หลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติหรือ ก.ต.ช. ครั้งที่ 1/2566 มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ในฐานะกรรมการและเลขานุการ ก.ต.ช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมมีวาระในการพิจารณาเลือกรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆ 4 ด้านด้านยุทธศาสตร์ พล.ต.อ.ดร.ปิยะ อุทาโย ด้านกฎหมาย นายปกรณ์ นิลประพันธ์ด้านพัฒนาองค์กร พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม ด้านสื่อสารมวลชนหรือด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ศาสตราจารย์พิเศษ วิศิษฎ์ วิศิษฎ์สรอรรถภาคประชาชน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพดล กรรณิกามาช่วยขับเคลื่อนงานตำรวจมีหน้าที่และอำนาจในการกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์การบริหารราชการตำรวจ และกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ปฏิบัติตามกฎหมายยุทธศาสตร์ชาติ นโยบาย มติคณะรัฐมนตรี และระเบียบแบบแผน โดยจะมีวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปีเห็นรายชื่อกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแล้วถือว่าถูกฝาถูกตัว เป็นผู้เหมาะสมในทุกด้านเลือกเข้ามาสังคมยอมรับโดยเฉพาะ พล.ต.อ.ดร.ปิยะ อุทาโย กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านยุทธศาสตร์ อดีตรอง ผบ.ตร.นรต.รุ่นที่ 38 เพื่อนร่วมรุ่น ผบ.ตร. ที่เหล่านายตำรวจต่างเรียกว่า “ครูใหญ่” เพราะเคยเป็น ผบช.รร.นรต.เป็นหนึ่งในผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการเข้ามาวางฐานการทำงานตาม พ.ร.บ.ตำรวจฉบับใหม่ ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ด้วยความที่มีความเชี่ยวชาญงานด้านบริหารและทำงานด้านนี้มาต่อเนื่องหากจะพูดถึงนายตำรวจที่เป็นนักบริหารและรอบรู้ ตำรวจส่วนใหญ่นึกถึงชื่อ พล.ต.อ.ดร.ปิยะการศึกษาจบปริญญาโทและเอกทางด้านยุทธศาสตร์ โดยตรงกับงานที่ได้รับเลือกเข้ามา เหมาะสมกับหน้าที่เข้ามาพัฒนาองค์กรตำรวจด้านยุทธศาสตร์ เป็นการแต่งตั้งวางตัวคนที่เหมาะสมกับเนื้องานพล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม อดีตรอง ผบ.ตร. นรต.รุ่น 34 ที่เติบโตมากับหน่วยงานกำลังพล มีส่วนช่วยคิดปรับปรุงพัฒนาองค์กรตำรวจเป็นอีกคนที่ได้รับการยอมรับจากตำรวจ และเหมาะสมกับงานพัฒนาองค์กรเชื่อว่าตำรวจและประชาชนคาดหวังได้เลยว่าองค์กรตำรวจจะได้รับการพัฒนาในทางที่ดีขึ้นจากมุมมองของ ก.ต.ช.ทุกท่าน.“เพลิงพยัคฆ์”pluengpayak@thairath.co.th