“อีโอดี” วิ่งวุ่นเก็บกู้อุตลุด หลัง 2 หนุ่มปัตตานีคายความลับ วางบึมไว้ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต 3 ลูก ถูกทำลายทิ้งในสนามบิน 1 ลูก ส่วนอีก 2 ลูก ระดมค้นหาวุ่น ผงะพบอยู่ชายหาดป่าตอง แหล่งสถานบันเทิงดัง กับแหลมพรหมเทพ แลนด์มาร์กจุดชมวิวก้องโลก ส่วน จ.กระบี่ พบระเบิดยัดกระป๋องถั่ว ซุกประติมากรรมไม้มะหาด 1 ลูก และยัดใส่กระบอกสเตนเลสเก็บความเย็นฝังทรายชายหาดนพรัตน์ธาราอีก 2 ลูก พร้อมยึดรถ จยย.ที่พรรคพวกคนร้ายขี่มาจากจังหวัดชายแดนใต้ จอดทิ้งหลังมัสยิดกลางจังหวัดกระบี่ ส่งตรวจดีเอ็นเอหาความเชื่อมโยงฝีมือกลุ่มไหน “บิ๊กอ้วน” ไม่ยืนยันเป็นระเบิดจริงหรือไม่ รอพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบแน่ชัด วอนใช้ดุลพินิจนำเสนอข่าว หวั่นกระทบการท่องเที่ยวขบวนการก่อการร้ายขยายผลสร้างสถานการณ์ ป่วนเมืองท่องเที่ยวชั้นนำของเมืองไทย กรณีตำรวจพังงา จับนายมูหามะ วาเด็ง อายุ 29 ปี กับนายสุไลมาน กาซา อายุ 27 ปี ชาว จ.ปัตตานี พร้อมตัวจุดชนวนระเบิด เค้นสอบจนรับสารภาพนำระเบิดไปวางไว้ 3 จุด ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดดีโอดี พบวัตถุต้องสงสัยซุกรถ จยย.จอดอยู่ในลานจอดรถ จยย.สนามบินภูเก็ต ยิงทำลายไปแล้ว 1 ลูก ส่วนอีก 2 ลูกเร่งระดมค้นหา ขณะเดียวกันมีรายงานคนร้ายยังลอบวางระเบิดไว้ในพื้นที่ จ.กระบี่ อีกหลายลูกด้วยหลังได้ข้อมูลยังเหลือระเบิดอีก 2 ลูก ที่คนร้ายวางไว้ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) ภาค 8 ชุดอีโอดี ภ.จ.ภูเก็ต พร้อมสุนัขดมกลิ่น K9 และชุดสืบสวน ภาค 8 นำกำลังลงพื้นที่ค้นหาอย่างต่อเนื่อง เกรงเกิดความไม่ปลอดภัยต่อประชาชน รวมทั้งนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติต่อมาเวลา 11.00 น. วันที่ 26 มิ.ย. เจ้าหน้าที่อีโอดี ภ.จ.ภูเก็ต ชุดสืบสวน ภาค 8 และชุดสืบสวน สภ.ป่าตอง ได้ปิดกั้นพื้นที่ด้านหลังโรงแรมแห่งหนึ่งริมหาดป่าตอง ถนนทวีวงศ์ ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ห่างจากป้อมตำรวจบางลา ราว 100 เมตร หลังนำสุนัขดมกลิ่น K9 เข้าตรวจสอบ พบวัตถุต้องสงสัยถูกฝังไว้ใต้ผืนทรายบริเวณชายหาดเจ้าหน้าที่ได้ห้ามประชาชนและนักท่องเที่ยว เข้าไปบริเวณดังกล่าวในรัศมีกว่า 20 เมตร เมื่อตรวจสอบแน่ชัดว่าวัตถุต้องสงสัยสามารถยิงทำลายได้ เจ้าหน้าที่อีโอดีได้ใช้ปืนแรงดันสูงยิงทำลายทิ้ง เสียงดังสนั่นบริเวณโดยรอบ หลังมั่นใจได้ว่าวัตถุดังกล่าวไม่มีปฏิกิริยาใดๆแล้ว ได้ให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จ.ภูเก็ต เข้าตรวจที่เกิดเหตุและเก็บรวบรวมเศษซากชิ้นส่วนกลับไปตรวจสอบหาที่มาที่ไปของวัตถุดังกล่าวที่แหลมพรหมเทพ ต.ราไวย์ อ.เมืองภูเก็ต แลนด์มาร์กจุดชมวิวพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าชื่อก้องโลก เจ้าหน้าที่ชุดอีโอดี ภ.จ.ภูเก็ต ชุดอีโอดี ภาค 8 ชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จ.ภูเก็ต ชุดสืบสวน บก.สส.ภ.8 และ สภ.ฉลอง ร่วมตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยคล้ายถังดับเพลิงแบบพกพาหรือกระป๋องสีสเปรย์ ซุกซ่อนใต้โขดหินหน้าผาแหลมพรหมเทพ ใกล้ทางเดินเท้าริมทะเล มองเห็นได้ชัดเจนเมื่อก้มตัวลงไปดู แต่ถ้านักท่องเที่ยวมานั่งชมวิวที่ขอบคอนกรีตด้านบน จะมองไม่เห็นวัตถุดังกล่าว หลังชุดอีโอดีตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยเบื้องต้นแล้ว เชื่อว่าไม่สามารถทำปฏิกิริยาใดๆได้ มีเพียงแค่แผงวงจรตัวเลขที่เชื่อมติดไว้ เจ้าหน้าที่ได้ยิงทำลายทั้งหมด 5 ครั้ง ไม่มีการระเบิดเกิดขึ้น มีเพียงเสียงจากการยิงทำลายเล็กน้อยเมื่อมั่นใจทุกอย่างปลอดภัย ได้เข้าเก็บกู้วัตถุดังกล่าวก่อนให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเก็บพยานหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์รอบที่เกิดเหตุ และนำวัตถุดังกล่าวไปตรวจสอบอย่างละเอียดที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน ภาค 8จ.กระบี่ เวลาไล่เลี่ยกัน พล.ต.ต.เลิศชาย จำปาทอง ผบก.สส.ภ.8 นำชุดอีโอดี กก.สส.จ.กระบี่ ชุดอีโอดี บช.ภ.8 พร้อมสุนัขตำรวจ ตชด. เข้าตรวจสอบจุดท่องเที่ยวและแลนด์มาร์กสำคัญของ จ.กระบี่ หลัง 2 ผู้ต้องหาชาว จ.ปัตตานี บอกว่าได้มาเข้าพักใน จ.กระบี่ ก่อนจะลงไปในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ต่อมาชุดอีโอดีตรวจพบวัตถุระเบิดบริเวณประติมากรรมไม้มะหาด เขตเทศบาลเมืองกระบี่ ห่างจากป้อมตำรวจจราจรเมืองกระบี่ เพียง 50 เมตร พบระเบิดแสวงเครื่องต่อชนวนกับนาฬิกาตั้งเวลาไว้ 154 วัน 21 ชั่วโมง ซุกในกระป๋องถั่วยี่ห้อหนึ่งซ่อนอยู่ในซอกงานประติมากรรมขณะเดียวกันพบรถ จยย.ต้องสงสัยตามคำให้การ ของผู้ต้องหา เป็นรถ จยย.ฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน ทะเบียน 6 กบ 5500 กรุงเทพมหานคร ถูกจอดทิ้งไว้ด้านหลังมัสยิดกลางประจำ จ.กระบี่ ชุดอีโอดีเข้าตรวจสอบไม่พบวัตถุระเบิดที่รถคันดังกล่าว คาดว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุ น่าจะนำมาจอดทิ้งไว้ เพื่อเตรียมใช้ก่อเหตุ ตรวจยึดไปตรวจสอบอย่างละเอียดว่าเป็นรถของใคร โจรกรรมมาหรือไม่ พร้อมเก็บหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ทั้งลายนิ้วมือแฝงและดีเอ็นเอ หาความเชื่อมโยงกับกลุ่มคนร้าย สำหรับรถ จยย.คันนี้พยานระบุมีคนขี่เข้ามาจอดทิ้งไว้ตั้งแต่คืนวันที่ 24 มิ.ย. และเป็นที่น่าสังเกตว่าเป็นรถ จยย.รุ่นเดียวกับที่คนร้ายขี่ไปจอดไว้ในสนามบินภูเก็ต คนร้ายเจาะจงรถทะเบียนกรุงเทพมหานคร เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากเจ้าหน้าที่ด่านตรวจ เนื่องจากหากเป็นทะเบียนหมวดจังหวัด ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อถูกนำออกนอกพื้นที่จะเป็นที่สังเกตเห็นได้ชัด ทำให้ถูกตรวจสอบเข้มงวดต่อมาชุดอีโอดีตรวจสอบบริเวณป้ายชื่อหาดนพรัตน์ธารา ลานที่ทำการอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ พบระเบิดแสวงเครื่องประกอบพร้อมทำงาน 1 ชุด ตั้งเวลาจุดชนวนไว้ 118 วัน บรรจุอยู่ในกระบอกสเตนเลสเก็บความเย็นฝังทรายไว้ ห่างกัน 40 เมตร พบกระบอกสเตนเลสเก็บความเย็นลักษณะเดียวกันอีก 1 ใบ ถูกฝังทรายไว้เช่นกัน ชุดอีโอดีเข้าตรวจสอบพบระเบิดถูกประกอบแล้วอีก 1 ชุด ตั้งเวลาไว้ 118 วัน เช่นกัน เจ้าหน้าที่คาดว่ายังมีอีกอย่างน้อย 2 จุด ที่คนร้ายนำระเบิดไปซุกซ่อนไว้ กำลังเร่งตรวจค้นอย่างละเอียดจากข้อมูลการข่าวของทหารกองทัพภาค 4 คาดว่าอุปกรณ์ประกอบระเบิดที่ตรวจพบในพื้นที่ จ.กระบี่ ทั้ง 3 ลูก กลุ่มผู้ไม่หวังดีน่าจะนำมาซุกซ่อนไว้ เพื่อรอกลับมาประกอบหลังเสร็จภารกิจในพื้นที่ จ.ภูเก็ต แต่โชคดีที่ตำรวจ จ.พังงา สกัดจับ 2 ผู้ต้องหาชาวปัตตานี พร้อมยึดตัวจุดชนวนระเบิดได้ก่อน จากนั้นขยายผลสืบสวนสอบสวนจนทราบข้อมูลสำคัญว่ามีระเบิดอีกหลายลูกถูกซุกซ่อนไว้ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต และ จ.กระบี่ ดังกล่าวส่วนสาเหตุที่ตั้งเวลาไว้นานหลายเดือน คาดว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุน่าจะตั้งใจให้ระเบิดทำงานพร้อมกันหลายจุดในช่วงไฮซีซันของฤดูกาลท่องเที่ยว ที่ปกติจะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวยุโรป เข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่ทั้ง 2 จังหวัดจำนวนมาก หรืออาจเป็นไปได้ว่า คนร้ายยังประกอบระเบิดไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์ ยังไม่ได้ตั้งเวลาที่แน่นอนให้ชัดเจน เนื่องจากมีระเบิดลูกหนึ่งในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ถูกตั้งเวลาให้ระเบิดในวันที่ 4 ก.ค. ตรงกับวันชาติสหรัฐอเมริกา อาจเป็นไปได้ว่าเป้าประสงค์ของคนร้าย แค่ต้องการข่มขู่หรือแสดงสัญลักษณ์ในวันสำคัญเท่านั้น รวมทั้งดินขับระเบิดที่ใช้ในครั้งนี้มีปริมาณน้อย มีอานุภาพต่ำ หากเกิดการระเบิดจะไม่รุนแรงมากหรือส่งผลกระทบเป็นวงกว้างที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีคนร้ายนำรถ จยย.ติดตั้งวัตถุระเบิดไปจอดที่ลานจอดรถสนามบินภูเก็ตว่า ที่ จ.ภูเก็ต ยังไม่ได้ยืนยันเป็นเหตุการณ์อะไร มีเพียงแค่พลเมืองดีแจ้งมาว่าพบรถ จยย.ต้องสงสัย เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ นำสารประกอบและชิ้นส่วนให้กองพิสูจน์หลักฐานนำไปตรวจพิสูจน์ ตอนนี้ยังไม่มีอะไรมากไปกว่านี้ เมื่อถามว่าสารที่พบในรถ จยย.เป็นสารที่เกี่ยวกับการทำระเบิดหรือไม่ นายภูมิธรรมตอบว่า ต้องรอการพิสูจน์จากกองพิสูจน์หลักฐานเมื่อถามว่าเหตุการณ์นี้กระทบต่อการท่องเที่ยว จ.ภูเก็ต หรือไม่ นายภูมิธรรมตอบว่า มันยังไม่ใช่ หากไปบอกว่ามันเป็นนู่นเป็นนี่ จะเป็นการสร้างกระแสที่ทำให้มันมีปัญหาได้ ยืนยันว่าไม่มีอะไรที่เป็นเรื่องนั้น เมื่อถามว่าการข่าวด้านความมั่นคงได้รายงานหรือไม่ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการก่อเหตุใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ นายภูมิธรรมตอบว่า จ.ภูเก็ต ไม่ค่อยมีปัญหาเชื่อมโยงกับ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะฉะนั้นการไปโยงเรื่องนี้ มันมีแต่เสียประโยชน์ของประเทศมากกว่าที่สร้างความหวาดกลัวอะไรต่างๆ อยากให้ใช้ดุลพินิจในการลงข่าวให้ชัดเจนมากขึ้น อย่าไปคาดการณ์ เพราะการคาดการณ์มันจริงหรือไม่จริง เราไม่รู้ แต่มันเสียหายไปก่อนแล้ว อยากให้ใช้ดุลพินิจด้วยอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่