“อัจฉริยะ” ยื่นหนังสือถึง ผบก.ปปป. แจ้งจับ 2 บิ๊กสีกากี “ผู้การ-รองผู้การสืบภาค 1” ในความผิด ม.164 และ 157 หลังนำภาพศพแตงโมมาเทียบเคียงกับใบพัดเรือแล้วส่งต่อให้อดีตศัลยแพทย์ รพ.พระมงกุฎฯ ที่เป็นคนนอกดู ทั้งที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในคดี “แตงโม-นิดา” วอน “แม่ภนิดา” อย่าเพิ่งถอนฟ้องคดีฆาตกรรม หวั่นพยานหลักฐานที่ทำมาจะเป็นหมัน แถมท้าตรวจดีเอ็นเอ และให้นำภาพตอนตั้งท้องมายืนยันเป็นแม่แตงโมตัวจริงกลายเป็นประเด็นดราม่าให้สังคมกังขาอีกรอบ ภายหลังนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ไปออกรายการ “โหนกระแส” ของหนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย จู่ๆทนายตั้ม-ษิทรา เบี้ยบังเกิด คู่กรณีที่มีคดีฟ้องร้องกันอยู่ ได้เข้าร่วมรายการด้วย ต่อมา ปอ-ตนุภัทร เลิศทวีวิทย์ 1 ใน 5 คนบนเรือยังโฟนอินเข้ามาพูดคุย กดดันให้นายอัจฉริยะเปิดคลิปที่อ้างว่า มีคนบนเรือสปีดโบ๊ตใช้มีดกรีดขาขวาแตงโม-นิดา หรือภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ ดาราสาว ก่อนจะโยนร่างทิ้งน้ำจนเสียชีวิต แต่นายอัจฉริยะไม่ยอมเปิด ระบุไม่ไว้ใจใครทั้งสิ้น และจะนำหลักฐานเด็ดชิ้นนี้ไปเปิดในชั้นศาลเท่านั้น ส่งผลให้แฟนคลับพากันติดแฮชแท็ก #เซฟลุงอัจ จนกลายเป็นกระแสในสื่อโซเชียลที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวน กลาง (บช.ก.) เวลา 10.00 น. วันที่ 24 มิ.ย. นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ยื่นหนังสือถึง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป. เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษ พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม ผบก.สส.ภ.1 พ.ต.อ.วรชาติ แสนคำ รอง ผบก.สส.ภ.1 ในข้อหา “ร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานรู้หรืออาจรู้ความลับในราชการกระทำโดยประการใดๆอันมิชอบในหน้าที่ ทำให้ผู้อื่นล่วงรู้ความลับ” หลังนำภาพศพแตงโมมาเทียบเคียงกับใบพัดเรือ แล้วส่งต่อไปให้ นพ.ธวัชชัย กาญจนรินทร์ อดีตศัลยแพทย์ รพ.พระมงกุฎเกล้า ที่เป็นคนนอกไม่เกี่ยวข้องในคดี ถือว่าเป็นความผิดตาม ม.164 และม.157 เป็นคนละกรณีกับเมื่อวันที่ 26 พ.ค.ในเรื่องการสร้างหลักฐานเท็จและกลั่นแกล้งให้ผู้อื่นรับโทษทางคดีอาญานายอัจฉริยะกล่าวว่า ไม่เคยพูดว่ามีคลิปเหตุการณ์ ตอนกรีดขาแตงโมแต่เป็นคลิปเหตุการณ์ที่แสดงให้เห็นถึงที่มาของบาดแผลว่า ไม่ได้เกิดจากใบพัดเรือ อยากให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ผบ.ตร. หรืออัยการ เข้ามาตรวจสอบตัวเรือ หารอยเลือดตามจุดที่ปรากฏในหลักฐานของตน เพื่อให้คลายข้อสงสัยเกี่ยวกับหลักฐานที่ตนมีอยู่ หากยอมตรวจเรือลำดังกล่าว ตนจะพาชี้จุดที่ปรากฏรอยเลือดอยู่ในหลักฐานของตน เพื่อให้ตรวจสอบว่าเป็นเลือดของบุคคลใด หากตรวจพบจะสามารถยืนยันในหลักฐานของตนได้ รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นนางภนิดา ศิระยุทธโยธิน แม่ของแตงโม หรืออัยการ จะสามารถนำหลักฐานของตนเข้าไปประกอบคดีและฟ้องในข้อหาฆาตกรรมได้นายอัจฉริยะกล่าวต่อว่า หลักฐานอื่นไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะผู้ที่ให้หลักฐานมาจะไม่ปลอดภัย และธุรกิจจะเสียหาย เรื่องที่ตนถูกแจ้งความดำเนินคดี ขณะนี้มี 6 คดี ของตำรวจ 4 คดี และนายเดชา กิตติวิทยานันท์ หรือทนายเดชา 2 คดี จะฟ้องตนกี่ร้อยคดีก็ได้ พร้อมสู้ วันที่ 25 มิ.ย.จะไปแจ้งความเอาผิดนายเดชา ที่ สภ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ส่วนการออกรายการโหนกระแสล่าสุด ทำให้คนบนเรือเกิดระแวงกันเองว่าใครนำหลักฐานมาให้ตน มีบางคนร้อนรน แต่นายไพบูลย์ หรือโรเบิร์ต ตรีกาญจนานันท์ กลับไม่ติดต่อมา เป็นเรื่องแปลกมาก ส่วนนายษิทรา ตนไม่คิดว่าจะมาร่วมรายการ หลังเกิดประเด็นขึ้น ได้ปรับความเข้าใจกับหนุ่ม-กรรชัยแล้ว“เรื่องที่นางภนิดาจะถอนฟ้องในคดีฆาตกรรมที่ตนยื่นไปแล้ว จนถึงขณะนี้ทราบว่ายังไม่ได้ถอนฟ้องแต่อย่างใดและไม่อยากให้ถอนฟ้อง เพราะหากถอนฟ้อง ทุกสิ่งที่ตนทำมาจะหายไป นางภนิดาจะไม่สามารถฟ้องในข้อหาเดิมซ้ำได้เพราะถือเป็นการฟ้องซ้ำ ในส่วนของคดีที่ตนฟ้องตรง ศาลจะไต่สวนในวันที่ 20 ก.ค. สำหรับเรื่องที่นางภนิดาจะเป็นแม่ของแตงโมจริงหรือไม่ อยากให้นำภาพขณะตั้งท้องมา รวมถึงหากตรวจดีเอ็นเอ ทุกอย่างจะสิ้นข้อสงสัย ส่วนนายวรินทร วัตรสังข์ หรือแอนนา ที่ออกมากล่าวยืนยัน ไปทำคดีหวยให้จบก่อนดีกว่า” นายอัจฉริยะกล่าวที่รัฐสภา นายณัฐกานต์ ชูชนะ เลขานุการคณะทำงานทางการเมืองของประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงถึงกรณีนายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายความร้องเรียนขอให้ตรวจสอบจริยธรรมนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ในฐานะ ส.ส.ต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯว่า ประธานสภายังไม่สามารถตรวจสอบจริยธรรมของผู้ถูกร้องได้ ผู้ถูกร้องเป็น ส.ส.ไม่ได้อยู่ภายใต้บังคับของประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมือง พ.ศ.2564 แต่อยู่ภายใต้ข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของ ส.ส.และกรรมาธิการ พ.ศ.2563 อีกทั้งหนังสือร้องเรียนต้องมีรายละเอียดตามข้อ 7 ของข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของ ส.ส.และกรรมาธิการ พ.ศ.2563