เหนืออีสานวิกฤติน้ำแล้งเขื่อนแห้ง นราธิวาส-จมบาดาล
ภัยแล้งคุกคามหนักทั้งภาคเหนือ-อีสาน เชียงใหม่น้ำเขื่อนแม่งัดฯ เขื่อนแม่กวงฯ เหลือแค่พอจ่ายให้น้ำยืนต้น และทำน้ำประปา แม่น้ำปิงสันดอนทรายโผล่เป็นช่วงๆ ตลอด 4 อำเภอ ส่วนแม่น้ำยมเริ่มแห้งขอดเป็นช่วงตั้งแต่ อ.วังชิ้น จ.แพร่ จนถึง จ.พิจิตร กรมทรัพยากรน้ำบาดาลประชุมเครือข่ายน้ำบาดาล เตรียมขุดเจาะน้ำบาดาลแก้ภัยแล้ง “จตุพร บุรุษพัฒน์” ยืนยันปีนี้แล้งจัดและแล้งนานกว่าทุกปี เขื่อนอุบลรัตน์น้ำต่ำสุดในรอบ 53 ปี “บิ๊กตู่” เตรียมลงพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ติดตามการแก้ภัยแล้ง
ภัยแล้งรุกคืบซ้ำเติมประชาชนและเกษตรกรรายนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อวันที่ 19 ธ.ค. นายเจนศักดิ์ ลิมปิต ผู้อำนวยการเขื่อนแม่กวงอุดมธารา อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ เผยว่า ปริมาณน้ำในอ่างอยู่ที่ 73.68 ล้านลูกบาศก์เมตร (ล้าน ลบ.ม.) จากความจุ 263 ล้าน ลบ.ม. หรือ 28.08 เปอร์เซ็นต์ ถือว่าน้อยมาก ต้องบริหารจัดการน้ำเพื่อรักษาระบบนิเวศให้ได้ถึง 6 เดือน จนถึง มิ.ย.2563 โดยจะปล่อยน้ำเพื่อการเกษตร 3 วัน ต่อ 1 ครั้ง สำหรับน้ำทำประปา จะใช้น้ำเขื่อนแม่กวงฯ 30 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือใช้น้ำจากเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล มีน้ำเหลือเพียง 154.65 ล้าน ลบ.ม. ราว 58.36 เปอร์เซ็นต์ ได้มีการประชุมร่วมกันในการจัดการน้ำช่วงวิกฤติแล้ง โดยขอให้หลีกเลี่ยงการปลูกข้าวนาปรังและพืชฤดูแล้ง จะส่งน้ำให้เฉพาะไม้ผล ไม้ยืนต้นและเพื่อการอุปโภคบริโภคให้เพียงพอตลอดฤดูแล้ง
นายวีระศักดิ์ ศรีกาวี ผู้อำนวยการเขื่อนภูมิพล อ.สามเงา จ.ตาก เปิดเผยว่า เขื่อนภูมิพลมีปริมาณน้ำกักเก็บทั้งหมด 5,677 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 42.18 เปอร์เซ็นต์ของความจุอ่าง น้อยกว่าปีที่ผ่านมาถึง 3,643 ล้าน ลบ.ม. มีปริมาณน้ำที่จะระบายได้เพียง 1,877 ล้าน ลบ.ม. ในช่วงนี้ระบายน้ำลงแม่น้ำปิงแค่วันละ 7 ล้าน ลบ.ม. ส่งผลให้แม่น้ำปิงตั้งแต่บ้านท่าปุย อ.สามเงา อ.บ้านตาก อ.เมืองตาก และ อ.วังเจ้า มีสันดอนทรายโผล่กลางแม่น้ำปิง จนเกือบจะเดินข้ามได้บางช่วงเวลาที่ไม่มีการระบายน้ำจากเขื่อนภูมิพล
ขณะที่สถานการณ์น้ำในแม่น้ำยม บริเวณประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์ หมู่ 9 ต.ในเมือง อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย มีการกักน้ำจากทางเหนือไว้ใช้ในฤดูแล้ง เนื่องจากแม่น้ำยม ช่วง อ.วังชิ้น จ.แพร่ แห้งขอด ระดับน้ำหน้าประตูระบายน้ำอยู่ที่ 60.69 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง (ม.รทก.) ปล่อยน้ำไหลผ่าน 2.09 ลบ.ม./วินาที ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำยม ช่วง อ.สวรรคโลก ศรีสำโรง อ.เมือง และ อ.กงไกรลาศ ลดลงต่อเนื่องบางจุดแห้งขอดเดินข้ามไปมาได้ ส่วนแม่น้ำยมที่ไหลผ่าน 4 อำเภอของ จ.พิจิตร ได้แก่ อ.สามง่าม โพธิ์ประทับ-ช้าง บึงนาราง และ อ.โพทะเล ระยะทาง 127 กม. น้ำเหือดแห้งเห็นสันดอนทราย นายอำนาจ อินทร์-วงศ์แก้ว ผอ.โครงการชลประทานพิจิตร แจ้งเตือนเกษตรกรงดปลูกข้าวนาปรังให้มาปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยแทน เพราะมีน้ำเพียงพอแค่อุปโภคและบริโภค
นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในเขื่อน 4 แห่ง เขื่อนลำตะคอง เขื่อนลำพระเพลิง เขื่อนลำแซะ และเขื่อนลำมูลบน มีน้ำน้อยมากในรอบหลายปี อ.โนนสูง แล้งเกือบทั้งอำเภอ เพราะน้ำจากลำตะคองไปไม่ถึงเนื่องจากมีการสูบน้ำทำการเกษตรตลอด 2 ฝั่ง กำลังเร่งใช้รถแบ็กโฮขุดร่องน้ำเพื่อส่งน้ำจากบึงพุดซา อ.เมืองนครราชสีมา ไปช่วยเหลือ ขณะนี้กำลังเร่งของบขุดบ่อบาดาลจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี จำนวน 40 บ่อ คาดว่าจะเริ่มเจาะได้ในช่วงต้นเดือน ม.ค.2563 จะทำให้การใช้น้ำจากเขื่อนทั้ง 4 แห่งลดลง เพราะเก็บปริมาณน้ำไว้สำหรับการรักษาระบบนิเวศ และให้เกษตรกรงดปลูกข้าวนาปรัง
กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) จัดการประชุมเครือข่ายและนวัตกรรมน้ำบาดาลแห่งชาติ มีเครือข่ายน้ำบาดาลทั่วประเทศ อาทิ ช่างเจาะน้ำบาดาล วิศวกร-นักธรณีวิทยา กลุ่มผู้ใช้น้ำจากภาคส่วนต่างๆ หน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องกว่า 1,000 คนเข้าร่วม นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทส. เป็นประธานกล่าวว่าขณะนี้ประเทศไทยประสบปัญหาภัยแล้งค่อนข้างรุนแรงตั้งแต่เดือน ธ.ค.2562 ถึง เม.ย.2563 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ฝากความหวังไว้ที่ กรมทรัพยากรน้ำบาดาลในการช่วยแก้ปัญหาภัยแล้ง
เนื่องจากน้ำใต้ดินมีศักยภาพมากกว่าน้ำบนดินและในเขื่อน ที่กำลังประสบปัญหาน้ำน้อย ทั้งนี้ น้ำบาดาล มีปริมาณที่กักเก็บรวม 1,137,713 ล้าน ลบ.ม. สามารถนำมาใช้ได้ 45,386 ล้าน ลบ.ม.ต่อปี แต่มีการใช้จริงเพียง 14,741 ล้าน ลบ.ม.ต่อปี มีปริมาณน้ำบาดาลที่คงเหลือสามารถนำมาใช้ได้ถึง 30,645 ล้าน ลบ.ม.ต่อปี สามารถนำมาใช้แก้ภัยแล้ง รวมทั้งน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคและการเกษตร
รมว.ทส.กล่าวต่อว่า ตนได้สั่งการให้นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ทำแผนที่น้ำบาดาลทั่วประเทศอย่างละเอียดเพื่อนำน้ำบาดาลขึ้นมาใช้ โดยเฉพาะในพื้นที่การเกษตรและพื้นที่เศรษฐกิจ และให้มีการตั้งศูนย์เฉพาะกิจช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ภัยแล้ง ขึ้นที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาล เพื่อรับแจ้งขอความช่วยเหลือจากประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์หมายเลข 0-2666-7000 กด 1 หรือมือถือ 09-5949-7000 ตั้งแต่เวลา 08.30-22.00 น. ทุกวันและผ่านระบบขอความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งออนไลน์ทาง http://1310.dgr.go.th โดยกรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้เตรียมความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง มีจุดจ่ายน้ำถาวร 136 จุด หน่วยนาคราช 37 หน่วย รถบรรทุกน้ำ 79 คัน ชุดเจาะบ่อบาดาล 85 ชุด และชุดปรับปรุง คุณภาพน้ำเคลื่อนที่ 18 ชุด เป็นต้น
ด้านนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวง ทรัพยากรฯ กล่าวว่า ตนได้ไปตรวจพื้นที่ภัยแล้งทั่วประเทศกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พบว่าปี 2563 จะแล้งกว่าทุกปีและแล้งนานไปจนถึงเดือน เม.ย. เนื่องจากปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำและเขื่อนทั่วประเทศที่ลดลงมาก โดยเฉพาะเขื่อนอุบลรัตน์ วิกฤติมาก ปริมาณน้ำต่ำสุดในรอบ 53 ปี ตั้งแต่สร้างเขื่อน อยู่ที่ 21 เปอร์เซ็นต์ หรือ 509 ล้าน ลบ.ม. ใช้น้ำใต้ระดับกักเก็บไปแล้ว 73.07 ล้าน ลบ.ม. ขณะที่เขื่อนจุฬาภรณ์ เขื่อนลำพระเพลิง เขื่อนลำนางรอง เขื่อนแม่กวง เขื่อนป่าสัก เขื่อนทับเสลา เขื่อนกระเสียว เขื่อนคลองสียัด มีปริมาณน้ำน้อยมาก ส่วน 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา อาทิ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยฯ เขื่อนป่าสัก รวมกันมีน้ำใช้ได้ประมาณ 26-27 เปอร์เซ็นต์ หรือ 4 พันกว่าล้าน ลบ.ม.เท่านั้น
นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กล่าวว่า จากข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยาพบว่า ปี 2562 ประเทศไทยประสบภาวะฝนแล้งเป็นอันดับ 3 รองจาก ปี 2522 และ 2535 มีพื้นที่แล้งจัด 16 จังหวัดประกอบด้วย เพชรบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร กาญจนบุรี นครปฐม สุพรรณบุรี อ่างทอง นครราชสีมา บุรีรัมย์ สระแก้ว อุตรดิตถ์ พิษณุโลก สุโขทัย พะเยา และเชียงราย ขณะที่น้ำด้านการเกษตรในเขตชลประทาน มีพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำการเกษตร 8 จังหวัด เนื่องจากปริมาณน้ำในเขื่อนไม่เพียงพอ
อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กล่าวต่อว่า ส่วนนอกเขตชลประทาน มี 20 จังหวัด 54 อำเภอ 109 ตำบล เสี่ยงขาดน้ำเกษตร แบ่งเป็นภาคเหนือ 9 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย อุตรดิตถ์ นครสวรรค์ กำแพงเพชร สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ อุทัยธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 8 จังหวัด ได้แก่ ยโสธร หนองบัวลำภู ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ชัยภูมิ นครราชสีมา เลย ภาคกลาง 2 จังหวัด คือ ลพบุรี สุพรรณบุรี ส่วนภาคตะวันตก ได้แก่ จ.กาญจนบุรี ดังนั้น กรมทรัพยากรน้ำบาดาล จะเร่งขุดเจาะน้ำบาดาลและเติมน้ำบาดาล โดยเฉพาะในแอ่งเจ้าพระยา 6 จังหวัด คือ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร นครสวรรค์ ชัยนาท แอ่งบาดาลจันทบุรี-ตราด 2 จังหวัด คือ จันทบุรี ระยอง เป็นต้น
ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.นราธิวาส หลังฝนถล่มหนักทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำสุไหงโก-ลก ล้นทะลักท่วมพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อ.สุคิริน แว้ง ศรีสาคร จะแนะ และ อ.รือเสาะ จนต้องประกาศเขตภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินนั้น ระดับน้ำเริ่มลดลงแต่พื้นที่ อ.แว้ง น้ำยังท่วมสูง โดยเฉพาะบ้านจือแร หมู่ 1 ต.แม่ดง และบ้านตำเสา หมู่ 6 ต.ฆอเลาะ น้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร ทหารพรานหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 11 (ฉก.ทพ.11) เข้าไปช่วยชาวบ้านขนย้ายทรัพย์สินไว้ที่สูง ขณะที่มวลน้ำไหลเข้าพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก ทำให้ระดับน้ำท่วมขังเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะที่ลุ่มริมแม่น้ำสุไหงโก-ลก รวม 7 ชุมชนในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก น้ำท่วมสูงถึง 2 เมตร ต้องใช้เรือในการสัญจรไปมา ส่วนที่ จ.ยะลา ระดับน้ำลดลงต่อเนื่องหลังฝนหยุดตก ใน อ.รามัน แม่น้ำสายบุรี ระดับน้ำเอ่อล้นตลิ่งฝั่งซ้าย 70 ซม. ฝั่งขวา 30 ซม. ส่วนแม่น้ำปัตตานีใน อ.ยะหา บันนังสตา และ อ.กรงปินัง น้ำลดต่ำกว่าตลิ่งแต่ยังมีน้ำท่วมในที่ลุ่ม
นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนัก นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.นราธิวาสอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีฝนตกหนักต่อเนื่องทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำสายหลักทั้งแม่น้ำสายบุรี แม่น้ำบางนรา และแม่น้ำสุไหงโก-ลกเพิ่มสูงขึ้น จนเกิดน้ำท่วมบ้านเรือนประชาชนระลอก 2 กำชับให้เจ้าหน้าที่ทั้งพลเรือนและกองทัพเร่งช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนอย่างเต็มที่ตามแผนที่วางไว้ เพื่อคลี่คลายปัญหาให้ได้โดยเร็วที่สุด พร้อมกันนี้ นายกฯยังเป็นห่วงปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะในภาคอีสานที่กระทรวงมหาดไทยได้ประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งทั่วประเทศแล้ว 11 จังหวัด และร่วมกับกองทัพจัดชุดออกสำรวจข้อมูลน้ำแยกเป็นน้ำอุปโภคบริโภคและน้ำเพื่อการเกษตร หากพบพื้นที่ใดขาดแคลนน้ำได้เร่งออกแจกจ่ายน้ำให้แก่ประชาชน รวมทั้งยังได้ขุดบ่อและนำน้ำใต้ดินขึ้นมาใช้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน นายกฯจะลงพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ในวันที่ 25 ธ.ค.นี้ เพื่อตรวจติดตามการแก้ไขปัญหาภัยแล้งอย่างเร่งด่วน