ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏบนสื่อออนไลน์ว่ามีอดีตครูที่เคยสอนในโรงเรียนขนาดเล็กที่เลิกสถานศึกษาแล้วในพื้นที่ จ.หนองบัวลำภู เรียกร้องให้เปิดสถานศึกษาดังกล่าว หรือคืนพื้นที่ให้หน่วยงานชุมชนเข้ามาพัฒนานั้น ตนได้มอบหมายศูนย์ความปลอดภัย สพฐ.ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่า กลุ่มโรงเรียนดังกล่าวเป็นโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) หนองบัวลำภู เขต 1 ซึ่งหลายปีที่ผ่านมาจำนวนเด็กเกิดลดลง มีการโยกย้ายถิ่นฐานสูงขึ้น ส่งผลให้หลายโรงเรียนมีนักเรียนลดลง กลายเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก มีจำนวนนักเรียนน้อยกว่า 120 คน ปัจจุบัน สพป. หนองบัวลำภู เขต 1 มีโรงเรียนในสังกัด 198 โรงเรียน แต่เป็นโรงเรียนขนาดเล็กมากถึง 128 โรงเรียน ทั้งนี้ ได้มีความพยายามพัฒนาประสิทธิภาพและคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็กมาโดยตลอด มีการใช้รูปแบบการบริหารจัดการที่หลากหลายเพื่อคุณภาพผู้เรียนเป็นสำคัญ อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา สพฐ. และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากตัวแทนผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชน เพื่อกำหนดแผนบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก เช่น บางโรงนักเรียนน้อยและมีครูไม่ครบชั้นได้นำนักเรียนมาเรียนร่วมกับโรงเรียนดีใกล้บ้าน หรือบางแห่งมีที่ตั้งอยู่ใกล้เคียงกันก็ให้จัดการเรียนการสอนร่วมกัน ส่งผลให้นักเรียนได้เรียนในโรงเรียนที่พร้อมและมีคุณภาพ ผู้ปกครองและชุมชนให้การยอมรับและเห็นด้วยกับการควบรวม ส่วนโรงเรียนที่ปรากฏบนสื่อออนไลน์ คือ ร.ร.บ้านฝายหิน ซึ่งคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดหนองบัวลำภู (กศจ.) เห็นชอบให้เลิก เมื่อ พ.ศ.2562 เพื่อประโยชน์ในการบริหารทรัพยากรทางการศึกษา“การบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กให้มีคุณภาพเป็นเรื่องสำคัญ กรณีถูกเลิกสถานศึกษา หลายโรงได้ส่งมอบทรัพย์สิน อาคาร สถานที่ให้กับโรงเรียนหลักแล้ว บางโรงอยู่ระหว่างขอคืนที่ราชพัสดุหรือการรื้อถอนอาคารต่างๆ ซึ่งได้กำชับให้ติดตามความคืบหน้าของกระบวนการและตรวจตราความเรียบร้อยปลอดภัยของอาคารสถานที่อย่างใกล้ชิด” ว่าที่ร้อยตรีธนุกล่าว.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่