ประกาศให้รู้ว่า “ไดโนเสาร์ไทยยิ่งใหญ่ไม่แพ้สายพันธุ์อื่นในโลก”ชวนเปิดประสบการณ์ไปสัมผัสให้เห็นกับตา กับ นิทรรศการสุดยิ่งใหญ่ “THAINO SAUR” ที่มีการรวบรวมเรื่องราวของไดโนเสาร์และสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่ขุดค้นพบในเมืองไทยไว้อย่างครบครันที่สุด โดยเนรมิตท่าพิพิธภัณฑ์เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตล้านปี จนถึงวันที่ 2 พ.ย.นี้ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ!!! เมื่อย้อนเวลากลับไปเมื่อหลายล้านปีก่อน เคยมีไดโนเสาร์และเหล่าสัตว์ดึกดำบรรพ์ อาศัยอยู่บนแผ่นดินสยามหลาย 100 ชนิด มีการพบข้อมูล ร่องรอยหลักฐานทางประวัติศาสตร์มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งเศษซากฟอสซิล โครงกระดูก และองค์ประกอบอื่นๆ ที่สามารถนำมาเชื่อมโยงทางวิทยาศาสตร์ได้อย่างน่าทึ่งเปิดประตูเข้าสู่การผจญภัยท่องโลกไดโน เสาร์ ปลุกเร้าอารมณ์ความตื่นเต้น ตื่นตาตื่นใจไปทุกย่างก้าว ราวกับเข้าไปอยู่ในห้วงเวลายุคต่างๆ ได้จริงๆ ตั้งแต่ “มหายุคพาลีโอโซอิก” ยุคก่อนไดโนเสาร์จะครองโลก ซึ่งมีการรวมสัตว์ดึกดำบรรพ์ อายุเก่าแก่กว่าไดโนเสาร์เอาไว้ เข้าสู่ “มหายุคมีโซโซอิก” ช่วงที่ไดโนเสาร์ครองโลก กินเวลาตั้งแต่ประมาณ 252 ล้านปีก่อน จนถึง 66 ล้านปีก่อน แบ่งออกเป็น 3 ยุคย่อย ได้แก่ ยุคไทรแอสซิก ช่วงเวลาที่ไดโนเสาร์เริ่มวิวัฒนาการ มีการปรากฏตัวครั้งแรกของไดโนเสาร์ซอโรพอด อย่างอีสานโนซอรัส ยุคจูราสสิก หรือยุคทองของไดโนเสาร์ โดยมีไดโนเสาร์หลากหลายสายพันธุ์แพร่กระจายอยู่ทั่วโลก มีการแสดงไดโนเสาร์ ทั้งประเภทกินพืชขนาดใหญ่ ชาละวัน ไทยแลนดิคัส พญาจระเข้ขนาด 8 เมตร และ ยุคครีเทเชียส ยุคสุดท้ายของไดโนเสาร์ ซึ่งสิ้นสุดลงด้วยการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ ได้รวมไดโนเสาร์ที่มีชื่อเสียง ทั้งสยามโมไทรันนัส, ภูเวียงโกซอรัส, กินรีไมมัส รวมไปถึงสยามโมซอรัส นอกจากนี้ ยังต้องว้าว!!! กับโครงกระดูกไดโนเสาร์จริงและจำลอง ไฮไลต์อยู่ที่โครงกระดูกภูเวียงโกซอรัสและสยามแรพเตอร์ รวมถึงไดโนเสาร์กินพืช ที่มาบอกเล่ายุคสุดท้ายก่อนการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ และส่งท้ายด้วย “มหายุคซีโนโซอิก” วิวัฒนาการยุคที่สัตว์เลี้ยงลูก ด้วยนมท่องตระเวนไปทั่วประเทศไทย ในนิทรรศการยังเพิ่มสีสันด้วยการแทรกผลงานศิลปะร่วมสมัยของ 4 ศิลปิน ในโซนต่างๆ ของนิทรรศการ ชวนตีความเรื่องราวของไดโนเสาร์ และสิ่งมีชีวิตดึกดำบรรพ์อีกด้วย.เลดี้พริ้งอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่