เหตุผลสำคัญข้อหนึ่งที่กระทรวงคมนาคม ระบุถึงในการพิจารณาสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้า สายสีเขียวส่วนต่อขยาย คือ ค่าโดยสารที่เสนอให้การเก็บตามระยะทาง สูงสุดไม่เกิน 65 บาท (ไม่ใช่ 65 บาทตลอดสาย) เป็นอัตราค่าโดยสารที่ยังไม่เหมาะสม?????

วันนี้ “ฝ่ายข่าว กทม.-จราจร” จะเปิดข้อมูลให้ดูกันชัดๆว่า ค่าโดยสารของรถไฟฟ้าที่ กทม. ดำเนินการ กับรถไฟฟ้าของหน่วยงานอื่น ของใครถูก ของใครแพงกว่ากัน

1.รถไฟฟ้าสายสีเขียว (บีทีเอสลงทุน 100%) เดินทางได้ไกลสุด 53 กม. ค่าโดยสาร 16-65 บาท เฉลี่ยต่อ กม. 1.23 บาท จำนวนสถานี 60 สถานี 2.รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ( รฟม. ลงทุน 79% เอกชน 21%) เดินทางได้ไกลสุด 26 กม. ค่าโดยสาร 17-42 บาท เฉลี่ยต่อ กม. 1.62 บาท จำนวนสถานี 38 สถานี 3.รถไฟฟ้าสายสีม่วง (รฟม.ลงทุน 100%) เดินทางไกลสุด 23 กม. ค่าโดยสาร 17-42 บาท เฉลี่ยต่อ กม. 1.83 บาท จำนวนสถานี 23 สถานี

4.รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ (รฟท. ลงทุน 100%) เดินทางไกลสุด 28 กม. ค่าโดยสาร 15-45 บาท เฉลี่ยต่อ กม. 1.6 บาท จำนวนสถานี 8 สถานี 5.รถไฟฟ้าสายสีแดง (รฟท.ลงทุน 100%) เดินทางไกลสุด 41 กม.ค่าโดยสาร 12-42 บาท เฉลี่ย กม.ละ 1.01 บาท จำนวนสถานี 13 สถานี

รถไฟฟ้าบีทีเอสมีค่าโดยสารเฉลี่ยต่อ 1 กม. ต่ำกว่ารถไฟฟ้าเกือบทุกสายของกระทรวงคมนาคม!!!!!!!

นอกจากนี้ การปรับขึ้นค่าโดยสาร พบว่า ตลอด 22 ปีที่ผ่านมา รถไฟฟ้าบีทีเอสมีการปรับขึ้นราคา 3 ครั้ง (เฉพาะในเส้นทางสายหลักหมอชิต-อ่อนนุช และสีลม-สะพานตากสิน) โดยครั้งที่ 1 เมื่อปี 2550 ขึ้นจาก 10-40 บาท เป็น 15-40 บาท ครั้งที่ 2 เมื่อปี 2556 จาก 15-40 บาท เป็น 15-42 บาท และครั้งที่ 3 เมื่อปี 2560 จาก 15-42 บาท เป็น 16-44 บาท

ทั้งนี้ทั้งนั้นการขึ้นแต่ละครั้ง บีทีเอสขึ้นต่ำกว่าเพดานที่ กทม.กำหนดไว้ทุกครั้ง โดยครั้งหลังเมื่อปี 2560 เพดานราคาที่ กทม.อนุมัติคือ 20-60 บาท

...

แต่ราคาที่บีทีเอสขึ้นจริงคือ 16-44 บาท ซึ่งใช้มาจนถึงปัจจุบัน!!!!!!