุกสมัย พรรค รปช.ขอขอบพระคุณทุกคนที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างพรรคการเมืองของประชาชน ให้มีความเข้มแข็งและมั่นคง ขอเน้นย้ำเจตนารมณ์ในการปฏิรูปเปลี่ยนแปลงประเทศเพื่อประชาชนต่อไป “เทือก” ชี้จัดงานปกติไม่ได้พิสดารที่ จ.สุรินทร์ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) นำแกนนำพรรคเดินคารวะแผ่นดินในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ โดยนายสุเทพกล่าวถึงจัดงานเลี้ยงระดมทุนของพรรคการเมืองว่า พรรคการเมืองจำเป็นต้องใช้เงินส่งผู้สมัครลงแข่งขัน สำคัญว่าพรรคเอาเงินมาจากไหน รปช.ทำอะไรตรงไปตรงมาเพิ่งจัดงานไปเป็นเรื่องปกติไม่มีอะไรแปลกพิสดาร“ศรีสุวรรณ” จ่อร้อง 7 เสือไต่สวนนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การ พิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า ตามที่ปรากฏเป็นการว่าหลายพรรคใช้กลยุทธ์หาเงินจัดเลี้ยงโต๊ะจีนโต๊ะละ 1 ล้านบาท 3 ล้านบาทบ้าง ถือว่าจัดเลี้ยงผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เข้าข่ายการโฆษณาหาเสียงด้วยการจัดให้มีมหรสพหรือการรื่นเริงใดๆเพราะมีการนำนักร้อง นักแสดงมาโชว์ในเวทีตามมาตรา 73 ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และขัดต่อ พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมืองและเจตนารมณ์ของการปฏิรูปการเมือง ที่มุ่งเน้นให้พรรคเป็นของมหาชนไม่ใช่ของนายทุนที่จ่ายเงินซื้อโต๊ะจีน วันที่ 21 ธ.ค.สมาคมฯจะไปร้องเรียน กกต.ให้ไต่สวนสืบสวนเอาผิดพรรคที่ฝ่าฝืนกฎหมายดังกล่าวในวันที่ 21 ธ.ค.บี้ ป.ป.ช.สอบ จนท.รัฐซื้อหัวละแสนนายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน (คปต.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า เรื่องที่ ป.ป.ช.ต้องตรวจสอบเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่เข้าร่วมงานระดมทุนของพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ที่จัดโต๊ะจีนราคาโต๊ะละ 1 ล้าน โต๊ะหนึ่งมี 10 ที่นั่ง ตกที่นั่งละ 100,000 บาท ป.ป.ช.ต้องตรวจสอบว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าร่วมงานนี้หรือไม่ หากเข้าร่วมมีกี่คน เจ้าหน้าที่ของรัฐซื้อบัตรเข้าร่วมงานเองหรือมีผู้ใดออกเงินให้ หากอ้างว่ามีคนอื่นออกเงินให้จะเข้าข่ายเป็นความผิดตามกฎหมาย ป.ป.ช.กรณีรับของขวัญมีมูลค่าเกิน 3 พันบาท หากบรรดาเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เข้าร่วมงาน อ้างว่าซื้อบัตรเข้าร่วมงานเอง ต้องเอาใบเสร็จมาแสดง หากเอาเงินตัวเองซื้อบัตรเข้าร่วมงาน กรณีนี้อาจต้องถูกตรวจสอบว่ามีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ เป็นเจ้าหน้าที่รัฐแต่ร่ำรวยขนาดซื้อบัตร 100,000 บาทได้อย่างไรพปชร.คิกออฟเวทีใหญ่ 5จว.เหนือวันเดียวกัน นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า พรรคพลังประชารัฐจะเปิดเวทีใหญ่พบปะพี่น้องประชาชน 5 จุด พร้อมกันในวันที่ 23 ธ.ค. เวลา 14.00 น. เวที จ.เชียงใหม่ นำโดยนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงษ์ เลขาธิการพรรค และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จ.พิษณุโลก นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง จ.กำแพงเพชร พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ อดีต ส.ส.กำแพงเพชร จ.นครสวรรค์ นายภิญโญ นิโรจน์ อดีต รมต.ประจำสำนักนายกฯ และ จ.เพชรบูรณ์ นายสันติ พร้อมพัฒน์ อดีต รมว.การพัฒนาสังคมฯ ทั้ง 5 เวที จะถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์แฟนเพจของพรรค และสตรีมมิ่งภาพบรรยากาศทุกจังหวัดถ่ายทอดสดลงยูทูบผ่านแชลแนลของพรรค เชื่อว่าจะมีประชาชนเข้าร่วมแห่งละไม่ต่ำกว่า 7,000 คน และจะมีกิจกรรมให้ชาวบ้านร่วมโหวตเสนอความคิดเห็นและเปิดรับสมาชิกพรรคด้วยแนะ “เฉลิม” น่ารักแบบ “เจ๊หน่อย”นายธนกรยังกล่าวถึงกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำพรรคเพื่อไทย ระบุว่า พรรคพลังประชารัฐจะแพ้เลือกตั้งแน่นอนว่า ปี่กลองการเลือกตั้งเพิ่งเริ่มต้น ยังเร็วไปที่จะบอกว่าใครแพ้หรือใครจะชนะเลือกตั้ง ร.ต.อ.เฉลิมน่าจะเอาอย่างคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ที่ก้มหน้าก้มตาลงพื้นที่อ้อนชาวบ้านด้วยวาจาที่สุภาพอ่อนโยนน่ารัก เหมือนศิลปินวง BNK48 ร.ต.อ.เฉลิมเป็นหัวหน้าทีมปราศรัยคงต้องออกมาปลุกขวัญลูกทีม เนื่องจากขณะนี้กระแสพรรคพลังประชารัฐดีวันดีคืน คงทำให้พรรคเพื่อไทยหวั่นไหว พรรคพลังประชารัฐมีความพร้อมมากๆ ทั้งนโยบายและตัวผู้สมัคร ทำให้เชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะได้รับความไว้วางใจจากประชาชนแน่นอน และจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล“เต้น” แฉมือดีโทร.ให้เลือกนอมินี คสช.นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง พรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่า ได้รับแจ้งประชาชนหลายคนในพื้นที่ อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ว่า มีโทรศัพท์หมายเลข 0936499*** อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางโทร.เข้ามือถือสอบ ถามความพึงพอใจที่ได้เข้าร่วมโครงการได้เงิน 500 บาท และฝากให้เลือกพรรคการเมืองที่ชื่อคล้ายนโยบายรัฐบาล เรื่องแบบนี้ถ้าเกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอหนึ่งก็น่าเชื่อได้ว่าจะระบาดไปทั่วประเทศ ไม่ทราบว่า กกต.สนใจจะตรวจสอบหรือไม่ทษช.ลุยใต้ถกชาวสวนยาง–ประมงนายก่อแก้ว พิกุลทอง สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการทำงานพื้นที่ภาคใต้ กล่าวว่า วันที่ 21-22 ธ.ค. ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ พร้อมแกนนำพรรคจะลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นประชาชนและภาคธุรกิจ 3 จังหวัดภาคใต้ คือ จ.ภูเก็ต พังงา และนครศรีธรรมราช วันที่ 21 ที่ จ.พังงา รับฟังปัญหาประมง แล้วไปพูดคุยกับผู้ประกอบการภาคธุรกิจในพื้นที่ หาแนวทางแก้ไขปัญหาการท่องเที่ยวที่ จ.ภูเก็ต วันที่ 22 ธ.ค. ไป อ.ควนหนองหงษ์ จ.นครศรีธรรมราช หารือกับม็อบชาวสวนยางที่เคยขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ“พิชัย” ค้านขึ้นอัตราดอกเบี้ยนายพิชัย นริพทะพันธุ์ คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กล่าวว่า ผิดหวังที่ธนาคารแห่งประเทศไทย โดยคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% เป็น 1.75% สภาพคล่องในระบบธนาคารยังมีอยู่มาก จึงไม่มีเหตุผลอันควรต้องเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และรายได้ของประเทศที่เพิ่มขึ้นยังไปกระจุกกับคนบางกลุ่มเท่านั้น คนส่วนใหญ่ยังลำบากอยู่ การขึ้นดอกเบี้ยจะทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ยิ่งลำบากจากหนี้ภาคครัวเรือนที่ยังอยู่ระดับสูง และยังทำให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นทันทีส่งผลต่อการส่งออกชพน.ลุยอีสานใต้อาสาแก้ปากท้องเมื่อเวลา 09.00 น. ที่วัดหนองแคน ต.นาข่า อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา รักษาการ ผอ.พรรคชาติพัฒนา เป็นประธานการประชุมสมาชิกพรรคชาติพัฒนา แต่งตั้งตัวแทนพรรคประจำ จ.มหาสารคาม โดยนายชลิตรัตน์ กล่าวตอนหนึ่งว่า พรรคชาติพัฒนาเน้นย้ำการพัฒนาเศรษฐกิจ แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนปากท้องของประชาชน โดยเฉพาะภาคอีสานฐานคะแนนหลัก และชูนโยบายไม่ขัดแย้งกับใคร “No Problem” เพราะการทะเลาะกันคือสร้างปัญหา ทำให้เสียเวลา ประเทศชาติไม่ได้ประโยชน์ ปัญหาปากท้องต้องแก้ไข“เสรีพิศุทธ์” ฟุ้งแก้ปัญหายางปาล์มที่ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร เลขที่ 77/1 ม.9 ต.คลองน้อย อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย พร้อมแกนนำพรรคและว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เดินทางลงพื้นที่พบปะประชาชน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า ได้มีการพูดคุยรับฟังปัญหาราคาสินค้าการเกษตรและชี้แนวทางในการที่จะผลักดันให้ราคาที่สูงขึ้นอย่างเช่น ราคายางพาราจะผลักดันให้มีราคา 60-70 บาท และราคาปาล์มน้ำมันให้มีราคา 4-5 บาท พรรคมีความพร้อมจะช่วยเกษตรกรให้มีชีวิตที่ดีขึ้น ถ้าได้เข้ามาบริหารประเทศเป็นนายกฯ“เก่ง เดอะสตาร์” นั่งรองโฆษก อนค.ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคอนาคตใหม่ว่า พรรคได้ตั้ง นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง หรือเก่ง เดอะสตาร์ ดารานักร้องชื่อดัง เป็นรองโฆษกพรรค โดย นพ.วาโยกล่าวว่า ที่ก้าวออกมาจากคอมฟอร์ตโซนของตัวเอง เพราะเห็นว่าเป็นช่วงเวลาเหมาะสม ก่อนหน้านี้สถานการณ์การเมืองไทย แบ่งฝักแบ่งฝ่ายชัดเจน แต่ตอนนี้เห็นว่าบรรยากาศทางการเมืองเปลี่ยนไป เกิดความหลากหลายมากขึ้น เป็นโอกาสดีที่จะมาช่วยล้มล้างระบอบเผด็จการทหารและผลักดันประชาธิปไตยที่แท้จริง นโยบายของพรรคอนาคตใหม่ตรงกับอุดมการณ์ของตนแจกใบส้มผู้สมัคร ส.ว.รายแรกพ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. เปิดเผยว่า การประชุม กกต.เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. กกต.ได้พิจารณาสำนวนการไต่สวนกรณีเหตุอันควรสงสัยหรือความปรากฏต่อ กกต.ว่ามีผู้สมัครรับเลือกเป็น ส.ว. 1 ราย เป็นรายแรกในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ กระทำการ ฝ่าฝืน พ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.มาตรา 77 (1) เนื่องจากได้โทรศัพท์ไปสัญญากับผู้สมัครรายอื่นว่าจะให้ค่าสมัครคืนหากลงคะแนนเลือกตนเองในการเลือกระดับจังหวัด กกต.จึงมีมติระงับสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้ถูกกล่าวหาไว้ชั่วคราวเป็นระยะเวลา 1 ปี (ใบส้ม) ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.ให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้ถูกกล่าวหา และให้ดำเนินคดีอาญาแก่ผู้ถูกกล่าวหาผุดกลุ่มหมาเฝ้าคูหาจับโกง ลต.ที่ตลาดมหาลาภ ถนนลำลูกกา จ.ปทุมธานี นายพงศ์พิศิษฐ์ คงเสนา หรือเล็กบ้านดอน นายศรรัก ทองชัย หรือศรรัก มาลัยทอง นายสมชาติ นาคบรรจง ร่วมกับนายจุติพงษ์ พุ่มมูล เลขาธิการชมรมสื่อมวลชนเพื่อประชาธิปไตย แถลงข่าวการจัดตั้งกลุ่ม “หมาเฝ้าคูหา” นายจุติพงษ์กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ส่อเค้าเกิดการทุจริตอย่างมโหฬารล่าสุดมีข้อมูลว่า ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดหนึ่งทางภาคเหนือมีการแจกเงินชาวบ้านแล้วนำไปดื่มน้ำสาบานว่าจะลงคะแนนเสียงให้ ทางกลุ่มจึงมีแนวคิด รวบรวมสื่อมวลชนที่รักประชาธิปไตย ร่วมกันทำหน้าที่สื่ออาสา “หมาเฝ้าคูหาเลือกตั้ง” จับทุจริตเลือกตั้ง เมื่อพบการทุจริตให้ส่งต่อข้อมูลเข้ามารวมในโซเชียลมีเดีย ส่งต่อไปยัง กกต. รวมทั้งฟ้องสื่อมวลชนและองค์กรระหว่างประเทศ