“ปราปต์ปฎล สุวรรณบาง” นักแสดงคนดัง ผู้ต้องหาคดีฟอกเงินเกี่ยวพันคดีแชร์ลูกโซ่ฟอเร็กซ์ 3 ดี จัดหนักแฉ “ทนายเฮง-ว่าที่ ร.ต.กฤษดา กฤตเมธานนท์” ที่ปรึกษาเลขาฯ รมว.ยุติธรรมเรียกรับเงิน 10 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือให้แฟนสาว “กู๋กี๋-ภคมน สิลุน” พ้นผิดในคดีแชร์ลูกโซ่ฟอเร็กซ์ 3 ดี อ้าง “มีราคาของความยุติธรรมอยู่” ด้านผู้ที่ถูกกล่าวอ้างต่างออกมาปฏิเสธ เตรียมฟ้องกลับนักแสดงคนดังหลายข้อหาที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 7 มี.ค. นายปราปต์ปฎล สุวรรณบาง อายุ 53 ปี เดินทางมายื่นหนังสือกับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอเพื่อขอทราบความคืบหน้าคดีฟอกเงินในคดีแชร์ลูกโซ่ฟอเร็กซ์ 3 ดี ที่ตนเองถูกแจ้งข้อหาเมื่อวันที่ 5 ต.ค.65 แต่จนถึงตอนนี้คดียังไม่มีความคืบหน้า ส่งผลกระทบโดยตรงทำให้ถูกยกเลิกงาน ชีวิตการงานและชีวิตส่วนตัวพังบ้านใกล้จะถูกยึดนายปราปต์ปฎลเปิดเผยว่า ที่ตนถูกแจ้งข้อหาในคดีฟอกเงินนั้น เจ้าหน้าที่ให้เหตุผลว่าเพราะเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายรถแอสตัน มาร์ติน ของ น.ส.ภคมน หรือกู๋กี๋ สิลุน แฟนสาวที่เป็นของกลางในคดีแชร์ลูกโซ่ฟอเร็กซ์ 3 ดี ตนอธิบายไปเรียบร้อยแล้วว่ารถคันดังกล่าวเป็นของแฟนสาวขณะนั้นยังไม่ถูกแจ้งข้อหา ทั้งนี้แฟนสาวของตนถูกจับกุมในข้อหาฉ้อโกงประชาชนในวันที่ 18 ส.ค.65 จากนั้นวันที่ 21 ส.ค.65 เพื่อนผู้หญิงซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของ น.ส.ภคมน หรือกู๋กี๋ ติดต่อมาหาตนว่ารู้จักกับที่ปรึกษาของเลขาฯรัฐมนตรี ที่สามารถช่วยเหลือได้ จึงนัดพูดคุยที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านเลียบด่วนรามอินทรา ใช้เวลาพูดคุยกว่า 1 ชั่วโมง มีใจความสำคัญคือที่ปรึกษาของเลขาฯรัฐมนตรีซึ่งเป็นทนายความอักษรย่อ ฮ. ระบุว่า “น้องเขาซวยที่เคยไปแต่งงานกับคนนั้น เชื่อว่าน้องไม่เกี่ยว แต่มันมีราคาของความยุติธรรมอยู่” พร้อมเสนอตัวว่าสามารถช่วยทำสำนวนอ่อนลงเพื่อให้พ้นคดีได้ โดยเรียกเงินสูงถึง 10 ล้านบาท อ้างต้องนำไปใช้เจรจากับผู้ใหญ่ ทั้งหมดทำให้ตนถึงกับอึ้ง ส่วนตัวเชื่อว่า เพื่อนของแฟนตนหวังดีและไม่ได้รู้เห็นกับการตบทรัพย์ แต่เป็นเพราะอยากช่วยเพื่อนจริงๆ“ที่ผมออกมาแฉไม่ได้ต้องการเอาผิดกับใครและการออกมาเรียกร้องครั้งนี้ไม่ใช่การข่มขู่เพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ แต่เป็นการเรียกร้องความยุติธรรมให้กับกู๋กี๋และตัวผมเอง ต้องการให้กู๋กี๋ได้ประกันตัวออกมาต่อสู้คดีรวบรวมพยานหลักฐานได้เต็มที่ เพราะตอนนี้ศาลยังไม่ตัดสิน ยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่” นายปราปต์ปฎลกล่าวอีกด้าน ที่กระทรวงยุติธรรม เวลา 15.20 น. ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขาฯ รมว.ยุติธรรม เปิดเผยถึงกรณีนายปราปต์ปฎล สุวรรณบาง นักแสดงคนดัง ออกมาแฉมีที่ปรึกษาเลขาฯรัฐมนตรีเรียกรับทรัพย์ 10 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือให้ น.ส.ภคมน หรือกู๋กี๋ สิลุน หลุดพ้นจากข้อหาฉ้อโกงประชาชนในคดีแชร์ลูกโซ่ฟอเร็กซ์ 3 ดี ว่าตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง อีกทั้งตอนที่นายอภิรักษ์ โกฎธิ ผู้บริหารฟอเร็กซ์ 3 ดี ถูกติดตามจับกุม ตนมีส่วนดำเนินการเต็มที่ทั้งในการนำตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีและติดตามยึดทรัพย์ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องในคดีเพื่อเฉลี่ยคืนผู้เสียหายว่าที่ ร.ต.ธนกฤตกล่าวยอมรับด้วยว่า ทนายเฮง หรือทนาย ฮ. เป็นที่ปรึกษาของตนจริง ส่วนเรื่องที่ทนายเฮงถูกกล่าวอ้างไปเรียกรับเงิน สอบถามแล้ว เขายืนยันไม่เคยคุยถึงการตบทรัพย์ และในวันที่ 21 ส.ค.65 มีตัวละครในวงสนทนา 3 คน คือ 1.ว่าที่ ร.ต.กฤษดา กฤตเมธานนท์ หรือทนายเฮง 2.น.ส.ชิดชญา หรือการ์ตูน วณิชกิตติ์ เพื่อนสนิทของแฟนสาวนายปราปต์ปฎล และ 3.นายปราปต์ปฎล สุวรรณบาง ทั้งหมดได้ไปนัดคุยกันถึงเรื่องคดีความ ในประเด็นที่ น.ส.ภคมน หรือกู๋กี๋ สิลุน อยู่ระหว่างการคุมขังในเรือนจำ เรื่องนี้ไม่ได้อยู่ในส่วนรับผิดชอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษแล้ว ตรงนี้ค่อนข้างชัดเจนว่าไม่ใช่การวิ่งเต้นเพราะคดีอยู่ในชั้นศาลไปแล้ว และในวันนั้นนายปราปต์ยังไม่ได้ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีฟอกเงิน แต่ขณะนี้คดีฟอกเงินของนายปราปต์นั้นอยู่ระหว่างการสรุปสำนวนว่าที่ ร.ต.กฤษดา กฤตเมธานนท์ หรือทนายเฮง ที่ปรึกษาเลขาฯ รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า เท่าที่จำได้วันนั้นเป็นการพูดคุยเรื่องการประกันตัว น.ส.ภคมน หรือกู๋กี๋ สิลุน ทั้งนี้ตนเคยให้คำแนะนำกับนายปราปต์ว่าคดีนี้เป็นคดีที่มีอัตราโทษสูงและมีผู้เสียหายหลายพันคน การที่จะได้รับการประกันตัวโดยปกติแล้วก็มีการวัดที่หลักทรัพย์การประกันตัวที่ต้องมีจำนวนมาก เป็นเรื่องปกติที่มีการพูดคุยถึงจำนวนเงิน แต่ยืนยันว่าไม่ใช่หลักสิบล้านบาทแน่นอน อีกทั้งคดีอยู่ในชั้นศาลแล้ว จะไปทำให้สำนวนคดีอ่อนคงเป็นไปไม่ได้ ยืนยันวันนั้นไม่ได้พูดเรื่องดังกล่าวแน่นอน เตรียมดำเนินคดีกับนายปราปต์ปฎลในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาและ พ.ร.บ.คอมฯด้วยการฟ้องต่อศาลด้วยตนเองขณะที่ น.ส.ชิดชญา หรือการ์ตูน วณิชกิตติ์ เพื่อนสนิทของ น.ส.ภคมน หรือกู๋กี๋ แฟนสาวนายปราปต์ปฎล กล่าวว่า หลังฟังการแถลงข่าวของนายปราปต์ รู้สึกเสียใจทั้งที่ตนพยายามหาทางให้ผู้ใหญ่ช่วยเหลือกู๋กี๋เท่าที่จะทำได้ หลังจากนี้ตนจะไปฟ้องนายปราปต์ผ่านศาลโดยตรง ตนไม่ได้โกรธเพื่อนแต่โกรธนายปราปต์และเสียความรู้สึกที่เขามองว่าความหวังดีของตนเป็นเหมือนนกต่อเรียกตบทรัพย์