ในที่สุดที่ประชุม คสช. ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. เป็นประธาน ก็เห็นชอบในหลักการให้ช่วยเหลือทีวีดิจิทัลที่เหลืออยู่ 22 ช่อง จาก 24 ช่อง เพื่อต่อลมหายใจไปอีกระยะหนึ่ง ตามข้อเสนอของ ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ในอนาคตจะเหลือรอดกี่ช่องยังไม่รู้ เพราะการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีสื่อมาเร็วมาก ทำให้ผู้ชมสื่อโทรทัศน์มีทางเลือกที่มากขึ้น แทนที่จะชมผ่านโทรทัศน์เพียงสื่อเดียวพล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกสำนักนายกฯ แถลงว่า ที่ประชุม คสช.มีข้อสรุปในหลักการให้ความช่วยเหลือทีวีดิจิทัล 3 ประการ คือ1. อนุญาตให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลพักชำระหนี้ได้ 3 งวด สำหรับการชำระงวดที่เหลือของปี 2561-2565 (ประมาณ 17,000 ล้านบาท ชำระไปแล้วประมาณ 33,000 ล้านบาท) เพื่อให้ผู้ประกอบการมีกำลังเงินไว้ดำเนินธุรกิจต่อไป แต่ในระหว่างการพักชำระหนี้ ต้องจ่ายดอกเบี้ยตามอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ 1.50% ต่อปี ซึ่งเป็นดอกเบี้ยที่ถูกที่สุดในประเทศไทย หาจากที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว2.ให้ กสท.ช่วยจ่ายค่าโครงข่ายที่เปลี่ยนจากระบบอนาล็อกเป็นระบบดิจิทัล ให้แก่ผู้ให้เช่าโครงข่ายซึ่งมี อสมท ช่อง 5 ไทยพีบีเอส แทนทีวีดิจิทัล 22 ช่อง ในอัตราร้อยละ 50 ของค่าเช่า เป็นเวลา 2 ปี ที่เหลืออีกร้อยละ 50 ให้ผู้ประกอบการเป็นผู้ชำระเอง3.อนุญาตให้มีการโอนใบอนุญาตผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลได้ (ขายใบอนุญาตได้) เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายอื่นที่สนใจ เข้ามาดำเนินธุรกิจนี้ในอนาคต โดยต้องมีการหารือในรายละเอียดกับ กสทช.เป็นรายๆไป เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาอีก และผู้ประกอบการรายใหม่จะต้องมีคุณสมบัติเช่นเดียวกับผู้เข้าประมูลมาตรการช่วยเหลือทีวีดิจิทัลทั้ง 3 ข้อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องตัดสินใจให้ทันต้นเดือนพฤษภาคนนี้ เพื่อให้ทันการชำระเงินงวดกลางเดือนพฤษภาคม ซึ่งจะช่วยบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นเป็นลูกโซ่ เช่น การลดพนักงาน หรือ ขาดทุนจนดำเนินธุรกิจต่อไปไม่ได้ กลายเป็นหนี้เสียของธนาคารแต่ที่ หายเงียบเข้ากลีบเมฆไปเลย ก็คือ กสทช. ที่จัดให้มีการประมูลทีวีดิจิทัลถึง 24 ช่องโดยไม่ฟังเสียงคัดค้าน จนสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจมากมาย จนถึงวันนี้ก็ยังไม่ทุเลา ทำให้เป็นปัญหายืดเยื้อมาหลายปี จน คสช.ต้องเข้ามาช่วยแก้ปัญหา ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะไปตลอดรอดฝั่งได้กี่ช่องในอนาคต เพราะสายป่านสั้นลงไปทุกทีแล้วผมได้เขียนคัดค้าน การเร่งเปลี่ยนผ่าน จาก ทีวีอนาล็อก ไปสู่ ทีวีดิจิทัล แบบทันทีของ กสทช. โดยใช้จ่ายเงินอย่างฟุ่มเฟือย ทั้งที่ยังไม่มีความพร้อมในทุกด้าน มีการใช้งบประมาณมหาศาลไปซื้อจานดาวเทียมแจก อ้างว่าคืนความสุขให้ประชาชน จนถึงวันนี้ก็ยังเหลือในสต๊อกบานเบอะ โดยไม่มีใครรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นผมได้ยกตัวอย่างประเทศที่พัฒนาแล้ว กว่าจะเปลี่ยนผ่านไปสู่ทีวีดิจิทัลได้ ต้องใช้เวลาหลายปี บางประเทศใช้เวลาเปลี่ยนผ่าน 10 กว่าปี แม้จะเป็นเจ้าของเทคโนโลยีทีวีดิจิทัลก็ตาม เช่น ญี่ปุ่น เพื่อให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องไม่เสียหายทันที โดยเฉพาะผู้ชมที่ผมรู้สึกรับไม่ได้เลยก็คือ ระบบการออกอากาศของทีวีดิจิทัล 24 ช่อง แทนที่ กสทช.จะใช้ ระบบการออกอากาศผ่านดาวเทียม เหมือนประเทศอื่น เพื่อให้ผู้ชมสามารถรับชมได้ทั่วประเทศพร้อมกัน กสทช.กลับใช้การถ่ายทอดแบบเก่า ผ่านจานถ่ายทอดบนเสา แบบเดียวกับการถ่ายทอดทีวีอนาล็อกเดิม เรียกว่า MUX ทำให้ผู้ชมทั่วประเทศไม่สามารถรับชมทีวีดิจิทัลได้อย่างทั่วถึงจนถึงทุกวันนี้ แม้จะเอางบกว่าหมื่นล้านไปซื้อจานแจกแล้วก็ตามไหนๆ คสช. ก็ตัดสินใจจะช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลที่เหลือ 22 ช่องแล้ว ก็ช่วยหาคนรับผิดชอบใน กสทช.มารับผิดชอบความเสียหายด้วย ก็จะดีไม่น้อย ไม่ใช่ลอยนวลกันไปตามสบาย.“ลม เปลี่ยนทิศ”