มีจดหมายคนที่เดือดร้อนบอกเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นว่า เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ที่บ้านเลขที่ 980/87 ซอยวชิรธรรมสาธิต 57 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพมหานครผู้เสียหายได้มาแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สน.พระโขนงตำรวจลงรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีลำดับที่ 8 เวลา 22.15 น. ลงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ว่า คดีนี้มีคนร้ายเข้าไปลักทรัพย์ภายในบ้าน โดยหูช้างที่ประตูด้านหน้าถูกตัดออก และประตูไม้ด้านในถูกงัดพังเสียหายมุ้งลวดถูกตัดออกเมื่อคนร้ายเข้าไปในบ้านพบร่องรอยการรื้อค้นที่บริเวณชั้น 1 และชั้น 2 ของบ้านตรวจสอบพบว่ามีทรัพย์สินหลายรายการหายไป อาทิ แหวนเพชร 1 วง ราคา 70,000 บาท พระเครื่องไม่ทราบจำนวน มูลค่าประมาณ 100,000 บาท อาวุธปืนพกสั้น ออโตเมติก ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก ยี่ห้อรูเกอร์ เลอ พร้อมแมกกาซีน และเครื่องกระสุน มูลค่า 100,000 บาท เป็นอาวุธปืนของบิดาผู้เสียหายได้โทรศัพท์ขอความช่วยเหลือแจ้งความกับตำรวจ สน.พระโขนง ในวันที่เกิดเหตุ ไม่ให้ความสำคัญแต่อย่างใดสงสัยคิดว่าคดีไม่สำคัญต้องตามย้ำขอผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือถึงแจ้งกองพิสูจน์หลักฐานกลางมาตรวจ เดินทางกลับมาบ้านตั้งแต่ 18.30 น. เที่ยงคืนถึงจะให้ กองพิสูจน์หลักฐาน มาตรวจ กว่าจะเสร็จเป็นช่วงเช้าวันถัดมาผู้เสียหายหวังดีสอบถามเรื่องกล้องวงจรปิดจากบ้านข้างเคียงว่ามีกี่จุด และแจ้งบอกกับตำรวจ ซึ่งได้รับคำตอบว่า “คุณก็ไปเอาภาพกล้องวงจรปิดมา” ผู้เสียหายก็ทำตามที่ตำรวจพูด แต่ทางเจ้าของกล้องวงจรปิดไม่ได้ให้ความร่วมมือ บอกว่าต้องให้ทางตำรวจมาขอถึงจะให้กว่าจะได้กล้อง 1 ตัวเป็นอะไรที่ยากเย็นมาก ซึ่งยังเหลืออีกหลายตัวที่จะต้องขอ โดยทางตำรวจรับปากว่าจะดำเนินการขอภาพวงจรปิดให้ แต่สุดท้ายเงียบไม่มีการดำเนินการอย่างที่ว่าไว้คนร้องติดต่อสอบถามความคืบหน้าทางคดีไป ได้รับคำตอบกลับมาว่า ติดงานบ้าง มีงานด่วนบ้าง และพอสอบถามมากขึ้นแสดงพฤติกรรมคำพูดที่ไม่พอใจ ซึ่งทุกครั้งที่วางสายก็รับปากว่าจะรีบดำเนินการให้แต่สุดท้ายก็ไม่เคยทำตามที่รับปากไว้แต่อย่างใดคนที่ร้องบอกว่า เป็นผู้เสียหาย หมดหนทางแล้ว ไม่รู้จะทำอย่างไร ในใจคิดว่าคงไม่มีตำรวจท่านใดทำคดีให้แล้ว ขอเขียนเรื่องราวมาร้องทุกข์ ขอความเห็นใจผู้ใหญ่ในตำรวจดูแลคดีให้ด้วยอย่าปล่อยผู้เสียหายทิ้งไว้แบบนี้.“เพลิงพยัคฆ์”pluengpayak@thairath.co.th