(ภาพ)รูปปั้นรถม้า เด่นตระหง่านอยู่ที่บริเวณหน้าสถานีรถไฟลำปาง บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ของจังหวัดลำปาง เมืองแห่งรถม้า ที่ชาวไทยและชาวต่างประเทศจากทั่วโลกรู้จักกันดี และชาวลำปางห่วงใยกันว่าจะอยู่ได้นานแค่ไหน.“รู้จักลำปางต้องรู้จักรถม้า...ผมมั่นใจว่าในอนาคตแม้ว่ารถม้าของเมืองลำปางจะลดน้อยลง แต่รถม้าก็จะยังคงอยู่คู่เมืองนครลำปางตลอดไป” นายอัครินทร์ พิชญกุล นายกสมาคมรถม้าจังหวัดลำปาง กล่าวด้วยความมั่นใจรถม้า...ถือเป็นเอกลักษณ์สำคัญของจังหวัดลำปางที่ผู้คนนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ เพราะเป็นเพียงจังหวัดเดียวในเมืองไทยที่ยังคงใช้รถม้าเป็นพาหนะในการเดินทาง นายอัครินทร์ พิชญกุล นายกสมาคมรถม้าจังหวัดลำปาง พาชมรถม้าพระที่นั่ง สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ปัจจุบันเก็บรักษาไว้ที่สมาคมฯ.ถึงขนาดมีคำกล่าวกันว่า “หากใครมาเที่ยวเมืองลำปางแล้ว ไม่ได้นั่งรถม้าถือว่ายังมาไม่ถึงลำปาง”รถม้ามีความผูกพันกับชาวลำปางมายาวนานเป็นร้อยปี หากย้อนกลับไปในอดีต รถม้าเข้ามาในประเทศไทยครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 4 ต่อมาเมื่อสมัยรัชกาลที่ 5 ทรงสั่งรถม้าเข้ามาเป็นจำนวนมากเพื่อใช้เป็นรถหลวงแต่ภายหลังรถยนต์เข้ามามีบทบาท รถม้าจึงถูกกระจายออกจากกรุงเทพฯ และในช่วง พ.ศ.2458 ได้มีการวางรางรถไฟขึ้นไปจนถึงลำปาง พร้อมบรรทุกรถม้าขึ้นไปด้วย ทำให้รถม้ามีบทบาทสำคัญในการเป็นยานพาหนะรับส่งผู้โดยสารจากสถานีรถไฟจังหวัดลำปางเข้าสู่ตัวเมือง นายอัครินทร์ พิชญกุล นายกสมาคมรถม้าจังหวัดลำปาง ถ่ายภาพคู่กับป้ายสมาคมฯ.ลักษณะของรถม้าลำปางนั้นเป็นรถแบบเปิดประทุน ที่นั่งผู้โดยสารคล้ายคลึงกับที่นั่งของจักรยานสามล้อ แต่มีขนาดใหญ่กว่า อยู่ทางตอนหลังของคนบังคับม้า มีระดับสูงกว่าเล็กน้อย นั่งได้คันละไม่เกิน 4 คนรถม้าคันแรกของลำปางเป็นของ เจ้าบุญวาทย์ วงศ์มานิต เจ้าผู้ครองนครลำปาง หลังจากนั้นรถม้าจึงเริ่มมีแพร่หลายทั้งในลำปางและตามเมืองหลักต่างๆเมื่อเวลาผ่านไปความเจริญของเทคโนโลยีการคมนาคมทำให้รถม้าค่อยๆเลือนหายไป เหลือเพียงที่จังหวัดลำปางเท่านั้นที่ยังคงใช้รถม้าเป็นยานพาหนะอยู่ตราบจนถึงทุกวันนี้ ตัวเมืองนครลำปาง เต็มไปด้วยตึกรามบ้านช่องและรถยนต์ที่เข้าไปมาวิ่งแทนรถม้าที่เคยใช้กันในอดีต จนเป็นที่ห่วงใยอนาคตรถม้าจะหายไป.ปัจจุบัน จ.ลำปาง ได้จัด งาน “วันประวัติศาสตร์รถไฟ–รถม้า” ทุกวันที่ 1-5 เมษายนของทุกปี เพื่อเป็นการรำลึก ถือเป็นแห่งเดียวของประเทศไทยที่มีรถม้ารูปแบบเดิมจากประเทศอังกฤษมาจนถึงปัจจุบัน เรียกรถม้าแบบ Victoria หลายคันได้เก็บรักษาไว้ที่สมาคมรถม้าเพื่อให้คนรุ่นหลังได้ศึกษานายอัครินทร์ พิชญกุล นายกสมาคมรถม้าจังหวัดลำปาง กล่าวว่า ขณะนี้หลายฝ่ายวิตกกันว่าในอนาคตจะไม่มีรถม้าวิ่งใน จ.ลำปาง อีกต่อไป เพราะรถม้าที่วิ่งทุกวันนี้มีคนรุ่นปู่รุ่นพ่อเป็นสารถี ส่วนรุ่นลูกไม่สานต่อ อ้างว่าเป็นงานหนัก พากันไปทำงานบนห้างฯกันหมด“ผมยืนยันว่ารถม้าจะไม่มีวันสูญหายไปจากนครลำปางแน่นอนหากยังมีคนขึ้นรถม้าอยู่...” นายอัครินทร์ กล่าวย้ำ รถม้าออกวิ่งรับส่งผู้โดยสารในตัวเมืองลำปาง เป็นภาพชินตามาช้านานนับร้อยปี แต่ปัจจุบันคนใช้บริการน้อยลง ส่วนใหญ่หันไปใช้รถยนต์แทน.ทุกวันนี้มีบริษัททัวร์ในประเทศ และต่างประเทศ เช่น ทัวร์จีน ทัวร์ยุโรป-ญี่ปุ่น ซื้อแพ็กเกจทัวร์มาเที่ยวและนั่งรถม้า เป็นการต่อลมหายใจให้กับคนทำอาชีพรถม้าที่ยังเหลืออยู่หากมองเผินๆ เหมือนไม่มีคนขึ้นรถม้า ยอมรับว่าคนลำปางไม่ขึ้นรถม้าเลย คนที่ใช้บริการส่วนใหญ่จะเป็นคนต่างชาติและคนต่างจังหวัด สาเหตุที่ทำให้คนลำปางไม่ขึ้นรถม้าเพราะเขาคงจะเห็นรถม้าทุกวันจนชินตาในขณะที่นักท่องเที่ยวมองว่าเป็นเมืองพิเศษ มีรถม้าโบราณวิ่งอยู่ หากมาลำปางไม่ได้ขึ้นรถม้าก็เหมือนมาไม่ถึงลำปาง รถม้าจอดเรียงรายริมถนน เพื่อรอรับผู้โดยสาร ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ โดยนับวันเหลือจำนวนน้อยลงทุกวัน.รถม้าที่วิ่งอยู่ทุกวันนี้มีจำนวน 100 คัน วิ่งในเขตเทศบาลนครลำปาง 80 คัน อีก 20 คัน ไปวิ่งประจำอยู่ที่วัดพระธาตุลำปางหลวง เป็นวัดเก่าแก่มีชาวต่างชาติและชาวต่างจังหวัดมาเที่ยววันละนับพันคนในอนาคตเป็นไปได้สูงว่า หากหมดยุคคนรุ่นเก่า รถม้าอาจจะสูญพันธุ์ หรือเหลือเพียงตำนาน หากลูกหลานคนขับรถม้าไม่สืบทอดอาชีพสารถีขับรถม้า เพราะทุกคนมุ่งอาชีพรับราชการและทำงานในห้างฯคนขับรถม้าต้องเอาใจมารวมกับม้า คือใจคนกับใจม้าต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน ไม่เหมือนเครื่องยนต์ คนรุ่นใหม่ต้องศึกษาอีกมากมาย ส่วนหนึ่งของรถม้าที่ปลดระวาง ถูกนำไปจอดเรียงรายภายในสมาคมฯ.ด้าน นายณรงค์ชัย ชัยรุ่งเรือง อายุ 61 ปี หนึ่งในสารถีรถม้าที่ยังคงยึดอาชีพขับรถม้าอยู่ในปัจจุบัน เล่าว่า ขับรถม้ามานานกว่า 40 ปีตอนนี้รู้สึกเป็นห่วงเพราะโอกาสรถม้าลำปางจะสูญพันธุ์มีสูงมาก ปัจจัยแรกคือคนรุ่นลูกรุ่นหลานไม่สืบทอดอาชีพนี้ บวกกับความเปลี่ยนแปลงของโลกสมัยใหม่“เมื่อ 40 ปีก่อน ผมมีรายได้จากการตระเวนขับรถม้า สามารถส่งลูกเรียนจบปริญญาได้ มาวันนี้บางวันไม่มีคนมาขึ้นรถม้าเลย รอมีเพียงทัวร์มาลงเท่านั้น ประกอบกับสมาคมรถม้าลำปางไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาช่วยเหลือ ต้องดูแลกันเอง ช่วยเหลือกันเอง วันนี้ยังไม่ถึงนับถอยหลัง แต่วันนั้นต้องมาถึงแน่นอน นครลำปางจะเหลือเพียงตำนานเล่าขานว่าในอดีตเป็นเมืองรถม้าเท่านั้น” นายณรงค์ชัย กล่าวด้วยความเป็นห่วง เจ้าของรถม้านำม้าคู่ใจกินหญ้าที่เตรียมไว้ในกระบะ หลังเหน็ดเหนื่อยจากการใช้งานวิ่งรับส่งผู้โดยสารมาตลอดทั้งวัน.ทั้งหมดนี้คือความรู้สึกของคนรุ่นเก่าที่มีความผูกพันต่ออาชีพรถม้ามาอย่างยาวนาน หากคนรุ่นหลังไม่สานต่อและหน่วยงานของรัฐไม่ยื่นมือเข้าไปดูแลสนับสนุนอนาคต “รถม้า” จะกลายเป็นแค่เพียง “ตำนาน” ของคนลำปาง.ผสม ติดธรรม