“อุลตร้าแมน-อุตตม”ฉายาใหม่ที่ได้มาโดยตั้งใจ ตามภาพหราบนหน้าหนังสือพิมพ์ที่นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม ว่าที่หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ โพสท่าแอ็กชันถ่ายรูปกับแนวร่วมคนรุ่นใหม่เริ่มเล่นบท “นักเลือกตั้งอาชีพ” ได้เนียนขึ้นตามธรรมชาติล้อกับตัวเลข “สวนดุสิตโพล” ประชาชนส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 57 รับได้กับการที่ “นายกฯลุงตู่” บอกสนใจการเมือง และไฟเขียวให้รัฐมนตรีทีมงานพลังประชารัฐสามารถสนับสนุนพรรคการเมืองได้สวนกระแส ขบวนการหมั่นไส้ คสช.ที่ตีปี๊บโห่ไล่ 4 รัฐมนตรีไขก๊อกโพลบ่งบอกว่า ประชาชนส่วนใหญ่รับได้กับการที่ทีมพลังประชารัฐขอสะสางภารกิจทีมเศรษฐกิจรัฐบาล ไปลาออกหลังประกาศพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งในเดือนธันวาคมปลายปีและระหว่างนี้ก็ไม่ได้ห้าม“ตีกินคะแนนนิยม” ตามจังหวะที่กระทรวงการคลังเตรียมปล่อย “โปรโมชัน” ใหม่ มาตรการช่วยเหลือค่าน้ำมันมอเตอร์ไซค์รับจ้าง กวาดแต้มวินทุกตรอกซอกซอยรัฐบาลอัดโปรโมชันที่จับต้องได้ สู้กับอุปาทานหมู่ต้านพรรคทหารในสถานการณ์ที่ “เกมฮั้ว” ของนักการเมืองอาชีพ รวมหัวสกัดเส้นทาง “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ หัวหน้า คสช. เริ่มเห็นเค้าลางความเป็นไปได้ในชาตินี้ ไม่ต้องรอชาติหน้าตอนบ่ายกับปรากฏการณ์ “น้องปู”อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เล่นบท “นางฟ้าผู้ปรานี” ยกโทษ ไม่ติดใจเอาความ สั่งให้ทนายถอนฟ้อง “3 เกลอ” สายล่อฟ้า ทีวีช่องบลูสกาย ประจำค่ายประชาธิปัตย์เป็นบุญคุณมัดคอ นายศิริโชค โสภา อดีต ส.ส.สงขลา นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช และนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่กำลังขาแหย่เข้าคุก คดีหมิ่นประมาท “ว.5 โฟร์ซีซั่นส์”มันเป็นอะไรที่ลากไปถึงดีลเย้ยฟ้าท้านรก “เดอะมาร์ค” นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จูบปากพรรคเพื่อไทย อาศัยลูกข่าย “ทักษิณ” หามขึ้นแท่นนายกรัฐมนตรีพลิกเกมคุมอำนาจประเทศไทย เปิดทาง“นายใหญ่”กลับมาแจมตามจังหวะปูทางนำร่องพันธมิตรต้านทหาร แบบที่ “นักวิชาการเสื้อแดง” อย่างนายชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฟันธงล่วงหน้าหลังสมัครเป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่แทงหวยไม่กลัวหน้าแตก พรรคเพื่อไทยจะชนะเลือกตั้งได้จัดรัฐบาลในห้วงสถานการณ์ที่ “นายใหญ่” อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ย้ายฐานบัญชาการเคลื่อนที่บินมาปักหลักที่ฮ่องกง เปิดคิวให้ลูกข่ายสายตรง สายอ้อม บินไปพบโดยไม่ต้องเกรงอกเกรงใจฝ่ายคุมเกมความมั่นคงเพราะลูกหาบชัก “งง” กับ “คอนเซปต์” แยกกันเดินรวมกันตีแบบที่ผุดยี่ห้อ “เพื่อธรรม” ทีมงานในกำกับของ “เจ๊แดง” นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ เจ้าแม่เมืองเหนือ ทีแรกก็เชื่อว่าเป็นการตั้งพรรค อะไหล่สำรองเผื่อพรรคเพื่อไทยโดนยุบพรรค ล้างน้ำสามแต่ดูตามรูปการณ์ที่ คสช.ปล่อยให้นกแล นกเอี้ยง บินไปหา “นายใหญ่” ได้อย่างเสรี โดยที่ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม บอกเป็นสิทธิที่ทำได้คสช.ก็ไม่ได้จ้องทุบเพื่อไทย ให้แต้มสงสารไหลเข้าเหลี่ยม “ทักษิณ” ที่ดักไว้หรือจะมองในมุมผลพลอยได้จากการผุดป้อมค่ายสำรองมารองรับผู้สมัคร ส.ส.ที่ล้นทะลักจากพรรคเพื่อไทย และเก็บแต้มปาร์ตี้ลิสต์แทนพรรคเพื่อไทยได้ ส.ส.เขตเต็มอัตรา ไม่ได้โควตา ส.ส.บัญชีรายชื่อแต่เมื่อเทียบกับภาพมโนลอยๆในอนาคต กับผลลบที่เกิดขึ้นตรงหน้า สถานการณ์แตกทัพของ “นายใหญ่” ทำให้ลูกแถวเวียนหัวกับยุทธศาสตร์ และนั่นก็ไม่ต้องพูดถึงกองเชียร์สับสน เสียงแตกมีหวังได้ตัดกำลังกันเองจนคะแนนกระจายเละเทะสรุปอ่านไต๋ตามเงื่อนไขสถานการณ์ของการแตกค่าย โดยน้ำหนักความน่าจะเป็นมันอยู่ที่การแก้ปมขบเหลี่ยมเฉือนคมในอาณาจักรการเมืองบริษัท ชินฯ จำกัด ซะมากกว่า“นายใหญ่” ต้องรีบเคลียร์ “ศึกเจ๊” ในอารมณ์ที่ “เจ๊แดง” ไม่มีทางเปิด “ยุ้งข้าว” ให้เจ้าแม่นครบาลอย่าง “เจ๊หน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เสวยอำนาจอารมณ์เดียวกับยี่ห้อ “เพื่อชาติ” ผุดใต้ปีกของ “อ้ายยงยุทธ” นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานสภาฯ สายตรงดูไบ เพื่อเคลียร์ “เฮีย” กับ “เจ๊” ที่ไม่ลงรอยกันเพราะ “ยงยุทธ” ไม่ลงรอยกับ “เจ๊แดง” และไม่เอาด้วยกับ “เจ๊หน่อย”แต่ทั้งหมดทั้งปวง ภายใต้ฉากซับซ้อนกึ่งจริงกึ่งมั่ว อาการที่สะท้อนออกมามันชัดเจนเลยว่า ศึกเลือกตั้งเดิมพันเปลี่ยนผ่านประเทศรอบนี้ “นายใหญ่” รบทุกรูปแบบ รุกทุกทาง จ้องสางแค้นทวงคืนอำนาจไม่ว่า “เพื่อไทย” หรือ “เพื่อธรรม” หรือ “เพื่อชาติ”มันก็ล้วนแต่ “เพื่อทักษิณ” กลับบ้านเท่ๆ.ทีมข่าวการเมือง