เปรมชัยขอถอดกำไล ศาลไม่ยอม ระบุขาอักเสบเป็นคนละข้าง ขยายเวลาฎีกา
“เปรมชัย” พร้อมทนายความ มาฟังคำสั่งศาลกรณียื่นคำร้องขอขยายเวลายื่นฎีกาคดี “ล่าเสือ ดำป่าทุ่งใหญ่นเรศวร” พร้อมขอถอดกำไลอีเอ็มชั่วคราว อ้างเหตุ เวลานอนกำไลถูกข้อเท้าซ้ายเป็นแผลอักเสบ แต่ศาลไม่อนุญาตให้ถอด เพราะอาการอักเสบเกิดที่ข้อเท้าคนละข้าง เนื่องจากกำไลถูกสวมอยู่ที่ข้อเท้าขวา แต่อนุญาตให้ขยายเวลายื่นฎีกา
“เปรมชัย” ร้องศาลขอถอดกำไลอีเอ็ม อ้างทำให้เป็นแผลข้อเท้าอักเสบ แต่ศาลไม่อนุญาตเพราะขาคนละข้างกัน โดยเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 13 ม.ค. ที่ศาลจังหวัดทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี นายเปรมชัย กรรณสูต กรรมการผู้จัดการบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) 1 ใน 4 จำเลยคดีลักลอบล่าเสือดำในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก พร้อมนายวิทูล ยิ้มพราย ทนายความ เดินทางมาที่ศาลเพื่อฟังคำสั่งศาลกรณียื่นคำร้องขออนุญาตถอดกำไลอีเอ็มจากข้อเท้าข้างขวา โดยให้เหตุผลว่ามีปัญหาด้านสุขภาพโดยเฉพาะโรคเบาหวานทำให้กำไลที่อยู่ข้อเท้านั้นบีบรัดข้อเท้าเป็นแผล
ศาลได้ใช้เวลาพิจารณาประมาณ 15 นาที มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ถอดกำไลอีเอ็ม เนื่องจากนายเปรมชัยมีอาการอักเสบที่ข้อเท้าซ้าย แต่กำไลอีเอ็มติดอยู่ด้านขวา และไม่มีเหตุผลพอที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งติดกำไลอีเอ็ม จากนั้นนายเปรมชัยเดินทางกลับโดยไม่ยอมให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด
ขณะที่นายวิทูล ยิ้มพราย ทนายความ เปิดเผยว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 7 ได้เพิ่มโทษจำเลยทั้ง 4 คน ศาลอนุญาตให้จำเลยประกันตัวในชั้นฎีกา แต่ให้ใส่กำไลอีเอ็ม มีคำสั่งให้จำเลยมารายงานตัวในวันนี้ 13 ม.ค. แต่จำเลยทั้ง 4 มารายงานตัวแล้วตั้งแต่วันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา และนายเปรมชัยได้ขออนุญาตถอดกำไลอีเอ็มชั่วคราว เพราะเวลานอนกำไลถูกับข้อเท้าซ้ายเป็นแผล แต่ศาลไม่อนุญาตให้เหตุผลว่าอาการอักเสบเกิดที่ข้อเท้าคนละข้าง แต่ศาลอนุญาตให้ขยายเวลายื่นฎีกาออกไปเป็นวันที่ 11 ก.พ.นี้
ความเป็นมาของคดีสืบเนื่องจากช่วงวันที่ 4-6 ก.พ.2561 นายเปรมชัยกับพวกรวม 4 คน ประกอบด้วย นายยงค์ โดดเครือ นางนที เรียมแสน และนายธานี ทุมมาศ ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมพร้อมซากเสือดำ ไก่ฟ้าหลังเทา เก้ง ปืนและเครื่องกระสุนจำนวนหนึ่ง ซึ่งตำรวจได้สอบสวนส่งสำนวนให้พนักงานอัยการยื่นฟ้องทั้งหมดต่อศาลจังหวัดทองผาภูมิ จนมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกนายเปรมชัยรวม 16 เดือน จำคุกนายยงค์ รวม 13 เดือน นางนทีให้จำคุก 2 เดือน แต่ให้รอลงอาญา 2 ปี และปรับ 10,000 บาท ส่วนนายธานี พิพากษาจำคุก 2 ปี 17 เดือน
ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษาเพิ่มโทษจำเลยหนักขึ้น นายเปรมชัยถูกตัดสินให้ลงโทษจำคุก 2 ปี 14 เดือน ไม่รอลงอาญา นายยงค์ ให้จำคุก 2 ปี 17 เดือน ไม่รอลงอาญา นางนที ให้จำคุก 1 ปี 8 เดือน โดยให้รอลงอาญา 2 ปี และปรับ 40,000 บาท และนายธานีถูกพิพากษาจำคุก 2 ปี 21 เดือน ไม่รอลงอาญา จำเลยได้ยื่นขอประกันตัวเพื่อสู้คดีชั้นฎีกา และศาลอนุญาตให้ประกันตัวแต่ต้องสวมกำไลอีเอ็ม กระทั่งนายเปรมชัยอ้างเหตุผลเกี่ยวกับสุขภาพขอถอดกำไลอีเอ็มชั่วคราวแต่ศาลไม่อนุญาตดังกล่าว