การเมืองแบบไทยๆ วันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา ตรงกับวันครบรอบ 12 ปีของ การปฏิวัติรัฐประหาร ครั้งแรก ซึ่งในวันที่ 19 ก.ย.2549 พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ.ในขณะนั้นได้ยึดอำนาจจากรัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร ขณะที่ไปปฏิบัติภารกิจที่ยูเอ็น 12 ปีที่ผ่านมา การเมืองไทย ผ่านวิกฤติมามากมาย จนกระทั่งมีการยึดอำนาจจาก คสช.นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2557 ความเหมือนและความแตกต่างก็คือ คนที่ยึดอำนาจเคยเป็น ผบ.ทบ.ทั้งคู่ พล.อ.สนธิ ไม่รับตำแหน่งนายกฯ เป็นหัวหน้า คมช.อย่างเดียว เสนอให้ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี เป็นนายกฯ แต่ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯควบตำแหน่งหัวหน้า คสช. และมีแนวโน้มว่าจะเดินต่อไปในตำแหน่งนายกฯหลังการเลือกตั้ง ส่วน พล.อ.สนธิ ตั้งพรรคการเมืองชื่อ มาตุภูมิ แต่ก็ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ได้รับเลือกเป็น ส.ส.ก็จริง แต่เสียงไม่พอที่จะสนับสนุนให้เป็นนายกฯต่อไปทางเดินของ พล.อ.ประยุทธ์ จะแตกต่างกับ พล.อ.สนธิอย่างไรก็ตาม เมื่อวิถีประชาธิปไตยขับเคลื่อนก็ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนในรัฐธรรมนูญ พรรคเสียงข้างมากหรือมีเสียงสนับสนุนข้างมากในสภาโหวตเลือกใครเป็นนายกฯก็ถือว่าเป็นมติตามกติกา ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้รับเสียงสนับสนุนในสภาต่อไปก็ไม่สามารถที่จะฝ่าฝืนหลักการของประชาธิปไตยได้ จึงไม่ใช่เรื่องใหญ่หรือเรื่องแปลกถ้า พล.อ.ประยุทธ์ จะเดินตามวิถีประชาธิปไตยเหมือนกับนักการเมืองคนอื่นๆ ถ้าชาวบ้านรักชาวบ้านชอบก็อาจจะเลือก พรรค พล.อ.ประยุทธ์ ให้มากที่สุดเพื่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ถ้ารักหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็เลือก ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ให้มาก หรือถ้ายังรัก ทักษิณ ชินวัตร ก็เลือกพรรคเพื่อไทยให้มาก แฟร์กับทุกฝ่ายไหนๆพูดถึง ทักษิณ ก็ต้องพูดถึงการโพสต์เฟซบุ๊กในโอกาสครบรอบ 12 ปี การปฏิวัติรัฐประหาร เปรียบเทียบสภาพเศรษฐกิจ ความเป็นอยู่ของประชาชน ระบบการศึกษา ระบบราชการ การสาธารณสุข กระบวนการยุติธรรม ศักดิ์ศรีของประเทศและความภาคภูมิใจ รอยยิ้มของคนไทย ยิ้มสยาม ที่หายไปนอกจากนี้ ทักษิณ ยังตัดพ้อถึงโชคชะตาที่ต้องสูญเสียความเป็นครอบครัว ตบท้ายด้วยการขอบคุณประชาชนที่ยังไม่ลืม และขออโหสิกรรมให้กับทุกคนที่ให้ร้ายและกลั่นแกล้งถ้าในมุมการเมืองโพสต์ดังกล่าวคงเรียกคะแนนสงสารจากแฟนคลับให้กับทักษิณได้สมน้ำสมเนื้อโดยเฉพาะในช่วงการเมืองหัวเลี้ยวหัวต่อ ส่วนคนที่ไม่ชอบทักษิณอยู่แล้วก็คงจะสมน้ำหน้า นานาจิตตังสิ่งที่คนไทยต้องได้สติก็คือ เหตุการณ์ในอดีตจะไม่มีทางเกิดขึ้นในประเทศไทยเด็ดขาด ถ้าคนไทยยังมีสติและเข้าใจระบอบประชาธิปไตยอย่างถ่องแท้ รวมทั้งนักการเมือง องค์กรอิสระ ต้องเคารพกติกาในระบอบประชาธิปไตยด้วย ถ้าการชุมนุมประท้วงใช้ความรุนแรงจนควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ ประเทศไทยก็คงเกิดสงครามกลางเมืองไปแล้ว ถ้ากองทัพไม่เข้ามารักษาความสงบวันนี้ประเทศไทยคงเสียหายหนัก คนไทยทำร้ายกันเองจะไปโทษใครได้.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th