การเมืองเริ่มคลายความร้อนแรง เพราะได้รัฐบาลใหม่แล้วนักการเมืองเริ่มหันไปสนใจเรื่องอื่น นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.พรรคก้าวไกล เลยโพสต์ข้อความปุจฉา ความคืบหน้ากรณี กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) การสอบสวนคดีส่วยทางหลวงที่เงียบๆไปร้อนถึงท่าน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รรท.ผบ. ทล. ต้องออกมาวิสัชนา...หลังเกิดเรื่อง กองบังคับการตำรวจทางหลวงสั่งย้ายข้าราชการที่เกี่ยวข้องส่วยสติกเกอร์ 40 นาย ไปช่วยราชการที่กองบังคับการ สอบปากคำทุกคนเสร็จสิ้นแล้วก่อนส่งตำรวจทั้ง 40 นาย กลับไปประจำหน่วยเดิม โดยไม่ให้ทำงานเกี่ยวข้องกับประชาชน หรือการดำเนินการเกี่ยวข้องกับการทุจริตดังกล่าว?ในจำนวนนี้มีตำรวจ 6 นาย มีพยานหลักฐานชัดเจน ส่งเรื่องไป ป.ป.ช.เพื่อชี้มูลความผิด!ส่วนที่เหลือพยานหลักฐานไม่จังหนับ จะส่งผลการสอบสวนไปให้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พิจารณาเรื่องการลงโทษทางวินัย และพิจารณาย้ายออกนอกหน่วยในการแต่งตั้งโยกย้ายครั้งต่อไปแต่ระหว่างสืบสวนสอบสวนพบว่า มีเจ้าหน้าที่ประจำด่านชั่งน้ำหนักกรมทางหลวงร้องเรียนกันไปมาเกี่ยวกับส่วยสติกเกอร์ เรียกทั้งหมดมาสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดด้วยหลังตำรวจทางหลวงเอาจริง เข้มงวดบรรทุกน้ำหนักเกิน ชนิดจับแหลก!ผู้ประกอบการเริ่มร้อน ดอดเข้ามาเจรจาขอให้ช่วยผ่อนคลายการบังคับใช้กฎหมาย แต่ รรท.ผบก.ทล.ปฏิเสธไป พร้อมแนะให้ไปติดต่อกระทรวงคมนาคมแก้ไขกฎหมายเอาเองพร้อมแจ้งเรื่องให้ นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง ทราบ เลยกำชับมาว่า ให้ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายการบรรทุกน้ำหนักเกินอย่างเต็มที่ ไม่ละเว้น เพราะสร้างความเสียหายกับถนนหลวงหลายสาย ต้องเสียงบประมาณซ่อมแซมจำนวนมาก...สรุป บช.ก.พบผู้มีความผิดชัดเจน 6 คน ส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. ดำเนินการแล้วนะจ๊ะส่วนที่เหลือกว่า 30 นายที่หลักฐานไม่ชัด คงถูกย้ายกระเด็นกระดอนไปในการแต่งตั้งรอบหน้า!สหบาทคลิกอ่านคอลัมน์ "ส่องตำรวจ" เพิ่มเติม