ไลฟ์สไตล์
100 year

เกษตรที่สูงเชียงราย ต่อยอดสตรอว์เบอร์รี 80

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
13 ม.ค. 2564 07:01 น.
SHARE

ในบรรดาสตรอว์เบอร์รีที่ปลูกในบ้านเรา มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 5 สายพันธุ์...พันธุ์พระราชทาน 50, พันธุ์พระราชทาน 70, พันธุ์พระราชทาน 72, พันธุ์ 329 และพันธุ์พระราชทาน 80

พันธุ์พระราชทาน 80 ถือเป็นสตรอว์เบอร์รีสำหรับทานผลสดที่ได้รับความนิยมสูงสุด

ข่าวแนะนำ

ด้วยเป็นพันธุ์ที่ให้ผลขนาดใหญ่กว่าพันธุ์อื่นๆ มีน้ำหนักต่อผล 12-18 กรัม มีความหวานตั้งแต่ 10 บริกซ์ขึ้นไป ให้รสชาติเปรี้ยวอมหวานกำลังเหมาะ และสามารถปลูกได้ในพื้นที่มีความสูงไม่มากนัก ตั้งแต่ 800 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง และต้องการอุณหภูมิเฉลี่ย 16-20 องศาเซลเซียส ไม่น้อยกว่า 30 วัน

วันนี้นับเป็นข่าวดีสำหรับเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ที่จะสามารถหาต้นพันธุ์สตรอว์เบอร์รีพันธุ์นี้มาปลูกได้ง่าย ด้วยต้นทุนต่ำลงได้แล้ว ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูงเชียงราย กรมวิชาการเกษตร ประสบความสำเร็จในการพัฒนาสตรอว์เบอร์รีอินทรีย์ สายพันธุ์พระราชทาน 80 จนได้ไหลที่สมบูรณ์ หลังจากใช้เวลาในการศึกษาวิจัยและทดลองมากว่า 3 ปี ตั้งแต่ปี 2561

ขณะนี้พร้อมแล้วที่จะส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกสตรอว์เบอร์รีในแบบปลอดภัย ทั้งเพื่อเก็บเกี่ยวขายผล ท่องเที่ยวเชิงเกษตร และเพาะไหลขายต้นพันธุ์

เพราะตอนนี้มีต้นแม่พันธุ์อยู่ 1,000 ต้น ที่สามารถผลิตไหลได้ไม่น้อยกว่า 20,000 ไหล เพราะ 1 ต้นแม่พันธุ์ให้ไหลได้ถึง 20-30 ไหล

“แต่เดิมการปลูกสตรอว์เบอร์รีพันธุ์พระราชทาน 80 เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดเชียงรายต้องไปซื้อหาต้นพันธุ์มาจากพื้นที่อื่น เพราะในพื้นที่ไม่มีการทำไหลหรือหน่อพันธุ์เพื่อจำหน่ายเป็นต้นพันธุ์กันเลย ทำให้เกษตรกรต้องมีค่าใช้จ่ายในการขนส่งค่อนข้างสูง และมักจะได้ต้นพันธุ์ที่ไม่สมบูรณ์ ศูนย์วิจัยฯ ของเราเลยคิดทำโครงการนี้ขึ้นมา นอกจากจะเลี้ยงไหลเพาะขยายพันธุ์เป็นต้นกล้าแล้ว ยังศึกษาเรื่องพัฒนาวิธีการปลูกในแบบต่างๆ เพื่อให้เหมาะกับกระแสนิยมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ที่นอกจากจะต้องการกินผลสดแล้ว ยังอยากจะมาเที่ยวชมสวนเพื่อถ่ายรูปในแบบท่องเที่ยวเชิงเกษตร และต้องการซื้อต้นสตรอว์เบอร์รีที่ออกลูกแล้วไปปลูกโชว์ไว้ที่บ้าน”

นายชัยณรงค์ จันทร์แสนตอ ผอ.ศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรที่สูงเชียงราย เล่าถึงที่มาของ โครงการผลิตไหลเพื่อส่งเสริมการปลูกสตรอว์เบอร์รีปลอดภัย ที่ทำให้รู้ว่า พื้นที่เหมาะแก่การผลิตไหลสตรอว์เบอร์รีพันธุ์พระราชทาน 80 ต้องทำให้พื้นที่มีความสูงตั้งแต่ 1,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลางขึ้นไป และช่วงเวลาที่เหมาะในการเลี้ยงไหล ต้องทำในช่วง พ.ค.-ส.ค. เพื่อจะได้ต้นพันธุ์ให้เกษตรกรนำไปปลูกในช่วง ก.ย. เพื่อจะได้เก็บเกี่ยวขายผลผลิตในช่วง พ.ย.-ม.ค.

“วิธีการเลี้ยงไหลไม่มีอะไรมาก แค่เลือกต้นที่สมบูรณ์แข็งแรง มาปลูกเลี้ยงในโรงเรือนที่มีหลังคาคลุมกันฝนได้เพื่อป้องกันไหลเน่า เพราะช่วงที่เลี้ยงไหลนั้นตรงกับฤดูฝน เลี้ยงดูแลไปเรื่อย ออกดอกมาเมื่อไร เด็ดดอกทิ้งเพื่อบังคับให้สตรอว์เบอร์รีแทงไหลขึ้นมาแทนให้ผล เมื่อได้ไหลที่แข็งแรงอายุประมาณ 2 เดือน สามารถตัดไหลนั้นไปปักชำในดิน เพียง 20 วัน ไหลจะแทงยอดขึ้นมา 1 ไหลที่ปักลงไปจะแตกกอออกมาได้ 5-10 ต้นกล้า”

ส่วนดินที่เหมาะจะปลูกควรมีความเป็นกรดเล็กน้อย ค่า pH 5.8-6.5 ใช้ดินผสม ดินขุยไผ่ ปุ๋ยชีวภาพที่เน้นธาตุฟอสฟอรัส ปุ๋ยหมักแบบเติมอากาศ แกลบดำ และขุยมะพร้าว เพื่อเพิ่มความร่วนซุย

“ส่วนจะปลูกแบบไหนนั้น สามารถทำได้ทั้งนั้น ทางศูนย์ฯได้ศึกษาไว้ 3 รูปแบบ คือ ปลูกลงดินแบบทั่วไป ปลูกในกระบะไม้ไผ่ยกพื้น และปลูกในกระถาง ปรากฏว่าให้ผลผลิตไม่ต่างกัน”

นายชัยณรงค์ บอกว่า การปลูกลงดินต้นทุนจะถูกที่สุด แต่ถ้าปลูกในกระบะไม้ไผ่แม้ต้นทุนจะสูงขึ้นมาหน่อย แต่จะได้ประโยชน์หลายอย่าง ทั้งในเรื่องการจัดการดูแลทำได้ง่ายๆ ไม่ต้องนั่งก้มหน้าให้ปวดหลัง แถมผลสตรอว์เบอร์รีจะไม่ห้อยติดดิน ทำให้ผลมีความสะอาดน่ารับประทาน ที่สำคัญยังเหมาะกับการถ่ายรูปของนักท่องเที่ยวอีกด้วย รูปภาพจะสวยกว่าปลูกลงดิน

ส่วนการปลูกในกระถางนั้น เหมาะกับการขนเคลื่อนย้ายไปไหนมาไหนได้สะดวก และยังเป็นที่ถูกใจของนักท่องเที่ยวที่มีความต้องการต้นสตรอว์เบอร์รีติดลูกแล้วกลับมาปลูกโชว์ไว้กินเองที่บ้าน...เพราะสตรอว์เบอร์รีสามารถออกลูกได้ถึง 10 รุ่น ปลูกข้ามปีได้ ถ้าอากาศหนาว อุณหภูมิถึง ให้ลูกได้ตลอดเกษตรกรสนใจชมแปลงสาธิตหรือศึกษาดูงานติดต่อได้ที่ 0-5316-0812 หรือ 09-3279-9361.

ชาติชาย ศิริพัฒน์

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สตรอว์เบอร์รีสตรอว์เบอร์รีพันธุ์พระราชทาน 80เกษตรปลูกสตรอว์เบอร์รีเชียงรายเกษตกรพันธุ์สตรอว์เบอร์รี

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 8 พฤษภาคม 2564 เวลา 14:56 น.