หลายคนคงตั้งคำถาม เราปลูกข้าวส่งออกจนขึ้นแท่นประเทศผู้ส่งออกข้าวมากที่สุดในโลก...แต่เหตุใดชาวนายังยากจนแม้จะมีการตั้งกรมการข้าวเข้ามาดูแล ในด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต ยกระดับคุณภาพ ให้ชาวนามีความรู้ความเข้าใจ รวมถึงถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าวที่เหมาะสม แต่ราคาข้าวมักผันผวน ขณะเดียวกันผลิตข้าวไม่ตรงความต้องการของคู่ค้าต่างชาติเท่าใดนัก ยังไม่รวมปัญหายิบย่อยอีกนับไม่ถ้วนในโอกาสเป็นประธานเปิด “งานรณรงค์การถ่ายทอดเทคโนโลยีลดต้นทุนการผลิตข้าวให้ปฏิบัติได้จริง” ที่นครปฐมและสุพรรณบุรี นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ บอกตอนหนึ่งถึงข้าวไทยยุคใหม่...ต่อไปเกษตรกรต้องได้ใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีมาตรฐาน เนื่องจากปัจจุบันยังมีปริมาณที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการเพราะตอนนี้ไม่ได้มีแค่ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวของกรมการข้าว ที่ทำหน้าที่ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวเท่านั้น แต่กรมการข้าวยังสนับสนุนให้ศูนย์ข้าวชุมชนเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญและใกล้ตัวเกษตรกร ที่จะมาเติมเต็มปริมาณเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีที่ยังขาดแคลน ให้ถึงมือเกษตรกรโดยตรงอีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไปคือ การพัฒนาพันธุ์ข้าว กรมการข้าวจึงต้องพัฒนาพันธุ์ข้าวให้มีคุณภาพ และนำงานวิจัยนวัตกรรมเทคโนโลยีมาใช้ เพื่อให้พี่น้องชาวนามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีความเข้มแข็งมากขึ้นอย่างไรก็ตาม หัวใจของการดำเนินการต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยศูนย์ข้าวชุมชนจะทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง รัฐบาลมีหน้าที่สนับสนุนปัจจัยต่างๆ เพื่อเพิ่มผลผลิต สร้างมูลค่าเพิ่มขณะเดียวกันเกษตรกรต้องรวมกลุ่มเป็นแปลงใหญ่ เพื่อสร้างอำนาจต่อรองให้กับเกษตรกรได้ อิงนโยบายตลาดนำการผลิต เพื่อให้สามารถวางแผนควบคุมผลผลิต และถึงขั้นกำหนดราคาได้เอง เพราะเกษตรกรผลิตตามความต้องการของผู้บริโภค ที่สำคัญต้องให้ความสำคัญกับการผลิตที่ต้องเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเมื่อนั้นเกษตรกรจะลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ ยกระดับมาตรฐานผลผลิต ขณะที่พี่เลี้ยงอย่างภาครัฐสามารถช่วยกำหนดตลาดล่วงหน้าให้ได้ด้วย พร้อมไปกับผลักดันการแปรรูปเกษตรมูลค่าสูง ใช้การตลาดสมัยใหม่ สร้างความเข้มแข็งแก่เกษตรกรรายย่อยพูดน่ะพูดได้...แต่ทางปฏิบัตินี่สิ รัฐมนตรีจะเนรมิตให้หน่วยราชการทำได้จริงแค่ไหน.สะ–เล–เต