ปิดจ๊อบคดีไรเดอร์ชิงเงินสด 3.46 ล้านบาทได้แล้ว ตำรวจบุกล็อก 2 พี่น้องนามสกุลเดียวกัน ที่แท้เสมียนสาวคนเบิกเงินวางแผนให้น้องชายแท้ๆ แต่งชุดแกร็บขี่รถ จยย.มาทำทีทะเลาะกับคนขับรถตู้ บริษัท ก่อนชิงเป้ใส่เงินล้านเผ่นหนี จนมุมด้วยกล้องวงจรปิดจับภาพเหตุการณ์ไว้ได้ ตามยึดรถ จยย.ซุกในไร่อ้อย พร้อมรถกระบะที่ใช้ขนย้าย จยย. เช็กสัญญาณมือถือมีหลักฐานพูดคุยติดต่อกันทุกระยะ เจ้าตัวสารภาพต้องการเงินไปใช้หนี้คดีชิงทรัพย์ที่มีเงื่อนงำเป็นการวางแผนอำพราง กรณี น.ส.ประภาพร บุญมีสนม อายุ 29 ปี พนักงาน บริษัทแห่งหนึ่ง ไปเบิกเงินสด 3.5 ล้านบาท จากธนาคาร กรุงเทพ สาขาบ้านบึง แบ่งออกมาเก็บไว้เอง 4 หมื่นบาท ส่วนที่เหลือ 3.46 ล้านบาท ใส่กระเป๋าส่งให้นาย กฤษชภัชร์ สุรกุล อายุ 24 ปี คนขับรถบริษัท ถือมา ขึ้นรถตู้นิสสัน เออร์แวน สีขาว ทะเบียน 40-1193 ชลบุรี ที่จอดอยู่ใกล้ร้านขายหอยทอด ซอยราษฎร์อุทิศ ด้านหลังธนาคารไทยพานิชย์ เขตเทศบาลเมืองบ้านบึง อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี จู่ๆมีชายสวมชุดไรเดอร์ “แกร็บ” ขี่รถ จยย.เข้ามาหาเรื่องทะเลาะกับนายกฤษชภัชร์ และใช้ปืนพกตบหน้า 1 ครั้ง ก่อนชิงกระเป๋าเงินที่วางไว้ ข้างคนขับหลบหนี เหตุเกิดบ่าย 2 วันที่ 20 ก.ย.ความคืบหน้าเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 21 ก.ย. พนักงานสอบสวน สภ.บ้านบึง เชิญตัว 2 หนุ่มสาว ที่เป็นคนถ่ายคลิปเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุที่คนร้ายทำทีพูดเบี่ยงเบนว่า คนขับรถมายุ่งกับเมียเขาทำไม ก่อนจะชิงกระเป๋าเงินหลบหนีไป นายเอ (นามสมมติ) เล่าว่า ทีแรกไม่รู้เรื่อง เห็นเขาทะเลาะกันเลยหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายไว้ พอเป็นการชิงเงินกันรู้สึกตกใจ แต่ถ้ารู้ว่าไม่ใช่เรื่องชู้สาว คงต้องวิ่งไปช่วยแน่ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดเหตุช่วงบ่ายจนถึง ช่วงดึก พนักงานสอบสวนได้แยกสอบปากคำนายกฤษชภัชร์ สุรกุล คนขับรถตู้ และ น.ส.ประภาพร บุญมีสนม เสมียนการเงิน อย่างเคร่งเครียด ก่อนปล่อยตัวกลับบ้านในเวลา 21.00 น. คืนที่ผ่านมา เบื้องต้นไม่พบข้อสงสัยจากนายกฤษชภัชร์ แต่ยังติดใจ น.ส.ประภาพร เนื่องจากพบสัญญาณโทรศัพท์เชื่อมต่อ กับผู้ต้องสงสัยที่เป็นน้องชาย แต่ น.ส.ประภาพรยังคง ปฏิเสธไม่รู้ไม่เห็นขณะเดียวกัน ชุดสืบสวน สภ.บ้านบึง ลงพื้นที่ เช็กกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คนร้ายใช้หลบหนี ปรากฏว่า รถคนร้ายหลุดหายไปจากกล้องวงจรปิด บริเวณถนนเซิดน้อย-มาบไผ่ หมู่ 5 ต.มาบไผ่ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ตำรวจกระจายกำลังออกค้นหาเนื่องจากสงสัย ว่า คนร้ายจะนำรถไปซุกซ่อนไว้ที่ใดที่หนึ่ง กระทั่งพบรถ จยย.คันที่คนร้ายใช้ก่อเหตุถูกทิ้งอยู่ในไร่อ้อย ห่างจากริมถนนแค่ 100 เมตร ประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ภาค 2 เข้าเก็บรอยนิ้วมือแฝงและหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ พร้อมยึดรถ จยย.ไปเก็บไว้ที่ สภ.บ้านบึงเวลา 11.00 น. ชุดสืบสวน สภ.บ้านบึง ไล่กล้อง วงจรปิดอีกครั้งเพื่อหาว่า หลังนำรถ จยย.มาซุกไว้ ในไร่อ้อยแล้ว คนร้ายหลบหนีไปทางไหน กระทั่งพบ รถกระบะต้องสงสัยบรรทุกรถ จยย.ไว้ในกระบะท้าย ก่อนเกิดเหตุ ตำรวจสืบสวนจนทราบว่ารถกระบะคันดังกล่าวถูกนำไปจอดในอู่ซ่อมรถประกันแห่งหนึ่ง พื้นที่หมู่ 4 ต.เสม็ด อ.เมืองชลบุรี เมื่อเวลา 4 โมงเย็น วันที่ 20 ก.ย. หลังเกิดเหตุชิงเงินแค่ 2 ชั่วโมง ตำรวจตาม ไปตรวจยึดรถมาตรวจสอบ เป็นรถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ สีขาว ทะเบียน งข 9234 ชลบุรี มีกล้องวงจรปิดในอู่ จับภาพคนขับสวมเสื้อสีเทา นุ่งกางเกงสีดำสอบปากคำนายจารุวัฒน์ นาจรัส อายุ 27 ปี พนักงานเปิดเคลมรถให้การว่า คนขับรถกระบะคัน ดังกล่าว ติดต่อจะนำรถกระบะมาเคลมซ่อมหลายจุด ตั้งแต่เมื่อ 3 เดือนที่แล้ว ช่วงนั้นงานซ่อมเยอะทางอู่ ได้นัด ให้นำเข้ามาซ่อมในวันที่ 19 ก.ย. แต่มาล่าช้า 1 วัน เมื่อมาถึงคนขับมีท่าทีร้อนรน อ้างว่า ปวดท้อง แต่กลับไม่ไปเข้าห้องน้ำในอู่ ขอให้ตนช่วยขี่รถ จยย.พาไปส่งที่ปากซอย มารู้ภายหลังว่าเป็นผู้ก่อเหตุชิงเงินล้าน รู้สึกตกใจมากตามแนวทางการสืบสวนสอบสวน และประมวลเหตุการณ์ของชุดสืบสวน ทำให้มั่นใจว่าผู้ต้องสงสัยที่ก่อเหตุในคดีนี้คือ น.ส.ประภาพร บุญมีสนม อายุ 29 ปี เสมียนการเงินที่เป็นผู้เบิกเงินจากธนาคารและ นายจตุพล หรือเอ็ม บุญมีสนม อายุ 27 ปี น้องชาย อาชีพไรเดอร์ส่งอาหาร เนื่องจากมีหลักฐานว่า ในช่วง ก่อนเกิดเหตุ ขณะเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุทั้ง 2 คนโทรศัพท์ติดต่อกันตลอดเวลา ประกอบกับรถ จยย.และรถกระบะที่ยึดมาได้ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตรวจรอยนิ้วมือแฝงแล้วพบว่าตรงกับลายนิ้วมือของนายจตุพล นำพยานหลักฐานเสนอศาลจังหวัดชลบุรี อนุมัติหมายจับ 2 พี่น้องทันที ศาลพิจารณาอนุญาต จากนั้นนำหมายจับเข้าจับกุม น.ส.ประภาพร และนายจตุพลได้ในช่วงค่ำวันเดียวกัน แจ้งข้อหาร่วมกันชิงทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะฯ ส่วนนายจตุพล เพิ่มข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นด้วยจากการสอบสวนเบื้องต้น น.ส.ประภาพรให้การรับสารภาพว่า ร่วมกับนายจตุพล น้องชายแท้ๆ วางแผนชิงเงิน 3.46 ล้านบาทจริง เนื่องจากตนมีหนี้สินจำนวนมาก ต้องผ่อนรถกระบะและรถบิ๊กไบค์ ส่วนน้องชายต้องหาเงินไปใช้หนี้พนันออนไลน์ หลังก่อเหตุได้แบ่งเงินกัน น้องชายนำเงิน 3 แสนบาทไปซ่อนไว้ที่บ้านแม่ยาย ส่วนเงินที่เหลือ น.ส.ประภาพร ยังไม่ยอมบอกว่าซ่อนไว้ที่ใด ตำรวจอยู่ระหว่างสอบปากคำเพื่อขยายผลไปตรวจยึดเงินของกลางต่อไป