ตำรวจยังลุยจับยาเสพติดขนานใหญ่ คดีแรกชุดสืบสวน บช.ปส.จับยาไอซ์ 299 กก. มูลค่าประมาณ 300 ล้านบาท ผู้ต้องหา 2 คน หลังซุกซ่อนในถุงชาอย่างดี ลำเลียงใส่รถกระบะจากภาคอีสานมาส่งลูกค้าในพื้นที่ภาคกลาง พบหัวโจกตัวสั่งการเป็นผู้ต้องหาค้ายาเสพติดรายสำคัญที่ถูกตำรวจไล่ล่าจนต้องหนีไปสั่งการอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน อีกคดีชุดสืบสวน บช.ภ.1 จับยาบ้าลอตใหญ่ 3.4ล้านเม็ด รวบผู้ต้องหา 3 คนร่วมขบวนการ สารภาพสิ้นไส้เตรียมลำเลียงจากภาคเหนือลงไปขายในพื้นที่ภาคใต้ แต่ถูกตำรวจดักจับกุมเสียก่อนชุดสืบสวน บช.ปส.จับขบวนการค้ายาไอซ์รายใหญ่ครั้งนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อวันที่ 21 ส.ค. พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบช.ปส. พล.ต.ต.วิวัฒน์ สีลาเขตต์ ผบก.ขส. พล.ต.ต.ธนรัชน์ สอนกล้า ผบก.ปส.2 พ.ต.อ.อุดมรัตน์ อิทธิโสภาพันธุ์ ผกก.กลุ่มงานการข่าว บก.ขส. และ พ.ต.อ.สาคร เจิมขุนทด ผกก.กลุ่มงานการข่าว บก.ขส. พร้อมชุดสืบสวน บก.ปส.2 ร่วมกันจับกุมนายภูวดล อินทร์สอน อายุ 32 ปี และนายวันทา หรือเปีย นามเชียงศรี อายุ 40 ปี ทั้งคู่เป็นชาว จ.เพชรบูรณ์ พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) น้ำหนักประมาณ 299 กก. และเฮโรอีน 2 แท่งน้ำหนักประมาณ 700 กรัม มูลค่าประมาณ 300 ล้านบาท รถกระบะมิตซูบิชิ สีดำ หมายเลขทะเบียน บล 9913 ลพบุรี จับกุมบริเวณริมถนนธัญบุรี ต.ข้าวงาม อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยาก่อนหน้านี้ บช.ปส.สืบสวนล่าตัวขบวนการค้ายาเสพติดรายสำคัญทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขนยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ภาคกลางเพื่อจำหน่าย จนทราบเบาะแสแน่ชัดว่า จะมีการขนยาเสพติดจำนวนมากผ่านมาในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพฯ ออกสืบสวนเฝ้าระวังมาตลอดจนกระทั่งเวลา 03.00 น. วันที่ 20 ส.ค.พบรถกระบะโตโยต้า หมายเลขทะเบียน 2 ฒห 5338 กรุงเทพ มหานคร และรถกระบะมิตซูบิชิ สีดำ หมายเลขทะเบียน บล 9913 ลพบุรี ขับตามกันมามุ่งหน้า อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ลักษณะต้องสงสัย ชุดสืบสวนตามสะกดรอยจนถึงริมถนนธัญบุรี ต.ข้าวงาม อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ก่อนตัดสินใจเข้าสกัดจับรถกระบะมิตซูบิชิไว้ได้ พบนายวันทา หรือเปีย เป็นผู้ขับขี่ และนายภูวดลนั่งร่วมทางมาด้วยเข้าตรวจค้นภายในรถและกระบะท้ายที่ตีตู้ทึบอย่างละเอียด พบยาไอซ์ชนิดเกร็ดใสบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกชาเขียวยี่ห้อ ZH555 และยี่ห้อ CHINESE PIN WEI จำนวน 299 ถุง ในกระสอบปุ๋ยหุ้มด้วยถุงพลาสติกสีดำ 7 กระสอบ รวม 299 ก้อน น้ำหนักประมาณ 299 กก. และเฮโรอีนจำนวน 2 เเท่ง น้ำหนักประมาณ 700 กรัมอยู่ในตู้เก็บของกระบะท้าย จึงยึดไว้เป็นของกลาง ส่วนรถกระบะโตโยต้าที่ขับมาด้วยกัน คาดว่าเป็นรถนำทาง อาศัยจังหวะที่เจ้าหน้าที่ให้ความสนใจรถกระบะคันแรกเร่งความเร็วหลบหนีไปสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 2 คนให้การรับสารภาพว่า รับจ้างขนยาเสพติดจากพ่อค้ายาเสพติด ให้ขนไปส่งลูกค้าในพื้นที่ภาคกลาง มีรถกระบะอีกคันที่หนีไปได้เป็นรถนำทาง เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์และเฮโรอีน) ไว้ในความครอบครองอันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และเป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในหมู่ประชาชน โดยเป็นการกระทำที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน พร้อมยาเสพติดของกลางส่งพนักงานสอบสวน บก.ปส.2 ดำเนินคดี และสอบสวนขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการทั้งหมดต่อไปมีรายงานข่าวแจ้งด้วยว่า สำหรับขบวนการขนลำเลียงยาไอซ์ขบวนการนี้ ตำรวจ บช.ปส.สืบสวนขยายผลและมีข้อมูลเกี่ยวกับผู้สั่งการแล้ว เป็นพ่อค้ายาเสพติดรายสำคัญถูกชุดสืบสวน บช.ปส.ตามล่าตัวมาตลอด จนกระทั่งต้องหนีไปอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน หลังจากนี้ตำรวจ บช.ปส.จะกวาดล้างขบวนการยาเสพติดรายนี้อย่างเด็ดขาดต่อไปอีกคดีที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (บช.ภ.1) พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ชุมพล ชาญชนะโยธิน ผบก.ภ.จ.ปทุมธานี พ.ต.อ.ธงรบ แจ้งจิต ผกก.สส.ภ.จ.ปทุมธานี แถลงข่าวจับกุมนายธนพล หรือมอส ลิ้มสกุล อายุ 27 ปี อยู่เลขที่ 15 หมู่ 10 ต.บ้านสิงห์ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี นายประพจน์ หรือโอ๋ มะลิสุวรรณ อายุ 30 ปี อยู่เลขที่ 202 หมู่ 4 ต.บ้านเลือก อ.โพธาราม จ.ราชบุรี และนายสมชาย หรือแจ๊ส จรมา อายุ 29 ปี อยู่เลขที่ 4/1 หมู่ 8 ต.ดอนทราย อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ของกลางยาบ้า 3,400,000 เม็ด รถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ สีขาว หมายเลขทะเบียน ฒต 6988 กรุงเทพมหานคร รถยนต์นิสสัน มาร์ช สีแดง หมายเลขทะเบียน 1 ขน 6880 กรุงเทพมหานคร ข้อหาร่วมกันผลิตนำเข้าส่งออกจำหน่ายยาเสพติด หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นการกระทำเพื่อการค้าก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนการจับกุมเครือข่ายค้ายาบ้ารายใหญ่ครั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 18 ก.ค. ตำรวจชุด ศอ.ปส.จ. ปทุมธานี ร่วมกับตำรวจ สภ.ธัญบุรี ตรวจยึดยาบ้า 340,000 เม็ด หลังมีวัยรุ่นขับรถกระบะนำยาบ้ามาทิ้งไว้ริมถนนรังสิต-นครนายก คลอง 9 ต.บึงสนั่น อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่เกิดเหตุทราบว่า คนร้ายคือนายทศพร พรมสอน อายุ 27 ปี อยู่เลขที่ 517 ซอยสายไหม 79 แขวงสายไหม เขตสายไหม กทม. และนายนเรนทร์ สมพงษ์ อายุ 36 ปี อยู่เลขที่ 69 หมู่ 17 ต.คลอง ลานพัฒนา อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร รวบรวมหลักฐานขออำนาจศาลจังหวัดธัญบุรีออกหมายจับ และจับกุมตัวทั้ง 2 คนมาดำเนินคดี ตรวจยึดทรัพย์สินตามมาตรการฟอกเงิน ประกอบด้วยรถยนต์ 5 คัน รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ 3 คัน ทองรูปพรรณ 5 รายการ รวมมูลค่าทรัพย์สินประมาณ 15,000,000 บาท ผู้ต้องหารับสารภาพและชุดสืบสวนขยายผลติดตามเครือข่ายดังกล่าวมาตลอดต่อมาตำรวจชุดจับกุมสืบสวนทราบว่า ยังมีผู้ร่วมขบวนการค้ายาเสพติดอีกคือนายสมชาย จรมา นายประพจน์ มะลิสุวรรณ และนายธนพล ลิ้มสกุล จะลำเลียงยาบ้าจากภาคเหนือลงมาในพื้นที่ภาคกลาง ใช้รถยนต์นิสสัน มาร์ช สีแดง หมายเลขทะเบียน 1 ขน 6880 กรุงเทพมหานคร เป็นรถนำทาง และรถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ สีขาว หมายเลขทะเบียน ฒต 6988 กรุงเทพมหานคร ตีตู้ทึบที่กระบะท้ายเป็นรถขนยาบ้า เป้าหมายนำไปส่งในพื้นที่ภาคใต้ทำสำเร็จมาหลายครั้งแล้ว กระทั่งช่วงบ่ายวันที่ 19 ส.ค. ชุดสืบสวนพบรถทั้ง 2 คันขับตามกันมาจอดในปั๊มน้ำมัน ปตท. อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก แสดงตัวขอตรวจค้นรถพบยาบ้า 1,000,000 เม็ด และยอมรับด้วยว่ายังมียาบ้าอีก 2,400,000 เม็ดซุกซ่อนอยู่ในห้องเช่าเลขที่ 169/12 หมู่ 3 ต.ป่าเช่า อ.เมืองอุตรดิตถ์ ชุดสืบสวนนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คนไปขยายผลตรวจยึดของกลางมาได้ รวมยาบ้าทั้งหมด 3,400,000 เม็ด คุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส.ดำเนินคดี