ไหมอีรี่หรือไหมกินใบมันสำปะหลัง ถูกจัดรวมให้อยู่ในประเภทไหมป่า เดิมรังมีลักษณะรี ยาว ใหญ่กว่าไหมกินใบหม่อน ซึ่งจัดเป็นไหมเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่ง แต่เมื่อไม่นานมานี้ กรมหม่อนไหมได้ค้นพบไหมอีรี่ชนิดใหม่ รังสีเหลืองเข้ม ถือเป็นการค้นพบครั้งแรกในประเทศไทยนายปราโมทย์ ยาใจ เผยว่า ไหมมันสำปะหลังสระแก้ว (CASA SILK) ค้นพบครั้งแรกที่ จ.สระแก้ว เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ต่างจากไหมกินมันสำปะหลังทั่วไปตรงที่รังไม่ได้สีขาว แต่มีสีเหลืองค่อนข้างเข้ม ขนาดใหญ่ ยาวเรียว เส้นใยสานกันหลวมๆ ปลายข้างหนึ่งค่อนข้างแหลม ปลายอีกข้างหนึ่งมีรูเปิดเล็กๆ เพื่อให้ผีเสื้อออกจากรัง ผู้เลี้ยงสามารถดึงเส้นใยจากรังด้วยวิธีปั่น (Spun) แบบเดียวกับการปั่นฝ้าย ไม่ได้ใช้วิธีสาวแบบไหมกินใบหม่อน ดังนั้นจึงไม่ต้องต้มรังตอนที่ยังมีดักแด้ไหมอยู่ในรัง เพียงแค่ตัดเปลือกรัง หรือรอให้ผีเสื้อออกมาก่อน ก็สามารถนำรังไปต้มเพื่อละลายสารเหนียว ที่เคลือบเส้นไหมออก แล้วนำไปปั่นได้เลยมีโปรตีนใกล้เคียงกับไหมกินหม่อน แต่มีสารสำคัญ อาทิ กรดอะมิโน ลูทีน ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และเวชสำอางได้ เลี้ยงง่าย มีความแข็งแรงทนทานต่อสภาพอากาศร้อนอย่างบ้านเรา เหมาะสำหรับเกษตรกรที่ปลูกมันสำปะหลังเป็นอาชีพหลักอยู่แล้ว สามารถเก็บใบมันมาเลี้ยงไหมชนิดนี้เป็นอาชีพเสริมได้ แต่ไม่ควรเก็บใบมันเกิน 30% ของต้น ไหมมันสระแก้วมีวงจรชีวิต 45-60 วัน เลี้ยงได้ปีละ 4- 5 รุ่น เกษตรกรสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นจากการขายรังและดักแด้ประมาณ 6,000 บาทต่อรุ่น นอกเหนือจากการปลูกมันสำปะหลัง ปัจจุบันตลาดต้องการรับซื้อรังไหมชนิดนี้เดือนละ 30 ตัน แต่เกษตรกรผลิตได้แค่เดือนละ 10 ตัน ฉะนั้นจึงควรส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงเพื่อเป็นอาชีพเสริม หรือเป็นอาชีพหลักให้มากขึ้น “การค้นพบไหมชนิดนี้ กรมฯได้นำพันธุ์มาวิจัยพัฒนาต่อเพื่อให้ได้สายพันธุ์ที่นิ่ง จนปัจจุบันได้สายพันธุ์สีเหลืองสวยงาม ในอนาคตจะพัฒนาต่อยอดให้ได้สายพันธุ์ที่ดียิ่งขึ้น โดยขณะนี้ได้มอบหมายให้หน่วยส่งเสริมหม่อนไหมสระแก้ว ส่งเสริมให้เป็นอีกอาชีพเสริมสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง คาดว่าจะถ่ายทอดโดยผลิต และแจกจ่ายให้เกษตรกรนำไปเลี้ยงเพื่อสร้างรายได้ในปลายปีนี้”อธิบดีกรมหม่อนไหมเผยอีกว่า เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับเกษตรกร ทางกรมฯ ได้เตรียมจัดตั้ง ศูนย์อนุรักษ์ไหมป่าเพื่อการใช้ประโยชน์เฉลิมพระเกียรติ 90 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ควบคู่กันไปด้วย.