กรณีผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กโพสต์คลิปภาพเหตุการณ์ตำรวจสายตรวจยิงยางรถยนต์คันหนึ่งที่คนขับขี่มีพิรุธน่าสงสัยที่แยกประชาสงเคราะห์ ทำให้เกิดคนบางกลุ่มตั้งคำถาม และวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของตำรวจมองว่าเกินกว่าเหตุจนมารับฟังข้อมูลจาก พ.ต.อ.ดวงโชติ สุวรรณจรัส ผกก.สน.ทองหล่อ บอกว่า ตำรวจสายตรวจ สน.ทองหล่อ มีรถยนต์ไม่ติดป้ายทะเบียนขับมาที่ด่านเอกมัย ตำรวจเรียกให้หยุดขอตรวจค้นรถ ผู้ขับขี่ไม่ยอมให้ตรวจ ขับรถหลบหนีด่านตรวจ มุ่งหน้าไปทางพระราม 9 ชุดเคลื่อนที่เร็วติดตามถึงแยกประชาสงเคราะห์สี่แยกใต้ด่วนดินแดงรถตำรวจสายตรวจขับทันนำรถขวางด้านหน้า แต่ถูกคนขับรถพุ่งเข้าชน ระหว่างเข้าระงับเหตุการณ์เห็นคนขับทำท่าล้วงสิ่งของออกจากลิ้นชักหน้ารถ ชี้มาทางตำรวจที่อยู่ข้างรถคล้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่ตำรวจตำรวจใช้อาวุธปืนยิงที่ยางรถเพื่อสกัดจับกุม คนขับรถทิ้งรถวิ่งหลบหนี ค้นรถพบยาไอซ์ อุปกรณ์เสพยาเสพติด มีดดาบยาว 2 ฟุตครึ่ง 2 เล่ม ตรวจสอบป้ายชำระภาษีรถขาดอายุตั้งแต่วันที่ 13 ก.ย.2564พ.ต.อ.ดวงโชติ ได้เร่งประสานกองพิสูจน์หลักฐานเข้ามาเก็บภาพรอบรถ เก็บดีเอ็นเอประตูรถฝั่งผู้ขับขี่ พวงมาลัย เก็บดีเอ็นเอที่ถุงยาเสพติด เพื่อยืนยันผู้ที่ใช้รถ และครอบครองยาเสพติดเพื่อเป็นหลักฐานในคดีประสานผู้ที่ถ่ายคลิปมาเล่าความจริงว่า ขายของอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ เห็นตำรวจขี่รถ จยย.มาจอดขวางรถก่อนเคาะกระจกเรียกคนขับให้เปิดรถ แต่คนขับไม่ยอมลงมากลับขับรถพุ่งชนรถตำรวจ จึงตัดสินใจถ่ายคลิปเหตุการณ์ไว้ ส่วนที่นำคลิปมาโพสต์ออกมาเพราะอยากจะช่วยเหลือตำรวจให้ติดตามคนร้ายจากประเด็นสังคมออนไลน์ที่ทำท่าวิจารณ์ตำรวจทำเกินกว่าเหตุเบาลงหลัง พ.ต.อ.ดวงโชติ ชี้แจงด้วยการนำข้อมูลมาเปิดเผยครบทุกด้าน ทำความเข้าใจที่ถูกต้องให้สังคมและกลุ่ม “สื่อออนไลน์”พฤติกรรมผู้ก่อเหตุจงใจขับรถหลบหนีและมีท่าทีน่าสงสัยของผู้ขับขี่คล้ายมีอาวุธปืน ตำรวจจำเป็นต้องยิงสกัดรถไว้ก่อนเพื่อระงับเหตุ กระสุนปืนที่สายตรวจยิงเข้าเป้าหมายล้อรถทั้งหมดและค้นเจอยาเสพติดในรถพ.ต.อ.ดวงโชติ พร้อมชุดสืบสวน สน.ทองหล่อและ กก.สส.บก.น.5 จับกุมผู้ต้องหาได้ รับสารภาพว่าเป็นผู้กระทำผิดจริง เนื่องจากมีอาการเมายาจากการเสพยาเสพติด และเกรงกลัวต่อความผิด มียาเสพติดอยู่ในรถจึงหนีด่านขอตรวจค้นคดีที่ทำท่าจะเป็นปัญหาใหญ่ของตำรวจหลังคลิปเผยแพร่ออกมา แต่คลี่คลายได้ด้วยการทำงาน พ.ต.อ.ดวงโชติ ใช้ข้อเท็จจริงอธิบายทำความเข้าใจ คลายข้อสงสัย ไม่ปล่อยให้ลูกน้องถูกวิจารณ์ในสิ่งที่ไม่ถูกต้องทำให้ตำรวจรอดพ้น “ตกเป็นแพะ”.“เพลิงพยัคฆ์”pluengpayak@thairath.co.th