ชุดสืบสวน “บช.ปส.” นำกำลังชุดสยบไพรี 43 ตรวจค้นร้านขาย จยย.บิ๊กไบค์ ตรวจยึดบิ๊กไบค์ 39 คัน และรถยนต์หรูอีก 2 คันมูลค่ากว่า 40 ล้านบาท ขยายผลจากการจับกุมขบวนการลำเลียงยาไอซ์ 455 กก. จากชายแดนแม่น้ำโขง จ.นครพนม เตรียมส่งลงใต้ พบ 1 ใน 4 ผู้ต้องหาเป็นน้องชายและหุ้นส่วนร้านดังกล่าว พี่ชายยันเป็นเจ้าของร้านเพียงคนเดียว น้องชายแค่พนักงาน ยินดีให้ข้อมูลพิสูจน์ความบริสุทธิ์บช.ปส.เปิดปฏิบัติการตรวจค้นยึดทรัพย์ขบวนการยาเสพติดรายใหญ่ เปิดเผยขึ้นที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 19 พ.ย. พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้ช่วย ผบ.ตร. (ปป 6) พล.อ.วรเกียรติ รัตนานนท์ เลขาธิการ กอ.รมน. พล.ท.อภิเชษฐ์ ซื่อสัตย์ แม่ทัพ ภาคที่ 3/ผอ.ศอ.ปส.ชน. นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบช.ปส. พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.นพดล ศรสำราญ รอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.สุศักดิ์ ปรักกมะกุล รอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.อนุภาพ ศรีนวล รอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง ผบก.ปส.1 พล.ต.ต.วัชรินทร์ บุญคง ผบก.ปส.2 และเจ้าหน้าที่หน่วยปราบปรามยาเสพติด ประเทศสหรัฐอเมริกา (DEA) ประจำประเทศไทย ร่วมแถลงข่าวจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรวม 14 คดีคดีสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเวลา 04.00-12.00 น.วันที่ 15 พ.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สกส.บช.ปส. บก.ปส.2 ภ.จ.นครพนม และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. จับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญ ผู้ต้องหา 4 คน ประกอบด้วย 1.นายธนัทภัทร หรือเอ็ม หรือพี ตาลเจริญ อายุ 27 ปี 2.นายคมสรรค์ หรือแบงก์ โพธิโสโนทัย อายุ 28 ปี นายวุฒิพงศ์ สุราฤทธิ์ อายุ 41 ปี และ 4.นายนิรันดร์ ทองกัลยา อายุ 33 ปี พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาไอซ์) 14 กระสอบหนักประมาณ 455 กก. ยาไอซ์ 15 กรัม และยาอี 50 เม็ด ตรวจยึด เพิ่มเติมที่ห้องเลขที่ 3307 ชั้น 3 อาคารพีเคแอลดี คอร์ท ซอยประชาสงเคราะห์ 27 แขวงและเขตดินแดง กทม.ของนายธนัทภัทร รถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์สีดำ รถยนต์ฮอนด้า ซิตี้ สีขาว รถยนต์มาสด้า สีดำ รถยนต์ฮอนด้า เอชอาร์วี ปืน.380 ซองกระสุน และเครื่องกระสุน 9 นัด ซองปืนหนังสัตว์แบบพกโทรศัพท์มือถือ 6 เครื่อง และแท็บเล็ต 1 เครื่อง กล่าวหาผู้ต้องหาที่ 1-4 ร่วมกับพวกที่หลบหนีมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาต และแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมผู้ต้องหาที่ 2 พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในที่สาธารณะฯ สืบเนื่องจากตำรวจ บก.สกส.บช.ปส.รับแจ้งจากสายลับว่า มีกลุ่มผู้ลักลอบลำเลียงยาเสพติดของนายคมสรรค์ พร้อมพวกภูมิลำเนาอยู่ จ.ราชบุรี ร่วมกัน ลักลอบขนส่งและลำเลียงยาเสพติด ใช้เส้นทางชายแดนริมฝั่งแม่น้ำโขง พื้นที่ อ.ท่าอุเทน และ อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม ไปส่งมอบให้ลูกค้าพื้นที่ จ.ปัตตานี ต่อมาวันที่ 15 พ.ย. จับกุมนายคมสรรค์และนายวุฒิพงศ์ ผู้ต้องหาที่ 2-3 ริมถนนมิตรภาพ หลัก กม.267+300 ต.หนองแวงนางเบ้า อ.พล จ.ขอนแก่น พร้อมของกลางยาไอซ์ 455 กก. ตรวจยึดรถอีซูซุ ดีแมกซ์ สีดำ บริเวณชวนชมรีสอร์ต เลขที่ 148 ต.เมืองพล อ.พล จ.ขอนแก่น ระหว่างแสดงตัวขอตรวจค้นนายวุฒิพงศ์พยายามขับรถหลบหนีใช้ปืนยิงเข้าใส่เจ้าหน้าที่และขับรถพุ่งชนรถเจ้าหน้าที่เสียหาย 3 คัน ต่อมาจับกุมนายนิรันดร์ ผู้ต้องหาที่ 4 พร้อมรถยนต์ฮอนด้า ซิตี้ สีขาว บริเวณลานจอดรถปั๊มน้ำมัน ปตท. หลัก กม.100 ถนนพหลโยธินขาเข้า ต.หนองยาว อ.เมืองสระบุรี และจับกุมนายธนัทภัทร ผู้ต้องหาที่ 1 บริเวณล็อบบี้ โรงแรมอาร์ทู โฮเต็ล เลขที่ 234 ต.ท่าค้อ อ.เมืองนครพนมหลังแถลงข่าว พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบช.ปส. พล.ต.ต.อนุภาพ ศรีนวล รอง ผบช.ปส. และ พล.ต.ต.ปรัชญา ประสานสุข ผบก.ภ.จ.ราชบุรี พร้อมกำลังชุดสยบไพรี 43 เข้าตรวจค้นร้านเบสต์ ซุปเปอร์ไบค์ พื้นที่หมู่ 11 ต.หนองอ้อ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี พล.ต.ท.ชินภัทร เผยว่า การลงพื้นที่วันนี้เป็นผลจากปฏิบัติการยุทธการสยบไพรีปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมาย ปราบปรามยาเสพติด และยึดทรัพย์ขบวนการค้ายาเสพติด ตามนโยบายนายกรัฐมนตรี บุคคลเหล่านี้อาจอาศัยสถานการณ์ทางการเมืองลักลอบขนยาเสพติด เวลานี้ทะลักเข้ามามาก ต้องสืบสวนจับกุมให้ได้มากที่สุด กรณีนี้จับกุม นายคมสรรค์หรือแบงก์ โพธิโสโนทัย อายุ 28 ปี พร้อมของกลางยาไอซ์ 455 กก. ขยายผลพบว่า นายคมสรรค์ เป็นน้องชายเจ้าของร้านและเป็นหุ้นส่วนร้านขายรถบิ๊กไบค์แห่งนี้ จึงมาตรวจยึดและอายัดทรัพย์ ได้แก่ จยย.บิ๊กไบค์ 39 คัน และรถยนต์หรู 2 คัน รวมมูลค่ากว่า 40 ล้านบาทด้านเจ้าของร้านเบสต์ ซุปเปอร์ไบค์ เผยว่า เปิดร้านจำหน่ายรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์มาแล้วกว่า 10 ปี ตนเป็นเจ้าของเพียงผู้เดียว ส่วนนายคมสรรค์น้องชายเป็นเพียงพนักงานในร้านเท่านั้น และไม่ทราบพฤติกรรมของน้องชาย สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนยินดีร่วมมือให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ และพร้อมพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง แม้ว่าจะได้รับความเสียหายและผลกระทบต่อธุรกิจก็ตาม