ด.ต.หัวใจจิตอาสาใช้สถานที่หลังตู้ตำรวจ ทางหลวงทับหลี จ.ระนอง เปิดติวให้เด็กๆ ลูกหลานชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงสอบเข้าโรงเรียนนายสิบตำรวจ ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ลดปัญหาเยาวชนเดินทางผิดและช่วยเหลือครอบครัวยากจน เผยเปิดติวมาตั้งแต่ปี 55 เด็กๆสอบผ่านเข้ารับราชการแล้ว 56 นาย อยู่ระหว่างศึกษา 18 นาย รุ่นล่าสุดสอบผ่านเข้าเรียนอีก 25 นาย ขณะที่ ผกก.2 บก.ทล. ระบุอยากผลักดันให้เด็กๆสอบต่อเข้าโรงเรียนเตรียมทหารในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติตำรวจทางหลวงหัวใจจิตอาสาสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้ ตร. เปิดเผยขึ้นเมื่อวันที่ 4 มิ.ย. พ.ต.อ.วชิรา ยาวไทยสงค์ ผกก.2 บก.ทล. กล่าวว่า ระหว่างตรวจเยี่ยมตำรวจทางหลวงใน จ.ชุมพรและ จ.ระนอง ได้รับรายงานจาก พ.ต.ท.พิทยา ธนาวุฒิ สว.ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล. ว่า หน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงทับหลี จ.ระนอง อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบ นอกจากบริการประชาชนตามปกติแล้ว ยังมีโครงการให้เด็กๆที่เป็นลูกหลานบ้านใกล้เรือนเคียงหน่วย มาติวหนังสือเพื่อเสริมผลการเรียนให้ดีขึ้น เปิดติวมาตั้งแต่ปี 55 ที่ผ่านมามีเด็กสอบเข้าเป็นข้าราชการตำรวจได้เกือบ 100 คน ดำเนินการโดย ด.ต.สนอง ยิ้มศรี ผบ.หมู่ ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล.หัวหน้าตู้ตำรวจทางหลวงทับหลี หลังได้รับรายงานได้ไปตรวจเยี่ยมและรายงานไปยังผู้บังคับบัญชา เพราะถือเป็นผู้มีจิตอาสาที่แท้จริง ไม่ต้องการผลตอบแทนใดๆ เด็กที่มาติวไม่เสียค่าใช้จ่าย ขอแค่มีความตั้งใจ จนได้ผลอย่างเป็นรูปธรรม“ส่วนตัวถ้ามีโอกาสจะผลักดันเด็กๆไปสอบสนาม นตท.ต่อไป ไม่ว่าจะเป็นเหล่าอะไร แล้วแต่น้องๆจะชื่นชอบ เพราะนี่ถือเป็นสถานที่สร้างคนสร้างชาติได้เลย ไม่แน่ว่าในอนาคตอาจจะมีเด็กๆที่จบจากตรงนี้ไปสอบติดนักเรียนเตรียมทหารในส่วนของโรงเรียนนายร้อยตำรวจ อาจจะเติบโตไปเป็นผบ.ตร.ก็เป็นได้” พ.ต.อ.วชิรากล่าวขณะที่ ด.ต.สนอง ยิ้มศรี ผบ.หมู่ ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล. เผยว่า บ้านเดิมอยู่ ต.หงษ์เจริญ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร จบนักเรียนพลตำรวจรุ่นที่ 10 โรงเรียนตำรวจภูธร ภ.8 จบปริญญาตรี นิติศาสตร์ มสธ.เมื่อปี 42 รับคำสั่งจาก สว.ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล.ให้ทำหน้าที่หัวหน้าหน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงทับหลี เมื่อวันที่ 1 เม.ย.55 หลังได้รับคำสั่ง ได้ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนในเขตรับผิดชอบ ร่วมกิจกรรมของหมู่บ้านเกือบทุกหมู่บ้านในเขตพื้นที่จนสนิทสนมกับพี่น้องประชาชน และเล็งเห็นถึงความสำคัญเยาวชนวัยรุ่นที่ว่างงาน ขี่รถแว้นสร้างปัญหาต่างๆ เพราะขาดการแนะแนวความรู้สร้างเสริมประสบการณ์การมีชีวิต ด.ต.สนองเล่าต่อถึงการเปิดติวเตอร์ให้เยาวชนในพื้นที่ต่อว่า ด้วยความสนิทสนมกับชาวบ้านมีผู้ปกครองหลายๆท่านมาหารือว่าลูกชายที่เพิ่งจบ ม.6 ยังว่างงาน ไม่มีเงินมากพอส่งให้ลูกๆเข้าเรียนต่อระดับปริญญาตรีได้ ถ้าจะให้ลูกชายสอบเข้ารับราชการตำรวจจะต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง เกิดความเห็นใจเข้าใจความรู้สึก รับอาสาจะช่วยสอนแนะแนวทางการสอบข้อเขียนและภาคพละให้ เริ่มติวให้ตั้งแต่ปี 55 เป็นรุ่นแรก มีพ่อแม่นำลูกมาให้ช่วยติวให้ 7 คน ผ่านข้อเขียนและสอบผ่านเข้าเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจได้ 2 นาย คือ ส.ต.อ.เจษฎา จีนบันทึก ปัจจุบัน สังกัด สภ.สวี จ.ชุมพร และ ส.ต.อ.ชัชวาลย์ อินทรบำรุง สังกัดกองร้อย ตชด.417 กก.ตชด.41 ด.ต.สนองกล่าวต่อว่า หลังจากนั้นผู้ปกครองในถิ่นแถวใกล้เคียงได้นำบุตรหลานมาฝากขอให้ช่วยสอนช่วยติวให้ ช่วงแรกๆติวให้เด็กๆเอง พอปี 62 ได้ประสานอาจารย์ภายนอกผู้ที่มีจิตอาสาเข้ามาช่วยในช่วงวันหยุดราชการและช่วงเย็นถึงค่ำ11 ท่าน คือ 1.อ.พิทธพนธ์ พิทักษ์ 2.อ.สำราญ สน พิพัฒน์ 3.อ.พีรพัช คงยืน 4.อ.จันทา พิมพ์อักษร 5.อ.เกวลิน บัวเขียว 6.อ.ลักขณา พรหมพัตร 7.อ.พัชรา จั่นเพชร 8.อ.เสาวนีย์ สุขารมย์ 9.อ.ธันยาวรรธน์ เจริญสุข 10.นรต.ณัชนน ซื่อตรง 11.อ.บี วิทยาลัยการอาชีพกระบุรี ทุกท่านมาด้วยรถยนต์ส่วนตัวไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ จากรุ่น 1 จนถึงปัจจุบันรุ่นที่ 12 มีเยาวชนเข้ามาเรียนรวมแล้วประมาณ 150 นาย สอบผ่านเข้ารับราชการตำรวจแล้ว 56 นาย กำลังศึกษาหลักสูตร นสต. 18 นาย รวม 74 นาย และรุ่นที่ 12 สอบผ่านข้อเขียน 25 นาย รวมทั้งหมด 99 นาย ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่สอนไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น ขอแค่ให้เป็นคนดี มีวินัย มีความมุ่งมั่นวิริยะ อุตสาหะอย่างจริงจังตั้งใจสามารถเข้าเรียนติวเตอร์ที่ “ทับหลีติวเตอร์” ได้ด.ต.สนองกล่าวอีกว่า สำหรับค่าใช้จ่าย ค่าอาหาร ตลอดถึงค่าจัดหารถบัส รถตู้โดยสารที่ใช้ไปสนามสอบข้อเขียน รวมถึงค่าที่พัก มีผู้บังคับ บัญชาและผู้นำชุมชนต่างๆ เช่น นายก อบต., กำนัน, ผู้ใหญ่บ้าน ตลอดถึงผู้ใจบุญหลายภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชนได้ร่วมกันสนับสนุนเงินสด ข้าวสารอาหารแห้ง/สด ให้กับเยาวชน “ทับหลีติวเตอร์” เสมอมา ที่สำคัญก็คือรุ่นพี่ที่รับราชการแล้ว รวมถึงผู้ปกครองของเยาวชนที่รับราชการแล้วได้ร่วมสนับสนุนเป็นหลักให้กับ “ทับหลีติวเตอร์” ด้วยสำหรับ ด.ต.สนอง ปัจจุบันอายุ 55 ปี แต่ไม่ได้เข้าอบรมโครงการร้อยตำรวจตรีเลื่อนไหล ติดยศ ร.ต.ต. เมื่ออายุ 53 ปี ในประเด็นนี้ พ.ต.อ.วชิรา ยาวไทสงค์ ผกก.2 บก.ทล. กล่าวว่า ได้สอบถามเจ้าตัวแล้ว ทราบว่าเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ไม่ได้ไปอบรมเพราะตรงกับที่เด็กๆจะต้องไปสอบเข้าโรงเรียนนายสิบตำรวจพอดี หากไปอบรมจะไม่มีใครพาเด็กๆไปสอบ ถึงติดยศ ร.ต.ต. ก็ทำหน้าที่ไม่ต่างกัน เลยขอเอาอนาคตเด็กไว้ก่อน