ได้ฤกษ์คิกออฟ โครงการกองทุนหมู่บ้านปีที่ 3 รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใจปํ้าจ่ายเงินกองทุนให้หมู่บ้านละ 3 แสนบาท เพื่อให้เป็นทุนทำธุรกิจในชุมชนหมู่บ้าน พัฒนาไปสู่ความยั่งยืน โดยไม่ต้องพึ่งพาเงินอุดหนุนเป็นครั้งคราว แต่ทำให้หมู่บ้านชุมชนยืนด้วยลำแข้งของตัวเอง เป็นการแก้ไขปัญหาในระยะยาว ที่แตกต่างจาก นโยบายประชานิยม ลดแลกแจกแถม เป็นการแก้ไขปัญหาชั่วคราวเท่านั้นแม่งาน สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ได้พูดถึงแนวทางการพัฒนา โครงการประชารัฐ กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองตามศาสตร์พระราชา เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืนเอาไว้ว่า รัฐบาลชุดนี้มีความเชื่อมั่นว่า ความซื่อสัตย์ของพี่น้องกองทุนหมู่บ้านจะไม่ใช้เงินแบบทุจริต ผิดวัตถุประสงค์ ในปีแรกที่เริ่มดำเนินการไปแล้วโดยให้ทุนหมู่บ้านละ 5 แสนบาท ทำธุรกิจหมุนเวียนในหมู่บ้านชุมชนเริ่มเห็นผลในระดับหนึ่ง ต่อมาปีที่ 2 ได้จัดเงินกองทุนให้อีกหมู่บ้านละ 2 แสนบาท ในปีที่ 3 ได้จัดสรรให้อีกหมู่บ้านละ 3 แสนบาท เพื่อที่จะทำให้วัตถุประสงค์ของโครงการกองทุนหมู่บ้านประชารัฐไปถึงเป้าหมาย มีความเข้มแข็งและสามารถที่จะบริหารจัดการพึ่งพาตัวเองได้ โดย ผอ.กองทุนหมู่บ้าน นที ขลิบทอง ได้คัดเลือกโครงการกองทุนหมู่บ้านตัวอย่าง 5-10 โครงการ นำไปเสนอให้กับ ครม.ได้เห็นถึงความสำเร็จ ทำให้สินค้ามีมูลค่าเพิ่ม มีคุณภาพ จนในที่สุดก็สามารถก้าวข้ามอุปสรรคต่างๆไปได้ อย่างไรก็ตาม ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ ที่ขายสินค้าผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมีสมาชิกถึง 11.4 ล้านคน มีร้านค้าที่โครงการกองทุนหมู่บ้านเข้าร่วมโครงการร้านธงฟ้าประชารัฐด้วยประมาณ 1 หมื่นร้าน ในขณะนี้ดำเนินการไปได้แล้ว 2 พันหมู่บ้าน ซึ่งถ้าทำได้ครบตามเป้าหมาย จะเป็นการสอดคล้องกับ โครงการประชารัฐทั้งระบบ ที่จะเกื้อหนุนกันได้เป็นอย่างดีของดีประจำชุมชนต่างๆจะถูกนำมาจำหน่ายในร้านธงฟ้าเหล่านี้ เช่น กะปิระนอง ที่มีคุณภาพและรสชาติดี ประสานงานนำสินค้ามาจำหน่ายในร้านธงฟ้าจำนวน 500 สาขา สามารถขายสินค้าในวันเดียวถึง 7 แสนกว่าออเดอร์ บางธุรกิจก็มีอนาคตที่สดใสได้รับความสนใจจากนักลงทุนที่จะเข้ามาซื้อธุรกิจเพื่อนำไปดำเนินการต่อไปความรู้สึกของประชาชนที่เคยชินกับ โครงการประชานิยม ที่จะได้รับประโยชน์จากรัฐทันทีเห็นเป็นตัวเงิน 1,000-2,000 บาทต่อครอบครัว แต่ไม่ได้นำไปสานต่อในการทำประโยชน์ เม็ดเงินของรัฐที่ลงไปสู่ประชาชนก็ไม่มีการหมุน เมื่อเงินไม่หมุนในระบบเศรษฐกิจก็เท่ากับเป็นการสูญเปล่าระหว่างการตั้งความหวังเอาไว้กับรัฐ ที่จะต้องชดเชยช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลากับการสร้างอาชีพสร้างงานในระยะยาวเพื่ออนาคตของลูกหลานในวันข้างหน้า พ้นจากความยากจน คงไม่ต้องเปรียบเทียบความมั่นคงและยั่งยืนระหว่างประชารัฐกับประชานิยมให้เมื่อยตุ้ม.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th