(ภาพ : นายสวาท สมใจ นายก อบต.เวียง อ.เทิง จ.เชียงราย นำคณะผู้บริหารไปติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างประตูระบายน้ำอิง โครงการในพระราชดำริ รัชกาลที่ 9 ที่จุดบ้านร่องริว หมู่ 12 ต.เวียง อ.เทิง เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมได้ยั่งยืน)ปัญหา “ภัยแล้ง” และ “น้ำท่วม” เป็นปัญหาใหญ่ที่หลายฝ่ายพยายามหาแนวทางแก้ไขมาตลอด แต่ด้วยบริบทการแบ่งภาระหน้าที่ด้านการบริหารจัดการน้ำแยกออกไปเป็นหลายหน่วยงาน หลายกระทรวง แต่ละหน่วยงานต่างมีแนวทางแก้ปัญหาเป็นของตนเองทำให้การแก้ปัญหาน้ำมีความซ้ำซ้อนและไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เรื่อง น้ำท่วม-ภัยแล้ง จึงกลายเป็นปัญหามานาน ช่วงฤดูฝน เกิดปัญหาน้ำท่วมเพราะระบายน้ำไม่ทัน ช่วงฤดูแล้ง ก็ไม่มีน้ำหลงเหลือ ถือเป็นปัญหาซ้ำซากที่ต้องเจอในทุกๆพื้นที่ของประเทศไทย ภาพจำลองแบบร่าง โครงการประตูระบายน้ำอิงในพระราชดำริ รัชกาลที่ 9 จุดบ้านร่องริว หมู่ 12 ต.เวียง อ.เทิง ที่กรมชลประทานเป็นผู้ออกแบบ ซึ่งจุดนี้จะมีสถานีควบคุมระดับน้ำ และการเปิดปิดประตูน้ำทั้ง 4 จุดได้.แม่น้ำอิง...เป็นแม่น้ำสาขาที่สำคัญของแม่น้ำโขง มีต้นน้ำอยู่ที่ “กว๊านพะเยา” จ.พะเยา ไหลผ่าน อ.จุน อ.เชียงคำ จ.พะเยา ไหลเข้า จ.เชียงรายผ่าน อ.เทิง อ.พญาเม็งราย อ.ขุนตาล และไหลลงแม่น้ำโขงที่ อ.เชียงของ มีความยาว 314 กม. (จากหนองเล็งทราย ถึงจุดบรรจบแม่น้ำโขง)ที่ผ่านมา แม่น้ำอิง ประสบปัญหาเช่นเดียวกับแม่น้ำสายอื่นๆของประเทศ คือ ฤดูฝน น้ำจะท่วม แต่พอถึง ฤดูแล้ง กลับแห้งขอดไม่มีน้ำเหลือเก็บถึงแม้ กรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ ภาพจำลองแบบร่างของโครงการประตูระบายน้ำอิง ที่มุ่งเน้นสร้างแก้ปัญหาน้ำแล้งและน้ำท่วมซ้ำซาก ใช้งบประมาณกว่า 1,000 ล้านบาท.ประเภทโครงการขนาดกลาง ขนาดเล็ก และโครงการสูบน้ำด้วยไฟฟ้า มีอยู่รวมประมาณ 608 แห่ง พื้นที่ชลประทานรับประโยชน์ทั้งหมดรวม 916,983 ไร่ หรือร้อยละ 38.2 ของพื้นที่เกษตรกรรมทั้งลุ่มน้ำอิงแต่สามารถกักเก็บน้ำต้นทุนได้เพียง 236.66 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 7.8 ของปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยในลุ่มน้ำทั้งปี โดยเฉพาะในปี พ.ศ.2548 พื้นที่ อ.เทิง เจอภาวะฝนแล้งรุนแรง น้ำอิงแห้งขอด ไม่พอใช้อุปโภคบริโภค นายสวาท สมใจ นายก อบต.เวียงอ.เทิง จ.เชียงราย.นายสวาท สมใจ นายก อบต.เวียง อ.เทิง เปิดเผยว่า ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งที่ต้องพบเจอในทุกๆปี ได้พยายามแก้ไขมาโดยตลอด ทั้งการสร้างฝายกั้นน้ำ การนำรถบรรทุกน้ำไปแจกชุมชน รวมไปถึงการช่วยเหลือชาวบ้านเมื่อเกิดอุทกภัย แต่ทั้งหมดเป็นเพียงการแก้ปัญหาชั่วคราว ไม่สามารถแก้ปัญหาในระยะยาวได้เมื่อวันที่ 30 ม.ค.2551 ได้นำเอาปัญหาดังกล่าวไปปรึกษาหารือกับผู้บริหารสำนักงานชลประทาน จ.เชียงราย ได้รับคำแนะนำให้ยื่นฎีกาไปถึงสำนักราชเลขานุการ พระบรมมหาราชวัง ขอพระราชทานโครงการก่อสร้างฝายกั้นลำน้ำอิง เพื่อช่วยเหลือราษฎร ต.เวียง อ.เทิง การก่อสร้างประตูระบายน้ำที่บ้านร่องริว จุดที่ก่อสร้างลำดับที่ 2 คืบหน้าไปแล้ว 30% และมีการก่อสร้างสวนสาธารณะเป็นแหล่งท่องเที่ยวด้วย.หลังจากนั้น 1 เดือน ได้มีผู้แทนพระองค์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ลงสำรวจพื้นที่ลุ่มน้ำอิงทั้งหมด เพื่อหาทางแก้ปัญหาให้กับราษฎรกระทั่งวันที่ 30 มี.ค.2552 มีหนังสือตอบรับจาก สำนักราชเลขานุการ พระบรมมหาราชวัง ให้รับเอาโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำอิง และสถานีควบคุมระดับน้ำไว้เป็นโครงการในพระราชดำริ ในหลวงรัชกาลที่ 9 สภาพแม่น้ำอิงบริเวณพื้นที่ ต.เวียง เมื่อปี 2548 ประสบภาวะแล้งหนักแห้งขอดต้องขุดลอกลำน้ำ.แต่แม่น้ำอิงเป็นแม่น้ำขนาดใหญ่ การจะแก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งให้ได้ผลต้องทำตลอดทั้งลุ่มน้ำ จึงกำหนดให้ดำเนินการก่อสร้างประตูระบายน้ำอิง แบ่งเป็น 4 จุด คือ จุดดอยอีสาน-ศรีดอนไชย จุดบ้านร่องริว อ.เทิง จุดบ้านแก่นเจริญ และจุดบ้านทุ่งซาง อ.เชียงของกรมชลประทาน จึงว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ประกอบด้วย บ.มหานคร คอนซัลแตนท์ จำกัด บ.วายพี คอนซัลแตนท์ จำกัด และ บ.พรี ดีเวลลอปเมนท์ คอนซัลแตนท์ จำกัด เป็นผู้ศึกษาปัญหาผลกระทบตลอดจนแนวทางปฏิบัติ เพื่อให้เกิดประโยชน์กับราษฎรที่อาศัยอยู่ใกล้แม่น้ำอิงตลอดทั้งสายโครงการประตูระบายน้ำอิง ได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างในพื้นที่บ้านแก่นเจริญ หมู่ 20 ต.ห้วยซ้อ อ.เชียงของ เป็นจุดแรก เนื่องด้วยจุดก่อสร้างไม่ติดกับชุมชน ไม่ต้องมีการเวนคืนที่ดิน สามารถดำเนินการได้ทันที สร้างเป็นประตูระบายน้ำแบบประตูบานโค้งขนาด 12.5×6 ม. จำนวน 5 บาน กักเก็บน้ำได้ 8.36 ล้าน ลบ.ม. ปัจจุบันคืบหน้าไปแล้วกว่า 80% คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในปี 2563 ทีมช่างเร่งก่อสร้างประตูระบายน้ำที่บริเวณบ้านร่องริวหมู่12 ต.เวียง เพื่อให้ทันส่งมอบงาน.จุดที่ 2 ที่เริ่มดำเนินการเมื่อปี 2562 มีกำหนดเสร็จสิ้นในต้นปี 2564 ก็คือที่ บ้านร่องริว หมู่ 12 ต.เวียง อ.เทิง ถือเป็นจุดสำคัญ เป็นประตูระบายน้ำที่มีสถานีควบคุมน้ำ ควบคุมการปิดเปิดประตูน้ำทั้ง 4 จุดตลอดสายของแม่น้ำอิงบริเวณริมตลิ่งทั้ง 2 ฝั่งจะมีการสร้างสวนสาธารณะขนาดใหญ่ เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จที่นี่จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของ อ.เทิงอีกแห่งหนึ่ง วางแผนสร้างเป็นประตูระบายน้ำแบบบานตรง ขนาด 10×8 ม. จำนวน 6 บาน ความจุน้ำที่กักเก็บ 2.47 ล้าน ลบ.ม. ตอนนี้ก่อสร้างไปได้ประมาณ 30% โครงการประตูระบายน้ำอิง จุดบ้านแก่นเจริญ เริ่มก่อสร้างจุดแรก.จุดที่จะดำเนินการเป็นลำดับถัดไปก็คือ จุดดอยอีสาน-ศรีดอนไชย วางแผนก่อสร้างที่บริเวณบ้านใหม่ริมอิง หมู่ 18 ต.เวียง อ.เทิง เป็นประตูระบายน้ำแบบบานตรง ขนาด 8×5 ม. จำนวน 5 บาน ความจุระดับน้ำที่กักเก็บ 1 ล้าน ลบ.ม. และจุดสุดท้ายคือที่บ้านทุ่งซาง หมู่ 4 ต.ศรีดอนชัย อ.เชียงของเป็นประตูระบายน้ำแบบบานตรง ขนาด 12.5×8.5 ม. จำนวน 6 บานประตู ความจุระดับน้ำที่กักเก็บ 14.82 ล้าน ลบ.ม. โครงการทั้งหมดจะก่อสร้างเสร็จสิ้นทั้งหมดในปี 2568 หรืออีกประมาณ 5 ปีข้างหน้าประตูระบายน้ำอิงนี้ใช้งบประมาณ 1,000 ล้านบาท ได้รับการออกแบบให้เป็นโครงการที่สามารถควบคุมระดับน้ำของแม่น้ำอิงให้คงที่อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าตลิ่ง 1.5 เมตรตลอดเวลา เมื่อการก่อสร้างเสร็จสิ้นจะมีชาวบ้านได้รับประโยชน์ทั้งหมด 6 อำเภอ คือ อ.จุน อ.เชียงคำ จ.พะเยา อ.เทิง อ.ขุนตาล อ.พญาเม็งราย อ.เชียงของ จ.เชียงรายเชื่อมั่นว่า “ประตูระบายน้ำอิง” ในพระราชดำริ จะสามารถแก้ปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมของแม่น้ำอิงทั้งสายได้อย่างยั่งยืน และเป็นต้นแบบของระบบการควบคุมน้ำ รวมทั้งตั้งเป้าหมายเป็น “ลุ่มน้ำอิงโมเดล” ให้คนมาศึกษากัน.วิโรจน์ วงศ์ใหญ่