ข่าว
100 year

ฟื้นตำนานวีรกรรมปราบฮ่อ ความภูมิใจ “ชาวหนองคาย”

ไทยรัฐฉบับพิมพ์4 มี.ค. 2563 05:01 น.
SHARE

(ภาพ) ขบวนแห่ หลวงพ่อพระสุก พระเสริม พระใส บอกเล่าเรื่องราวของพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง ปัจจุบัน พระสุก จมอยู่ในน้ำโขง พระเสริม ประดิษฐานอยู่ที่วัดประทุมวนาราม พระใส ประดิษฐานอยู่ที่วัดโพธิ์ชัยพระอารามหลวง จ.หนองคาย.

ในแต่ละจังหวัดจะมีการจัด “งานกาชาดประจำปี” เป็นงานที่คนในจังหวัดเฝ้ารอ เพราะนอกจากจะได้ร่วมทำบุญกุศล และสนุกสนานเพลิดเพลินกับกิจกรรมต่างๆที่สะท้อนประวัติศาสตร์สำคัญของจังหวัด

สำหรับ จังหวัดหนองคาย ได้กำหนดวันที่ 5-13 มีนาคมของทุกปี จัดงาน “ฉลองอนุสาวรีย์ปราบฮ่อ ใต้ร่มพระบารมี เมืองหนองคาย และงานกาชาด” ที่บริเวณลานหน้าอนุสาวรีย์ปราบฮ่อ อ.เมืองหนองคาย

เหล่านักแสดง “ตำนานสงครามปราบฮ่อ” ในงาน “ฉลองอนุสาวรีย์ปราบฮ่อ ใต้ร่มพระบารมี เมืองหนองคาย และงานกาชาด” ขอบคุณผู้ชมและจุดพลุที่สุดแสนสวยงามยิ่งใหญ่อลังการ โดยปีนี้เป็นการฉลอง 193 ปี จัดวันที่ 5-13 มี.ค.2563.

มีหลากหลายกิจกรรมภายในงาน และหนึ่งในนั้นไฮไลต์สำคัญที่ทุกคนเฝ้ารอก็คือ การแสดงประกอบแสงเสียง “ตำนานสงครามปราบกบฏฮ่อ” จัดโดย อบจ.หนองคาย มี นายยุทธนา ศรีตะบุตร นายก อบจ.หนองคาย เป็นแม่งานหลักรับผิดชอบในทุกด้าน

นายยุทธนา ศรีตะบุตร นายก อบจ.หนองคาย กล่าวว่า แรกเริ่มนั้น เมื่อปี 2553 สมัย นายคมสัน เอกชัย เป็น ผวจ.หนองคาย มีความต้องการสร้างกิจกรรมขึ้นมา เพื่อเป็นศูนย์กลางความรัก สามัคคี ให้กับประชาชนชาวหนองคายในงานกาชาด

นายยุทธนา ศรีตะบุตร นายก อบจ.หนองคาย ในฐานะผู้อำนวยการสร้าง มอบของที่ระลึกขอบคุณ พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ จำรัสประเสริฐ รอง ผบก.ภ.จ. หนองคาย รับบท พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม.

อบจ.หนองคาย ได้หารือกับ นายยอดยิ่ง ราชตั้งใจ นักวัฒนธรรมชำนาญการ สนง.วัฒนธรรมจังหวัดหนองคาย ซึ่งเป็นผู้กำกับการแสดงประกอบแสง เสียง และมีความเห็นตรงกันว่า “อนุสาวรีย์ปราบฮ่อ” เป็นความภาคภูมิใจของชาวหนองคาย จึงได้เขียนบทการแสดงโดยยึดเอาประวัติศาสตร์ ที่ถูกต้องให้มากที่สุด

เป็นที่มาของการแสดงประกอบแสงเสียง “ตำนานสงครามปราบกบฏฮ่อ” ทำการแสดงเรื่อยมา จนถึงปีนี้เป็นปีที่ 11 มีการปรับปรุงให้การแสดงครบถ้วน สมบูรณ์ ถูกต้องตามหลักประวัติศาสตร์

พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ จำรัสประเสริฐ รอง ผบก.ภ.จ.หนองคาย และข้าราชการ ชั้นผู้ใหญ่ มาร่วมรับบทเป็น พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม.

การแสดงชุดนี้ใช้นักเรียน นักศึกษา ลูกหลานชาวหนองคายเป็นหลัก และได้เชิญข้าราชการชั้นผู้ใหญ่มาเป็นนักแสดงกิตติมศักดิ์ โดยปีแรกของการจัดแสดง มีข้อจำกัดว่า ห้วงเวลาของงานกาชาด เป็นวันที่ 5-13 มีนาคม ซึ่งตรงกับช่วงสอบของนักเรียนมัธยม เป็นอุปสรรคของการทำงานเพราะนักเรียนเป็นห่วงการสอบ ไม่มีเวลาให้กับการแสดง

ทำให้หานักแสดงได้ยากมาก มีไม่ถึง 200 คน จนปีต่อมามีหลักคิดในการแสดงชุดนี้คือทำอย่างไรจะให้นักเรียน นักศึกษาชาวหนองคาย ได้เกิดความภาคภูมิใจ แม้ว่าจะไม่ใช่คนร่วมสมัยเมื่อร้อยปีก่อน แต่เมื่อได้สวมบทบาทการแสดงเป็นตัวแสดงใดก็จะได้ซึมซับกับบทนั้น

นายยุทธนา ศรีตะบุตร นายก อบจ.หนองคาย และผู้อำนวยการสร้าง “ตำนานสงครามปราบฮ่อ”.

อบจ.หนองคาย จึงได้จัดทำหนังสือรุ่นขึ้นมานำไปประจำไว้ที่ห้องสมุดของแต่ละโรงเรียนในจังหวัดหนองคายและจังหวัดบึงกาฬ นักแสดงทุกคนจะได้จารึกรูปและชื่อตัวเองเป็นส่วนหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ของจังหวัด

ทำให้ในปีต่อมา นักเรียน นักศึกษา จัดสรรเวลาในการเตรียมตัวสอบและมาฝึกซ้อมการแสดงได้ ส่งผลให้จำนวนนักแสดงเพิ่มขึ้นทุกปี จนถึง 500 คน

การแสดงต่อสู้ที่สมจริงบนหลังม้าโดยใช้ม้าจริงๆมาร่วมแสดง สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้เข้าชม ตลอดการชม “ตำนานสงครามปราบฮ่อ”.

“ผมต้องการสร้างความภาคภูมิใจให้คนหนองคายแม้จะไม่ได้เกิดร่วมสมัย ผมเป็นคนหนองคายโดยกำเนิด เห็นงานอนุสาวรีย์ปราบฮ่อมาตั้งแต่เป็นนักเรียน พ่อเป็น ส.ส.ก็พามาเที่ยวงาน เลยมีความผูกพันกับงานปราบฮ่อ ประกอบกับคำว่า ปราบฮ่อ เป็นหนึ่งในคำขวัญประจำจังหวัดหนองคายที่ว่า วีรกรรมปราบฮ่อ หลวงพ่อพระใส สะพานไทยลาว” นายยุทธนา กล่าว

นายยุทธนา กล่าวอีกว่า เพลงที่ร้องสมัยเป็นนักเรียนจะเป็นเพลงเกี่ยวกับการปราบฮ่อ ดังนั้นเมื่อมีโอกาสมาทำงานเรื่องนี้ จึงมีความภาคภูมิใจและทุ่มเทให้กับงานชิ้นนี้ โดยรับผิดชอบเป็นผู้อำนวยการสร้าง

แม้ว่าจะมีความยากลำบากแต่เต็มใจทำทุกปี เนื้อหาเป็นเรื่องของบรรพบุรุษคนไทยที่ได้เสียสละปกป้องอธิปไตย ป้องกันการรุกรานของศัตรูในอดีต

เหล่าทหารหลวงประทับปืนยิงขับไล่กบฏฮ่อ ความภาคภูมิใจของชาวหนองคาย.

อีกทั้งหนองคายเป็นพื้นที่ที่มีส่วนร่วมในการส่งกำลังบำรุงเข้าสู่สงคราม และบรรพบุรุษชาวหนองคายรุ่นหลังก็มีส่วนร่วมกับการเป็นทหารอาสาและส่งมอบยุทธปัจจัยให้กับกองกำลังของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ในฐานะเป็นราชอาณาจักรไทยในขณะนั้น ซึ่งปัจจุบันเป็นอาณาเขตของประเทศลาวไปแล้ว

เสียงตอบรับของการแสดงชุดนี้ในแต่ละปีพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ มีทั้งคนหนองคายและต่างจังหวัดเข้ามาชมการแสดง เคยมีจดหมายมาให้คำแนะนำเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะเรื่องการแต่งกาย เข็ม เหรียญตราต่างๆ ซึ่งเป็นประโยชน์ให้กับทีมงานได้นำมาศึกษาค้นคว้าและปรับให้เหมาะสมตามคำแนะนำดังกล่าวนั้น

นี่เป็นสิ่งยืนยันว่าการแสดงประกอบแสงเสียง “ตำนานสงครามปราบกบฏฮ่อ” ได้รับความสนใจเป็นวงกว้าง

ฉากเศร้า สม และ มี นำกระดูกของ บุญ ลูกหลานชาวหนองคายที่ไปร่วมรบจนตัวตายกลับมาให้แม่ เป็นอีกฉากที่คนดูถึงกับน้ำตาคลอไปด้วย.

การแสดงจะมีทั้งหมด 8 วัน ในแต่ละวัน อบจ.หนองคาย จะเชิญสายสกุลต่างๆที่บรรพบุรุษมีส่วนเกี่ยวข้องกับการร่วมทำ สงครามปราบกบฏฮ่อ มาร่วมทำพิธีบวงสรวงดวงวิญญาณของบรรพบุรุษ ทำการประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติของสายสกุลนั้นๆ ในแต่ละวันให้ทุกคนได้ทราบ

รวมทั้งได้เชิญหัวหน้าส่วนราชการแม้ว่าจะเป็นคนหนองคายหรือไม่ก็ตาม ให้มาเป็นประธานในพิธีบวงสรวงดวงวิญญาณ โดยปีนี้เป็นการฉลอง 193 ปี เมืองหนองคาย

การแสดงประกอบแสงเสียง ตำนานสงครามปราบกบฏฮ่อ เป็นส่วนหนึ่งที่จะหล่อหลอมความรักและสามัคคีของพี่น้องชาวหนองคายให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

ขอเชิญมาร่วมกันแสดงความภาคภูมิใจในความเป็นชาวหนองคายและชาวไทยด้วยกัน.

มงคลชัย ปัญญาตระกูล รายงาน

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

งานกาชาดหนองคายอนุสาวรีย์ปราบฮ่อตำนานสงครามปราบกบฏฮ่อการแสดงแสงสีเสียงอบจ.หนองคายข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้